A DREAM [X-Men First Class FanFiction]

posted on 27 Oct 2013 23:51 by piengtavan  directory Fiction
X-Men: First Class Fanfiction
Pairing: Erik Lehnsherr x Charles Xavier
 
.
.
.
.
.
 
 
 
 

ภาพสุดท้ายที่ชาลส์จำได้คือหน้าปัดนาฬิกาตั้งพื้นตัวใหญ่บอกเวลาสามนาฬิกาของวันใหม่ แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้าชาลส์ในตอนนี้คือชายหาดทะเลที่แสนคุ้นตา ชายหาดในวันที่เขาสูญเสียขาและเพื่อนคนสำคัญไปถึงสองคน

“สายันต์สวัสดิ์ ศาตราจารย์เอ็กซ์” น้ำเสียงแสนคุ้นหูเอ่ยดังขึ้นจากทางด้านหลัง ชาลส์เผยยิ้มก่อนจะหมุนตัวไปพบผู้ทักทาย

“เข้าอีหรอบนี้นายถือว่าเป็นผู้บุกรุกนะ อีริค” คำตอบกลับจากอีริคคือการเอียงคออย่างไม่แยแสคำนั้น

“แค่จะทักทายเพื่อนเก่า แทนที่จะใช้แม่สาวแวววับ เปลี่ยนเป็นมาเจอหน้าจิบนำชายามบ่ายดีหน่อยเป็นไง”

ชาลส์กล่าวกระเซ้าพลางหมุนล้อเข้าไปหาอีริค ชายหนุ่มมองนิ่งไปยังชาลส์ก่อนจะเป็นฝ่ายสาวเท้าเข้าไปหาแล้วจับลงที่พักแขนเก้าอี้รถเข็น

“นายพูดอย่างกับจะไม่รู้ว่าเหล่าลูกศิษย์นายจะทำยังไงแค่เห็นปลายผ้าคลุมฉันไปสะบัดอยู่หน้าประตูรั้วน่ะ”

ชาลส์หัวเราะกลั้วคออย่างขบขันเมื่อนึกภาพตามคำพูดอีริค แต่แล้วต้องหยุดลงเมื่อเห็นคนตรงหน้ากำลังยกขาตนออกจากเก้าอี้แล้วกำลังสวมอะไรที่คล้ายๆสนับขาแต่มันยาวจนถึงโคนขาให้เขา

“ฉันก็แค่อยากให้มันดูเหมือนจริงที่สุดน่ะ นายช่วยกระเถิบมาข้างหน้านิดนึงได้มั้ย”

ชาลส์ใช้แขนดึงตัวให้กระเถิบไปด้านหน้าจนคนที่มาป้วนเปี้ยนกับขาตน ล็อกสนับขาที่ว่านั่นได้จนแน่นดีแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาหาชาลส์ที่กำลังมองการกระทำอย่างพิศวง

“เอาล่ะ ที่เหลือก็พยุงตัวบนไอ้นี่ นายทำได้ใช่มั้ย ชาลส์”

ดวงตาอีริคมองตรงมาที่ชาลส์ แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ชาลส์เห็นมันเป็นแบบนี้เมื่อแรกพบและครั้งสุดท้ายที่ลาจาก

ชาลส์ยกยิ้มให้กับใบหน้าที่เต็มไปด้วยแววกังวลนั่นแล้วยกตัวขึ้นลุกออกจากรถเข็น กระสุนที่พุ่งมาตัดเส้นประสาทส่วนขาของเขาเท่านั้น ดังนั้นความสามารถในการพยุงตัวบนสะโพกและโคนขาจึงไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่ แต่ด้วยการที่สูญเสียการเคลื่อนไหวมานานประกอบกับท่อนขาที่ยังตั้งไม่คงที่ทำให้ชาลส์เสียการทรงตัวเซล้มลง ถึงอีริคจะคว้าตัวไว้ทันแต่กพากันล้มคะมำไปบนผืนทรายทั้งคู่

“โทษที! โทษทีอีริค ... คิดว่าถ้านายจับฉันตั้งอีกที ... ก็น่าจะเข้าที่เข้าทางล่ะนะ” ชาลส์เอ่ยคำแก้ตัวพลางดิ้นขลุกขลักด้วยพยายามจะลุกออกจากตัวอีริค

อีริคจับต้นแขนชาลส์ไว้แล้วเป็นฝ่ายเขยื้อนตัวลุกขึ้นก่อนจะดึงร่างชาลส์ตามมาด้วย ดวงตาสีฟ้าซีดสบลงที่ดวงตาสีฟ้าสดจดจ้องอย่างเป็นห่วงในขณะที่มือยังคงยึดจับแน่นที่ข้างตัว ชาลส์พยักหน้าหนักแน่นหนึ่งครั้งเพื่อยืนยันพร้อมกับปล่อยมือจากเนินไหล่ของอีริค

 อีริคค่อยๆลดแรงยึดจับที่ตัวชาลส์จนกระทั่งฝ่ามือเริ่มทิ้งห่างอย่างช้าๆ สายลมเริ่มลอดผ่านช่องว่างระหว่างร่างกายทั้งคู่มากขึ้น จนกระทั่งร่างของชาลส์ยืนทิ้งห่างจากอีริคหนึ่งช่วงฝ่ามือ เมื่ออีริคเงยหน้ามองชาลส์อย่างเต็มตา รอยยิ้มกว้างดั่งวันวานก็กลับมาให้เขาได้เห็นมันอีกครั้ง แล้วอีริคก็เริ่มหัวเราะตอบ

ทั้งคู่ต่างพากันยิ้มกว้างให้แก่กัน

“แล้วไงต่อ อีริค” รอยยิ้มมาดมั่นฉายขึ้นที่ใบหน้าชาลส์จนอีริคอดไม่ได้ที่จะค่อนแคะ

“เรเวนเคยบอกนายมั้ยว่ารอยยิ้มนายมันน่าหมั่นไส้” ชาลส์กรอกตาคิดเพียงคู่ก่อนจะยักไหล่ตอบอีริคเชิงว่าไม่เคยให้อีริคได้เกิดอาการหมั่นไส้อีกรอบ เสียงเหอะดังเบาๆมาจากอีริคที่เดินเข้ามาหาแล้วจับมือพร้อมจัดท่าเตรียมเต้นรำให้กับชาลส์ ก่อนที่ชาลส์จะเอ่ยถามคำใด อีริคก็เอ่ยคำแผ่วเบาลงที่ข้างหูว่าให้ปล่อยตัวตามสบายและไว้ใจเขา

ชาลส์ทำตามแล้วเขาก็พบว่าร่างกายของเค้ากำลังขยับ ทั้งร่างกายของเขา ทุกส่วนกำลังขยับ แม้แต่ขาสองข้างที่ตายไปแล้วของเขามันขยับก้าวไปรอบๆราวเต้นรำ สายลม แสงแดดยามเย็น ทิวหญ้าพลิ้วไหว และความสูงระดับไหล่ของมนุษย์ด้วยกัน ชาลส์ไม่ได้สัมผัสมันมาได้ซักพัก เขาเริ่มหัวเราะสักพักก่อนที่จะจบลงด้วยการฮัมเพลง

“ไง” อีริคทักเบาๆในขณะที่ยังพาชาลส์หมุนไปรอบๆ ชาลส์ยกคิ้วขึ้นแล้วเอียงคอยักไหล่เล็กๆ

“เต้นรำตอนอาทิตย์ตกดินก็โรแมนติกดีอ่ะนะ อีริค”

“บ้าเอ๊ย ฉันหมายความว่าขยับแบบนี้น่ะ นายรู้สึกยังไง ดีมั้ย” ชาลส์หัวเราะขันเบาๆในลำคอก่อนจะพยักหน้าตอบกลับไปว่าดี

อีริคพาร่างกายทั้งคู่ของเขาและชาลส์เต้นวนไปรอบๆได้ซักพักก็หยุดลงหากแต่อ้อมแขนยังคงโอบกอดร่างของชาลส์ไว้เช่นนั้น เสียงสายลมพัดลู่ทิวยอดไม้ดังกราวเกรียว ดวงตาสีฟ้าสดของชาลส์ไล่มองตามยอดที่ขยับไหวตามสายลมก่อนจะหลับตาลงแล้วกระชับอ้อมกอดกลับไปยังอีริค

“ขนาดฉันไม่ได้ใช้พลังก็ยังรู้ได้ว่านายกำลังเศร้านะอีริค”

ไม่มีเสียงตอบกลับอื่นใดจากอีริคมีเพียงแต่อ้อมกอดที่รัดแน่นขึ้นเท่านั้น ชาลส์ยกยิ้มอีกครั้งก่อนจะยกมือตบด้านหลังอีริคเบาๆ

“อย่ากังวลไปเลยอีริค ฉันในตอนนี้มีความสุขพอๆกับเมื่อวันที่ฉันได้อยู่กับนาย ถึงจะเป็นแค่ฝันแต่แค่นี้ก็ดีพอแล้ว”

น้ำเสียงของชาลส์ยังคงนิ่มนวลเหมือนเดิมในความรู้สึกอีริค ไม่มีความโกรธที่เขาเป็นคนพรากอิสระในการก้าวเดินไป ไม่เคียดแค้นที่เขาหันหลังจากไป ยังคงเป็นชาลส์ที่แสนใจดีคนเดิมคนแรกกับที่เค้าเจอ

อีริคผละตัวออกมองใบหน้าของชาลส์ ดวงตาสีฟ้าสดที่ดูแน่วแน่และแข็งแกร่งจ้องมองอย่างไร้สิ่งหมองมัว ทั้งที่รู้ว่าโลกใบนี้มันโสมมเพียงใด นั่นคือสิ่งที่อีริคถูกใจ และในวันนี้มันน่าหลงใหล

ไม่ทันคาดคิด อีริคก้มลงกดจูบหนักที่ดวงตาของชาลส์แล้วผละออก แล้วก้มลงกดจูบลงที่ริมฝีปากของชาลส์ ก่อนจะจูบลงดูดดื่มกับร่างในอ้อมกอด

ในตอนนี้ ดวงใจของทั้งคู่ต่างคาดหวัง หวังว่ายนี่ไม่อาจเป็นเพียงฝัน ไม่อาจเป็นเพียงแค่ความคิดในหัว

เมื่อทั้งคู่ผละออกจากกัน ต่างพากันยิ้ม รอยยิ้มอันแสนเศร้าต่างส่งให้กันด้วยเมื่อทั้งสองต่างพากันคิดได้ว่าความเป็นจริงเป็นเช่นไร

อีริคย่อกายลงอุ้มพาชาลส์กลับไปที่รถเข็น ท่อนแขนกำยำวางร่างของชาลส์ลงอย่างนุ่มนวล ในขณะที่กำลังผละออก ชาลส์รั้งใบหน้าไว้ด้วยสองมือก่อนจะจูบลงที่ริมฝีปากอีริคเบาๆ

“ขอบคุณนะอีริค” อีริคยิ้มตอบด้วยรอยยิ้มเศร้า

“เช่นกันชาลส์”

แล้วทุกอย่างก็กลับคืนแสงสว่างก่อนที่ชาลส์จะสัมผัสได้ถึงร่างที่ลอยอยู่ของตนและท่อนแขนที่กำลังแบกรับน้ำหนักตนไว้

...................................

ใบหน้าของเด็กหนุ่มผมทองที่มักป้วนเปี้ยนใกล้ๆตนกระจ่างชัดในที่สุด ชาลส์ยกมือขึ้นจับที่ใบหน้าเด็กหนุ่มขณะที่กำลังจะถูกวางลงบนเตียง

“สวัสดีอเลกซ์ ขอโทษที่รบกวนเธอนะ” ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ไม่คาดว่าศาตราจารย์ที่เคารพจะตื่นจากนิทรา อเลกซ์เอ่ยขอโทษที่รบกวนเวลานอนอย่างระละระลัก แต่ชาล์ก็เอ่ยปากว่าตนตื่นพอดีไม่ใช่เพราะความหวังดีของอเลกซ์แม้แต่น้อย สุดท้ายหลังจากที่ชาลส์เอ่ยยืนยันว่าไม่ได้ถือโทษอะไร อเลกซ์ก็ขอตัวกลับไปนอนต่อ ก่อนที่อเลกซ์จะพ้นประตูนั้นชาลส์ก็เอ่ยคำรั้งอวยพรอเลกซ์เบาๆ

“ฝันดีนะอเลกซ์”

“เช่นกันครับศาตราจารย์” เสียงเด็กหนุ่มตอบมั่นคงแล้วก็จากไปทิ้งชาลส์ไว้กับความเงียบของค่ำคืนและรอยยิ้มอันอบอุ่น

“คงจะไม่ดีเท่าเดิมอีกแล้วล่ะอเลกซ์” เสียงนุ่มเอ่ยกับตนเองเบาๆก่อนจะกระเถิบตัวลงใต้ผ้าห่มแล้วหลับตาลงอีกครั้งอย่างเป็นสุข

 ----------------------------------------------END-------------------------------------------------

ทาด๊าาาาาาาาาาาาา

ด้นสดหลังดู X-Men จบสามภาค

มันแอร๊ยมาก ตั้งแต่เอ็กเมนสอง สาม แต่มันมาพีคสุดก็ เฟิร์ส คลาสเนี่ยแหละ แอร๊ยๆๆๆๆๆ

ไม่ได้เขียนฟิกนานมากกกกกกกกกกกกก 6 ปีได้แล้วมั้ง สำนวนดูทื่อๆ เริ่มงงๆ จบงงๆ เอาเถอะ จะพยายามฝึกฝนมากกว่านี้(และเข้าเฟสให้น้อยลงกว่านี้ย์~)  ยง


short fan-fiction