[FIC]รักนะ... จุ้บส์ๆ นิชิกิโด&อุเอดะ01,02
posted on 27 Dec 2007 19:13 by piengtavan in FIC, KAT-TUN, NEWSTitle:: รักนะ... จุ้บส์ๆ
01
สวัสดีครับ ผม นิชิกิโด เรียว บุรุษผู้หล่อมาดแมน แฮนซั่ม แอนด์เซ็กซี่ และตอนนี้ผมกำลังแฮปปี้สุดๆ ทำไมน่ะเหรอครับ? ก็แหม~ ก็ตอนนี้น่ะ คนที่ผมแอบรัก ได้เปลี่ยนสถานะรึสถานภาพมาเป็น "คนรัก" ผมรึว่า ไอ้ภาษาโลโซที่เรียกว่า "แควน" แล้วน่ะซิ โฮ่ โฮ่ โฮ่
ที่รักของผมเป็นใคร? หน้าตาเป็นยังไงน่ะเหรอ? แหม~ ถ้าจะให้พูดถึงน่ะนะ ต้องบอกว่า เพอร์เฟคเลยล่ะ สวย น่ารัก หุ่นดีแถมยังดำรงตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าวงนักร้องไอด้อลบอยแบนด์ที่ดังที่สุดอีกต่างหาก หึหึ ทีนี้รู้กันรึยังครับ ว่าที่รักของผมน่ะเป็นใคร... เอ๊ะ!? ไอ้พี!!?? ไม่ช่าย!! ไม่! ไม่! ไม่! ไอ้พีมันไม่ใช่สเป็คผมหรอกครับ ถึงเมื่อก่อนรูปลักษณ์และภาพลักษณ์ จะตรงกับที่ผมว่าไว้ก็จริง แต่ตอนนี้มันห่างกันไกลครับ แล้วที่สำคัญ พีมันสุดที่รักอยู่แล้ว ผมนิชิกิโด ถือคติไม่ตีท้ายครัวใครครับ!!(ยืดอก)
ว่าแต่อยากรู้จริงๆเหรอว่าที่รักผมน่ะเป็นใคร? รออีกเดี๋ยว เดี๋ยวก็รู้แล้วล่ะครับ เพราะตอนนี้ผมกำลังเดินทางอย่างหลั่นล้าเพื่อไปรับเค้ากลับบ้านพร้อมผมอยู่ครับ อ้ะ!! ถึงแล้วหน้าห้องวงไอด้อลบอยแบนด์ชื่อดัง KAT-TUN แค่เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วใช่ม้า~ งั้นแค่นี้นะครับ ผมขอตัวก่อน บาย~ มือแกร่งยื่นไปจับลูกบิดประตูแล้วเปิดผัวะเข้าไปอย่างทุกที และในขณะที่ผมกำลังจะเรียกชื่อที่รักของผมด้วยน้ำเสียงอันแสนเซ็กซี่ที่แสนจะเริงร่าของผม ผมก็ต้องหยุดชะงักครับ ทำไมน่ะเหรอครับ!! ก็ภาพในขณะที่เห็นน่ะ มันทำผมค้างน่ะซิครับ!! เพราะผมเห็นไอ้อ้วนจินมันกำลังคร่อมที่รักผมอยู่ และใบหน้านั้นก็เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและเมื่อมองมาที่ที่รักของผม ที่รักของผมใบหน้านั้นเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเช่นกัน ดวงตาคมแดงก่ำ น้ำใสคลออยู่ที่หางตา ริมฝีปากอิ่มอันแสนน่าจูบก็เผยออ้าหอบหายใจหนักๆ ปี๊ดครับ ปี๊ดเลย เส้นเลือดที่ขมับของปูดขึ้นกระหันจนปริ หากเป็นรูปการ์ตูนล่ะก็ คงเห็นเลือดพุ่งปรี๊ดออกมาจากหัวและควันก็คงออกมาจากหูผมแล้วล่ะ!! โฮกกกกก!! ไอ้อ้วน!!! เอ็งต๊าย~!!!
"ทำอะไรวะ! ไอ้อ้วน!!"
ผมถลาเข้าไปกระชากร่างอันหนาและอวบอิ่ม(ถึงตอนนี้มันจะบางลงแล้วจนใครๆเค้าก็ว่าเซ็กซี่ก็เหอะ!!)ออกจากร่างที่รักของผม และตีสีหน้าโหด+เถื่อนใส่อย่างสุดกำลัง แต่มันก็ดูเหมือนจะไม่แยแสแถมยังตีสีหน้า กลอกลูกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย ฮึ้ย!! นิชิกิโดขึ้น!! แต่ก่อนที่ผมจะบันดาลโทสะที่มีมากไปกว่านี้ ฝ่ามือเรียวบางของที่รักผมก็ประเคนเข้ามาจังๆกลางกบาลอันแสนเซ็กซี่ของผม ดัง "ป้าบ!!" โฮ โฮ โฮ ภาพ เสียง ความรู้สึกมาพร้อม T^T ผมปล่อยมือจากคอเสื้อไอ้จินทันที แล้วเอามาคลำหัวตรงที่โดนฝ่ามือพิฆาตป้อยๆ
"นายน่ะแหละ ทำอะไรของนาย เรียว!!"
ที่รักขึ้นเสียงที่แสนนุ่มใส่ผมจนสะดุ้ง ผมค่อยเงยหน้ามองที่รักของผมด้วยสายตาละห้อย เหมือนเป็นดั่งคำถามว่า "ผมทำไรผิด~" ก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงแสนเบาราวกระซิบก็ไม่ปาน
"ก็... ก็ ผมเห็นไอ้จินมันลวนลามทัตจังอยู่อ้ะ ก็เลย... เข้ามาช่วยอ้ะ..."
"...ประสาท" เสียงเข้มอันคุ้นหูที่ใครก็ว่าเสียงแสนเซ็กซี่จนจะหาใดปานนั้น พึมพำออกมาเบา แต่ราวกับต้องการไห้ผมได้ยินซะเต็มประดา
"เอ็งว่าไงนะไอ้จิน!!"
"ก็ว่า ไอ้ประสาท น่ะสิ จะทำไม?" มันตอบกลับมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงแสนจะกวนอวัยวะที่ใช้ยืนของผมเหลือกเกิ๊น และคุณคิดว่าผมจะยอมมั้ย เหอะ! ฝัน! นิชิกิโด ไม่แกล้งใคร แต่ก็สู้คนว้อย!! แน่นอนผมเตรียมคำพูดสวนกลับไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้า...
"หยุดเลยเรียว! ถูกของจินมัน คิดอะไรประสาทๆ พวกฉันกำลังเล่นมวยปล้ำอยู่ และอีกอย่าง ไอ้พวกลิงทะโมนทั้งหลายก็นั่งอยู่ครบ ฉันไม่บ้ามานั่งแสดงหนังสดโชว์พวกมันหรอกน่า!"
ผมอ้าปากค้างกับภาพเบื้องหน้าที่เห็น มันเป็นอย่างที่ที่รักของผมว่าจริงๆครับ ไอ้พวกเมมเบอร์คัตตุนมันนั่งกันหน้าสลอน มองผมด้วยสายตาเซ็งจิตอย่างแรง ที่มาขัดขวางการแข่งขันมวยปล้ำของสองบุรุษ(?) ที่แข็งแกร่งที่สุดของวงเป็นอันดับ1และ2 แถม ผมยังโดนที่รักของผมถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเบื่อหน่ายใส่อีกด้วย โอ้ว~ นิชิกิโดซึม.... แต่ในขณะที่ผมกำลังตกอยู่ในโหมดซึมนั้น บรรดาสรรพสัตว์ที่ต่างพากันอาศัยอยู่ในปากอันบางเฉียบก็พร่างพรูออกมาไม่ยั้ง "โหย~ นี่เรียว นายเนี่ยนอกจากจะเตี้ยแล้วยังตาถั่วอีกเหรอฟะ ไม่ไหวเล้ย นับวันปมด้อยยิ่งเพิ่มขึ้นๆ หนักจาย~" นี่คือเสียงสรรพสัตว์ตัวแรกที่ถูกปล่อยออกมาจากปากอันบางเฉียบของไอ้แร็พเปอร์หนุ่มทีตัวที่สองประจำวง ทานากะ โคคิ... แต่ไม่เป็นไรครับ นิชิกิโดน่ะ ใจกว้างมากซะกว่าที่คุณรึใครๆคิดซะอีก แค่นี้น่ะ เบๆ ทนด้าย~
"โห่~ ไอ้คิ งี้เค้าไม่เรียกถั่วแล้วเว้ย เค้าเรียกเซ่อไม่ก็ซื่อบื้อตะหาก เหอ เหอ" นี่คือเสียงสรรสัตว์ตัวที่สอง ที่ถูกปลดปล่อยจากตัวอักษรเคที่มีปากอันแสนบางเฉียบและใครก็คาดว่ามันน่าจะนุ่ม(จริงครับ!-ยืนยันโดยอคานิชิ) น้องเล็กแสนรักที่สุดของวง... อืม.... นิชิกิโดน่า~ สบายครับ...
" เอ๋? มันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้น้า~ อ้อใช่ๆ ไอ้ที่ภาษาอังกฤษเค้าออกเสียงว่า stupid นี่น่าจะรวมไปด้วยนะว่ามั้ย~?" ไอ้ทีตัวแรก!! ไอ้โย่งหัวเหลือง!! หนอย~ แดะใช้ภาษาตามสีหัวเรอะเอ็ง!!...
"เฮ้อ~ ฉันล่ะนะ หน่ายแทนทัตจังจริงจรี๊ง~ ที่ดันไปมีแควนที่ เตี้ย! ตาถั่ว! เซ่อ! ซื่อบื้อ! แล้วก็อะไรนะไอ้โนะ ปิดๆ อ้อ สตูปิโดะน่ะ" stupidว้อย!! แค่หายใจก็ออกเสียงภาษาต่างชาติเพี้ยนแล้วยังแดะอยากพูดอีกนะ ไอ้โคอาล่าปากห้อย!!
"ช่ายๆ" เสียงบรรดาเมมเบอร์คัตตุนทั้งขานรับเป็นลูกคู่ให้กับไอ้พี่ใหญ่ของวง
"เนี่ยน้า~ บอกแล้วว่าให้มาคบกะฉันซะตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรกซะก็ไม่เชื่อ เฮ้อ~" ปึ้ด!!!! เสียงอะไรบางอย่างที่มันกั้นระหว่างความอดทนกับอารมณ์ผมขาดผึง!! แต่แน่นอน นิชิกิโดซะอย่าง.... ใครมันจะไปทนฟะ!! ผมลุกขึ้นยืนจังก้าอยู่กลางห้องแล้วยกมือขึ้นกราดชี้หน้าบรรดาเมมเบอร์แต่ละคน พร้อมพูดออกมาด้วงน้ำเสียงอาฆาตแค้น(แต่ก็ยังคงความเซ็กซี่อยู่นะครับ)
"ไอ้ยู พูดไรไว้จำไว้เลยนะเมิง!! เพราะกุจะฟ้องพี!! เตรียมตัวบ้านแตกไว้เลยเมิง!!" ไอ้พี่ใหญ่ซีดทันทีครับ!
" ไอ้คิ!! กุจะฟ้องทาดะจัง เมิงก็รู้ ว่ากุน่ะ ลูกรักวงคันจา!!" ไอ้แร็พเปอร์หนุ่มที่นั่งหน้าบานเป็นจอทีวีโซนี่เวก้า ตอนนี้หน้าหดเหลืดเป็นทีวีประดับรถยนต์ไปซะแล้ว!
"ไอ้โนะ!! ไอ้โย่งหัวเหลือง!! กุจะฟ้องฮิโระ!" ไอ้ยีราฟที่นั่งยิ้มหน้าแป้นแล้นเป็น ทากุจิสมายไปวันๆ ตอนนี้นั้นใบหน้ามันกลับเป็นนั่งทำคิ้วย่นจมุกบาน ปวกจู๋ อย่างกับยีราฟติดเชื้อที-ไวรัส( -*-")
"ไอ้เต่า!! ไม่ต้องมายิ้ม!! ..." ไอ้เต่าผู้นี้เป็นคนเดียวที่ที่รักของมันนั่งหัวฟูเซ็กซี่(น้อยกว่าผมหน่อย)อยู่ตรงนี้ผมเลยทำอะไรไม่ได้...ชึ้ย!! ใส่กับไอ้จินก็ได้ฟะ!! ว่าแล้วผมก็เดินไปกระชากคอเสื้อไอ้จินขึ้นมา ตาคมของมันสบอย่างไม่แยแสต่อสิ่งใด หนอย~
"ไอ้จิน เอ็งดูและไอ้เต่าบ้านั่นไงฟะ ให้ปากมันพัฒนาเอียงไปด้านไอ้สามตัวนั่นหมดน่ะ!"
"เรื่องของฉัน! แล้วก่อนที่นายจะเอาเรื่องประสาทๆนี่ไปฟ้องใครต่อใครเค้าน่ะนะ นายคงต้องตามไปง้อทัตจังแล้วล่ะ เค้ารำคาญแกจนเดินหนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ไอ้บ้า!!" หนอย~ มีด่าตบท้าย!! เออ แต่ก็จริงของมัน ที่รักของผมหายไปตอนไหนก็ไม่รู้ อ้า~ นี่ผมมัวแต่เถียงกะไอ้เจ้าพวกบ้านี่จนลืมที่รักของผมไปเลยรึ!! โธ่ นิชิกิโดเสียท่า~ - -"
"เออ!! รู้น่า!! แต่ไอ้เรื่องวันนี้ไงก็จะฟ้องให้ครบเลย นิชิกิโดน่ะความจำดีเว้ย!!" แล้วผมก็รีบจรลีลี้ไปตามหาที่รักผมโดยไว ก่อนที่ ที่รักของผมจะเดินทางไปไกลกว่านี้แล้วผมจะหาไม่เจอ. 02 ในตึกบริษัทที่แสนจะกว้าง แออกจะใหญ่อยู่ไม่น้อย แต่ที่รักของผมนั้นมีที่พักผ่อนหย่อนใจเพียงแค่สามที่เท่านี้น คือห้องเอบีซี ห้องของซึบาสะ และดาดฟ้า แต่ผมกลับหาไม่เจอ ทั้งๆที่ใช้ทุกวิธีที่ ทั้งเดินหา วิ่งหา ถามหารวมทั้งส่งพลังจิตที่แฝงไปด้วยออร่าแห่งรักเพ่งหา และถึงกับลงไปสั่งยามหน้าประตูว่า ถ้าเจอที่รักผมแล้วให้โทรหาโดยด่วน แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่แม้แต่จะได้กลิ่นหอมๆของที่รักผมเลย โอย~ นิชิกิโดปวดเฮด!! ขณะที่ผมกำลังรวบสมาธิและสติปัญญาอันชาญฉลาดและแสนที่จะปราดเปรื่องซึ่งเป็นสิ่งที่บุรุษที่แสนจะหล่อล่ำแฮนซัม แอนด์เซ็กซี่อย่างผมควรจะพึงมี ก็ได้ยินเสียงทุ้มๆเซ็กซี่(น้อยกว่าผมนิดส์)อันคุ้นๆดังมาจากด้านหลัง
"เรียว? มาทำอะไรที่นี่เนี่ย? แล้วทัตจังอ้ะ ไม่ได้อยู่ด้วยกันเหรอ?"
"เออ ยังหาไม่เจอเลย หาทุกที่แล้วนะเนี่ย"
"อืม.... กลับบ้านไปแล้วมั้ง?" จินพูดพลางขมวดเอามือถูคางไปมาอย่างใช้ความคิด
"เฮ้ย! ไม่น่านะ เพราะฉันสั่งยามหน้าประตูไว้แล้วว่าถ้าเจอให้ติดต่อฉันทันทีน่ะ" แม้ปากผมจะพูดงั้น แต่จริงๆผมก็กังวลนะครับ ก็ถ้าที่รักของผมกลับบ้านไปแล้วจริงๆ คราวนี้ผมก็อดเจอหน้ากันอีกแน่ งานผมตอนนี้ยิ่งหาช่วงว่างยากๆอยู่ แล้วจะไปหาที่รักผมที่บ้านนั้นก็... บอกคำเดียวได้ว่าไม่มีทาง เพราะอะไรน่ะเหรอครับ เหตุก็เพราะว่า ผมน่ะได้ไปบ้านที่รักของผม แล้วไปบอกกับที่บ้านที่รักของผมว่า "ผมเป็นแฟนทัตจัง ฝากตัวด้วยนะครับ!!" เท่านั้นแหละครับ พี่สาวของที่รักผมที่นั่งฟังอยู่โดดผางลงจากโซฟาแล้ววิ่งโร่เข้าไปในครัวพลางคว้ามีดทุกขนาด ทุกเบอร์เท่าที่มีในครัวมาขว้างใส่ผม ผมรีบเด้งออกมาจากบ้านที่รักผมแทบไม่ทัน แล้วหลังจากนั้น ก็มีป้ายแปะไว้หน้าบ้านว่า "ห้ามนิชิกิโด เรียว เหยียบที่นี่!!" เป็นไงครับ ถึงเป็นนิชิกิโดก็ซีดเป็นนะครับ~
"แล้วร้านกาแฟที่เพิ่งตั้งใหม่ชั้นสองอ้ะ ไปหามายัง ฉันเคยเข้าไปที่นั่นกับทัตจัง แล้วดูท่าทัตจังจะติดใจนะ"
"ยังเลย! อยู่ตรงไหนล่ะ แล้ว... เออช่างเหอะ อยู่ตรงไหนของชั้นวะ?" ผมอยากจะถามเหลือเกินว่าทำไมไอ้จินถึงรู้ แล้วทำไมถึงได้ไปกับที่รักของผมทำไมไม่ไปกะไอ้เต่า แต่ตอนนี้ผมอยากเจอหน้าที่รักของผมมมากกว่าอะไรเป็นที่สุด จึงไม่อยากถามอะไรให้มากความ
"สุดทางเดินปีกตึกซ้ายน่ะ" เมื่อรู้ที่หมายผมก็รีบมุ่งหน้าไปทันที ผมรีบสาวเท้ายาวไปที่ลิฟต์และเหมือนโชคจะเข้าข้างผม ลิฟต์มาถึงพอดี ผมรีบก้าวเท้าเข้าไปและกดไปที่หมายเลขสองทันที เมื่อประตูลิฟต์เปิดอีกครั้ง ----------------------------------------------------------------------------------------
ร้านที่จินว่าท่าทางจะเพิ่งเปิดใหม่จริงๆ เพราะรู้สึกมันเงียบเกินไปที่จะเป็นร้านกาแฟที่เปิดในตึกจอห์นนี่...
ผมผลักประตูกระจกใสบานใหญ่เข้าไปในร้าน ผมไม่แปลกใจว่าทำไมที่รักผมถึงเลือกที่นี่เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจเป็นที่ที่4 เพราะบรรยากาศนั้น แสนสบาย เปิดเพลงคลอเบาๆพอให้ได้ยิน แต่ไม่ถึงกับรบกวน พนักงานก็ไม่เจ๊าะแจ๊ะอะไรมากมาย
ผมเดินเข้าไปในมุมในสุดของร้าน มันเป็นสิ่งที่คาดได้ไม่ยาก ว่าทำไมผมถึงมั่นใจว่าจะเจอที่รักผมนั่งสบายอารมณ์อยู่ที่นั่น เหตุผลมีเพียงสองข้อ หนึ่งนั้น เพราะเป็นเรื่องของที่รักของผม ผมย่อมต้องรู้เป็นเรื่องธรรมดา สอง ที่รักผมไม่ชอบที่พลุกพล่านเวลาอยากพักผ่อน ไม่ชอบที่ๆมีแสงไฟมากเกินไปจรแสบตาอย่างหน้าร้านหรือส่วนเด่นอื่นของร้าน และรู้สึกไห้ความเป็นส่วนตัวสูงที่สุด ดังนั้นที่รักผมจึงเลือกที่นั่งมุมในสุดของร้าน และก็เป็นดังคาด ผมพบที่รักของนั่งอ่านหนังสือเงียบอย่างมีความสุขอยู่คนเดียวพร้อมถ้วยกาแฟหนึ่งแก้ว มันเป็นแบบนี้เสมอทุกครั้งที่ผมพบเค้าที่ร้านกาแฟทุกร้าน ที่นั่งด้านในสุด บรรยากาศแสนสบาย กับหนังสือหนึ่งเล่ม.... มันดูเติมเต็มบรรยากาศรอบตัวเค้าได้ดี ดีจนบางครั้งผมเองก็อดนึกน้อยใจไม่ได้....
ผมเดินไปเคาะโต๊ะเบาๆ ที่รักของผมละสายตาจากหนังสือขึ้นมามองผม ผมส่งยิ้มไปให้ ผมจับพนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่รักผมเบาๆก่อนที่จะถามออกไปว่า
"ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าที่นั่งข้างๆนี่ว่างมั้ยครับ?" "ไม่" สั้นๆ ห้วนๆ ได้ใจความ แต่ทำผมกระอัก- -" ท่าทางยังไม่หายโกรธผมแหงเลยง่า~T^T แต่ไม่เป็นไรครับ! สปิริตนิชิกิโดน่ะ มีมากกว่าที่คุณคิดนะครับ!! ผมถือวิสาสะดึงเก้าอี้ลงนั่งแล้วจ้องที่รักผมที่ตอนนี้กลับเข้าสู่โลกแห่งหน้ากระดาษอีกครั้ง...
"ทัตจังยังไม่หายโกรธผมเหรอ? ผมน่ะยังไงๆก็ยังไม่หายเหมือนกันะครับ"
"นายมีสิทธ์อะไรมาโกรธฉัน" ที่รักผมเงยหน้าจากหน้ากระดาษขึ้นมาพูดกับผมอย่างไม่สบอารมณ์
"ผมไม่ได้บอกเลยนี่นาว่าโกรธทัตจังน่ะ" ผมตอบกลับออกไปยิ้มๆ ทำไห้ทีรักของผมขมวดคิ้วสงสัย
"แล้วไอ้ที่บอกไม่หายน่ะ มันไม่หายอะไรล่ะ?" ผมยิ้มกริ่มออกมาก่อนแล้วเอื้อมมือไปจับมือที่รักของผมไว้ก่อนที่จะตอบออกมา
"ก็... ไม่หายที่จะรักคุณไงครับ" ....... ป้าบ!! เป็นไงล่ะครับ มุกนิชิกิโด!!! โดน!!!
"ทัตจังครับ ที่พูดไม่ออกนี่เพราะกำลังอิ่มกับความรักที่ผมมอบให้อยู่เหรอครับ" ไงล่ะ!! อีกดอก!!
"ฉันกำลังคิดทบทวนเรื่องที่ฉันไปรับปากคบนายเป็นแฟนว่ามันดีมั้ยอยู่ต่างหากล่ะ!!" ที่รักของผมพูดออกมาเร็วปรื๋อแล้วก็รีบดึงมือเรียวออกไปจากมือผมอย่างรวดเร็ว แล้วรีบเดินไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ทันที ปล่อยให้ผมอึ้งกับคำพูดเมื่อกี๊อยู่ที่โต๊ะคนเดียว3นาที ...... มันหมายความเยี่ยงไร!!! นิชิกิโดไม่เข้าใจ!!
"จะนั่งอีกนานมั้ย เรียว" เสียงนุ่มๆของที่รักตะโกนเรียกผมจากหน้าร้าน ผมรีบปลุกตัวเองให้ตื่นจากผะวัง แล้วตามทีรักผมออกไปอย่างรวดเร็วทันใจ
"แล้วตกลงนายมาหาฉันเรื่องอะไรเหรอ?" ร่างบางถามขึ้นมาขณะเดินมาถึงรถคันหรู
"อ๋อ ไปทานข้าวกันครับ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง ขณะที่เปิดประตูรถไห้ที่รักผมเข้าไปนั่งแล้วผมก็เดินอ้อมไปประจำที่คนขับ
"ฉันกินมาแล้วน่ะสิ งั้นกลับบ้านเลยแล้วกัน"
"ห๊ะ!! ไม่เอาอ้ะ!! ถ้าทัตจังกลับบ้าน แล้วอีกเมื่อไรผมถึงจะได้เจออ้ะ!!"
"แล้วนายอยากกินอะไรมั้ยล่ะ?" ร่างบางถามขึ้นเสียงนุ่มขณะที่เรียวกำลังสตาร์ทรถ
"อืม.... แล้วทัตจังอยากกินอะไรล่ะ?" ผมถามกลับขณะที่กำลังถอยรถออกจากลู่จอด เรียวคิ้วสวยของที่รักผมขมวดเข้าหากันนิดๆก่อนที่จะตอบออกมา
"ไอติม" เสียงนุ่มๆนั้นตอบออกมาพร้อมรอยยิ้มที่แสนสวย โอย~น่ารักจริงๆเลย ผมอดใจไม่ไหวขโมยหอมแก้มใสนิ่มๆนั่นไปที ทำให้ที่รักผมฟาดมือเรียวมาที่ต้นแขนผมเบาๆก่อนที่จะดุออกมาด้วยน้ำเสียงแสนเพราะ
"ทะลึ่งนักนะ!! เดี๋ยวก็ไห้กลับบ้านซะหรอก!!" ผมยิ้มออกมา แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ที่รักผม ทำไห้ร่างบางนั้นติดแหมะกับกระจกประตูอย่างไม่มีทางหลบสายตาผม
"โธ่~ ทัตจังคร้าบบบ ก็เล่นน่ารักขนาดนี้น่ะ แค่หอมแก้มอย่างเดียวนี่ถือว่าความอดทนเป็นเยี่ยมแล้วน้า~ ที่จริงผมอยากทำอะไรๆ มากกว่านี้ตั้งเยอะนะครับ" เมื่อผมพูดจบแก้มใสๆนั่นก็แดงปลั่ง มือเรียวสวยนั่นดันหน้าผมออกไปก่อนที่ฟาดมาที่ไหล่ผมสองทีและเด้งตัวเองกลับไปนั่งที่เช่นเดิม ริมฝีปากสวยพึมพัม "บ้า" ออกมาเบาๆพร้อมสายตาคมที่ก้มลงหลุบต่ำ ... เห็นอย่างนี้แล้ว อดใจไหว... ก็ไม่ใช่นิชิกิโดน่ะเซ่!! มือแกร่งเอื้อมไปจับใบหน้าสวยไห้หันมาเผชิญหน้ากับตนอีกครั้ง สายตาสีดำขลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมอย่างลึกซึ้ง ริมฝีปากบางของเรียวขยับเอ่ยคำพูดออกมาเบาๆ ก่อนที่จะบรรจงจุมพิตอันแสนหวานให้แก่ร่างบางแสนสวยตรงหน้า เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดกันอย่างวาบหวามแต่ทว่าแสนอ่อนโยน มือแกร่งลูบไล้แผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ริมฝีปากของเรียวจะละออกมาอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ไม่วายขบเม้มอยู่แถวริมฝีปากสวยที่ตอนนี้แดงเสียยิ่งกว่าผลสตอเบอร์รี่เสียอีก ลมหายใจร้อนของร่างบางประทะเข้ากับใบหน้าคมของเรียว ยิ่งทำไห้อารมณ์เค้ากระเจิดกระเจิง เรียวหอมแก้มใสที่ตอนนี้ก็แดงเกือบจะเท่าริมฝีปากอิ่มก่อนที่จะผละตังออก แล้วถอยรถออกจากบริษัท
"ทำ... ไม" เสียงนุ่มถามอกมาอย่างติดขัด เพราะเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อกี๊ ทำไห้ลมหายเค้าติดขัดไปไม่น้อย เรียวหันมาส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนไห้อีกครั้ง แล้วส่งมืออุ่นมาลูบใบหน้าสวยอย่างเบามือ
"ถ้าผมไม่รีบหยุดตอนนี้ล่ะก็... ผมจะหยุดมันไม่ได้อีกเลยน่ะสิ ทัตจังคงไม่ชอบใช่มั้ย?" ที่รักของผมพยักหน้าเบาๆเป็นคำตอบ ท่าทางแบบนั้นมัน... น่ารักอีกแล้ว มันทำไห้ผมอดที่จะขโมยหอมแก้มใสแดงๆนั่นไม่ได้ แม้ที่รักผมจะสะดุ้งบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรผมเหมือนครั้งเเรก แถมยังหันมายิ้มให้ผมด้วย!!! อ๊ากซ์ เดี๋ยวก็ไม่ห้ามซะหรอก ไอ้อารมณ์เนี่ย!! โทษฐานน่ารักเกิน!! ไม่ได้ๆ ต้องเปลี่ยนเรื่องๆ ไม่งั้นไอ้บรรยากาศแสนแหววแบบนี้ มันอาจทำไห้ผมหน้ามืดได้ คราวนี้ล่ะ แทนที่จะเลี้ยวรถเข้าร้านไอติม จะกลายเป็นโรงแรมแทน
"ทัตจังครับ อยากกินไอติมร้านไหนล่ะ"
"อืม... ซเว่นเซ้นส์(มีมั้ยเนี่ย)"
"โอเคครับ ตามพระประสงค์ของฝ่าพระบาท"
"โห้! ถ้าให้ฉันเป็นราชา แล้วเรียวจะเป็นอะไรล่ะ"
"เห~ ใครว่าทัตจังเป็นราชากันล่ะ เป็นเจ้าหญิงต่างหากล่ะครับ"
"ไอ้เจ้าบ้า!! ฉันเป็นผู้ชายนะ!! .... ช่างเหอะ! ว่าแต่ ถ้าฉันเป็นเจ้าหญิง แล้วนายล่ะ จะเป็นอะไรเรียว?"
"หึหึ ผมน่ะเหรอ? ผมก็จะเป็นโจรไงครับ" ร่างบางขมวดคิ้วมุ่นเอียงคอเล็กน้อย เป็นงงกับคำตอบของเรียว
"โจร เนี่ยนะ? ทำไม?" ผมยิ้มออกมาก่อนจะเลี้ยวรถเข้าจอด แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูไห้ที่รักของผม มือเรียวของที่รักผมรั้งชายเสื้อผมเป็นการเร่งให้ผมรีบตอบคำถาม ผมยิ้มขำๆออกมาก่อนที่จะก้มลงไปตอบข้างๆหูที่รักผมว่า
"ที่ผมเลือกเป็นโจรเนี่ย ก็เพราะจะได้เข้าไปขโมยหัวใจเจ้าหญิงไงครับ"
------------------------------------------To Be Continued-----------------------------------------------------
edit @ 14 Nov 2008 15:56:18 by pierce
edit @ 4 May 2009 19:52:53 by pierce



เด๊ยวจะกลับมาอ่านตอนที่สองต่อ อิอิ
ตอนนี้ปายนอนก่องแระ
#1 By ✖ ショウヤ ✖ on 2008-03-08 02:12