[sf]A song for you ::Nakamaru x Ueda

posted on 18 Jan 2008 17:45 by piengtavan in KAT-TUN, shotfic

Title:: A song for you
Cast:: Nakamaru x Ueda

ชีวิตที่ผมเดินทางมาตลอดนั้น มันอยู่บนความอ้างว้าง โดดเดี่ยว และไร้ความรู้สึก แต่ผม ก้ยังทำงานหากินอยุ่กับความรู้สึก

บทเพลง ที่ต้องใช้จิตใจกลั่นกรองออกมาเป็นถ้อยคำ...

แม้ผมไร้จิตใจ ก็ยังคงทำงานนี้ไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีเรื่องให้เสียใจ ไม่มีเรื่องไห้ปวดหัว มีหลายคนที่เคยอยู่กับผม พูดไว้ว่า ผมน่ะ มันไร้จิตใจ เป็นคนเย็นชา.... คิดเหรอ? ว่าผมจะสนใจกับคำพูดของคนงี่เง่าไม่กี่คนนั่น ที่แค่ผ่านมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตผมน่ะ ...

แต่ตอนนี้ ชีวิตผม กำลังเปลี่ยนไป...

---------------------------------------------------------------------------

เวลาที่หน้าปัดนาฬิกาเรือนหรู บอกเวลาแห่งวันใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว ในความมืดมิด ขายาวก้าวจ้ำไปตามทางเดินคุ้นเคย พลันสายตา ก็เหลือบไปพบกับ สิ่งสิ่งหนึ่งนอนกองนิ่งอยู่กลางทาง เรียวคิ้วสวยขมวดเข้ากันเป็นเชิงสงสัยในสิ่งที่เห็น แต่ก้ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แล้วร่างบางก็เดินก้าวผ่านไป

แต่...

"หมับ!!" ขณะที่ร่างบางกำลังจะเดินผ่านนั้น มือของร่างที่นอนกองอยู่ที่พื้นนั้นืได้คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าเค้าเข้าแน่น ร่างบางก้มลงแกะมือนั้นออก และตั้งใจว่าจะเดินจากไป ถ้าหากว่าไม่ได้เสียงพูดจากร่างที่นอนอยู่

"ชะ... ช่วย... ช่วยผมด้วย" เสียงนั้นแหบพร่า และแผ่วเบา ร่างบางกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนที่จะจิ๊ปากออกมาอย่างขัดใจ แต่แล้วก้ตัดสินใจ รวบประคองร่างนั้น ให้มาที่ห้องเค้าจนได้

............................................................................
แสงแดดยามเช้า ปกติ จะรอดเข้า เพียงแค่สกิดให้เค้าหันหน้าหนีไปเท่านั้น.. แต่วันนี้ ทำไมกลับถึงได้แยงเข้ามาถึงลูกนัยต์ตาเค้าได้

"อือ~" เสียงนุ่มครางในลำคอ ก่อนที่จะมือขยี้หัวตาแรงๆเพื่ขับไล่อาการมึนหัว และปรับสายตาให้ชินกับแสงจ้าที่ส่องเข้ามา ทันทีที่ตาคมลืมตาตื่นเต็มที่แล้วนั้น ร่างบางก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อพบเข้าดวงตาใสอีกดวงที่จ้องตอบเค้กลับมา

"ตื่นแล้วเหรอ?" เสียงทุ้มของคนตรงหน้ากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มแสนอ่อนโยน ที่เข้ากันได้ดีกับแสงแดดจ้าเบื้องหลัง

ใบหน้าสวยพยักรับคำออกมาสองสามที เมื่อเห็นดังนั้น คนตรงหน้าก็ยิ้มร่าขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นแล้วก้มหัวให้เค้า

"เมื่อคืน ขอบคุรนะ ที่ช่วยฉันไว้ ขอบคุณมากๆเลย" เสียงทุ้มกล่าวออกมาดังก้อง จนร่างบางตาโตตกใจกับการกระทำแบบนี้

"ดะ เดี๋ยวนาย ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ ที่จริงถ้านายไม่จับฉันไว้ ฉันก้ไม่ช่วยหรอก..." ร่างบางพูดออกมาเร็วปรื๋อ เพื่อให้ร่างสมส่วนตรงนี้เงยหน้าขึ้นมาจากพื้นพรมเค้าซักที ดดยไม่รู้ตัวเลยว่าหลุดออกไปทุกคำพูดที่คิด ทำไห้ร่างบางต้องรีบชักมือสวยม่ปิดปากทันทีที่พูดจบ แต่ถึงกระนั้นร่างสมส่วนตรงหน้าก็เงยขึ้นมาสบตาเค้าพร้อมกับรอยิ้มอีกครั้ง

"คุณนี่ใจดีจริงๆด้วยนะ" ด้วยคำพูดและรอยยิ้มนั่น ร่างบางทำได้แต่เพียงหลบสายตาด้วยความเขินอาย

...................................................................................................

หลังจากนั้น ผมตกลงให้เค้าอยุ่ด้วย เพราะดุท่าเค้าคงจะไม่มีที่ให้กลับ เค้ายิ้มให้อย่างร่าเริง ก่อนจะก้มหัวต่ำๆขอบคุณผมอีกครั้ง เค้าบอกว่า เค้าชื่อนากามารุ ยูอิจิ เค้าถามชื่อผม ผมก้บอกชื่อจริงเค้าไป เค้าก้ทำท่าตกใจมากๆ

"เอ๊ย! นายคือ นักแต่งเพลงชื่อดัง อุเอดะ ทัตซึยะคนนั้นเหรอเนี่ย!?" ผมยิ้มรับ และหัวเราะออกมากับท่าทางเปิ่นเวลาเค้าตกใจ ไม่ก็แปลกใจมากๆเสมอ ...

ใช่ครับ ผมยิ้ม ผมหัวราะ หลังจากที่ไม่ทำแบบนี้มากี่ปีกันแล้วนะ อา~.........

ชีวิตการเป็นอยู่ของเราในแต่ละวันนั้น สนุกสนานมาก เค้าหาเรื่องสนุกๆมาไห้ผมหัวเราะได้ตลอด และเมื่อถึงเวลาผมทำงาน เค้าก็จะมานั่งอ่านหนังสือ รึไม่ก็บทเพลงที่ผมแต่งเงียบ แต่ทั้งๆที่เค้านั่นเงียบ แต่กลับทำให้ห้องทำงานของผม อบอุ่นขึ้นมายังไงก็ไม่รู้

.................................................................................

"นี่ๆทัตจัง เพลงของนายทำไมหว้าเหว่ แสนเศร้าอย่างนี้ล่ะ?" คำถามนี้ออกมาจากปากของยุอิจิ หลังจากที่นั่งจมปลักกับบทเพลงเกาๆของผม

"ไม่รู้สิ ฉันแต่งตามรีเควสของบริษัทน่ะ"

"ทัตจังแต่งเพลงตามคำขอของคนได้ด้วยเหรอ? เก่งจัง" ผมไม่ตอบอะไร เพียงแต่ยิ้มรับแล้วหันหน้ากลับไปทำงานผมต่อเท่านั้น แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เพราะอยู่ๆยุอิจิก็มาโอบเข้าจากทางด้านหลังผม

"ผม... ขออะไรบ้างได้มั้ยครับ"

"อะ... อะไรเหรอ?" เสียงผมสั่น พอกับหัวใจผมเลย

"แต่งให้ผมเพลงนึงได้มั้ย? จะเป็นแนวเพลงแบบไหนก็ได้ จังหวะ อารมณ์ ตามใจทัตจังเลย แต่ขออย่างเดียว แต่งมันออกมาจากใจให้ผมหน่อยนะ" ผมพยักหน้าตอบโดยไม่หันกลับไปมองแววตาของยุอิจิที่ส่งมาให้ แต่แม้ไม่มอง ด้านหลังผมก็เหมือนละลายได้ ทำไมกันนะ ทำไม?
.................................................................................................

หลังจากนั้น ยูอิจิ ก็ไมเข้ามาที่ห้องทำงานผมอีกเลย ผมก้ยังคงไม่สามารถแต่งเพลงที่ยูอิจิขอได้ วันนี้ ผมเจอเค้าหลับอยุ่ที่โซฟาหน้าจอทีวี

"ยูอิจิ ยู~"มือสวยเอื้อมมือไปขย่ากายคนร่างสมส่วนเบา แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ใบหน้าสวยส่ายหน้าเล้กน้อย ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าห่มในห้องมาให้ ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ หวัดเล่นงานแน่ ขณะที่มือสวยกำลังขยับจัดผ้าให้คลุมร่างสมส่วนนี้ ตาของยูอิจิ ก็ลืมขึ้นมาจ้องใบหน้าเค้า

กลิ่นกายของยูอิจิ ผสมผสานกับกลิ่นกายของร่างบาง อบอวลกันจนสมองร่างบางเบลอ แขนเรียวถูกดึงจากข้างล่าง ปากอิ่มถูกประกบจูบบดขยี้ด้วยความร้อนแรง และอ่อนโยน การเคลื่อนไหวของยูอิจิที่พาเค้าไปนั้น ช่างอ่อนหวาน และขับกล่อมดั่งน้ำตาลเมา แล้วคืนนั้นเสียงครางหวานของทัตซึยะ ก็ด้องก้อง ไปทั่วห้องนั่งเล่น

..............................................................................................................

เช้าวันใหม่ แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาในห้อง น่าแปลก ที่ผมกลับกลายเป็นชอบแสงนี้ไปแล้ว

"อรุณสวัสดิ์ ทัตซึยะ" เสียงทุ้มของยุอิจิ กล่าวทักผมพร้อมก้มลงจูบที่หน้าผากผมเบา ... บรรยากาศแบบนี้ อารมณ์แบบนี้ มันทำให้ความคิดอย่างหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวผม ผมทะลึ่งลุกพรวด แต่ไม่ทันไรต้องคุ้ตัวลงด้วยความเจ็บ ยูอิจิรีบพรวดเข้ามาประคองผมไว้

"เจ็บมากเหรอ?ท ขอโทษนะครับ จะไปไหนล่ะ เดี๋ยวผมพาไป" ยูอิจิพุดออกมาเร็วปรื๋อด้วยความตกใจ ผมยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไป

"พาชั้นไปที่ห้องซ้ายมือที" ยุอิจิพยักหน้าเข้า ใจอุ้มพาผมไปที่ห้องนั่น ผมบอกให้เค้าวางผมลงมฃที่บนเก้าอี้เปียโน มือสวยลูปคลำอย่างแสนรัก ก่อนที่จะบรรจงกดนิ้วลงไป จนกลายเป็นทำนองเพลง เมื่อผมบรรเลงจบ เสียงปรบมืออย่างทึ่งๆก็ดังมาจากยุอิจิ ผมยิ้มขำๆให้ท่าทางตื้นเต้นราวกับเด็กนั่นก่อนที่จะบอกเค้าเกี่ยวกับเพลงนี้

"เพลงนี้ เป็นของนายนะเพลงนี้ที่นายขอ ฉันแต่งมันออกมาแล้ว" ร่างบางกล่าวจบก็คลี่ยิ้มสวยออกมา ยุอิจิยิ้มตอบเช่นกัน และก็เดินเข้มาจุบอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะโอบกอดไว้ด้วยความอบอุ่นจากหัวใจ
..............................................................................................................

เช้าวันหนึ่ง ผมเล่นเพลงที่แต่งให้ยุอิจิฟังเฉกเช่นทุกวัน การกระทำซ้ำๆ มันทำให้เรามีความสุขมากกว่าที่เคยคาดคิด แต่เวลาแห่งการลาจา ไม่เคยรอให้พวกเรามีความสุขเกินไปกว่านั้น ดน๊ตเพลงเริ่มบรรเลง ยังทันได้ถึงท่อนอินโทรที่ยุอิจิชอบที่สุด ร่างสมส่วนนั้น กลบล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไม่มีปี่ขจลุ่ย ผมกระวีกระวาดวิ่งเข้าไปดู เค้าหมดสติโดยสิ้นเชิง เลือดกำดาไหลออกมาทางจมูกเยอะมากกว่าที่ควรจะออก

ผมรีบพาเค้าไปดรงพยาบาล การนั่งรอหน้าประตูสีขาวบานนี้ ทำไมมันช่างทรมาณนัก ทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างผมก็พุ่งตัวเข้าหาหมอทันที แล้วสิ่งที่ผมรับรู้ก้คือ ยูอิจิเป็นเนื้องอก ที่ไม่มีเปอร์เซนการรอด แม้จะผ่าตัดก็ตาม... ตอนนั้น ร่างกายผมท่อนบนรู้สึกหนักอึ้ง ส่วนช่วงล่างนั้น กลับเบาดหวงราวกับไม่มีพื้น ...

หัวใจของผมนั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งนั้น มันทำไห้ท่านไม่พอใจใช่มั้ยพระเจ้า!! คำสบถสาบานสาบแช่งต่อทุกสิ่ง แม้ผมจะไม่สามารถเอ่ยปากออกมาได้ แต่ในจิตใจผมกลับก้องไปด้วยสิ่งเหล่านั้น....

หลังจากนั้น ผมก็ปฏิเสธงานทุกงานที่เข้ามา ผมมานั่งอยู่ข้างๆยูอิจิตลอดเวลา ผมดูแลเคา เอาใจใส่ ทุกๆอย่าง คำว่ารัก ผมพร่ำบอกทุกวัน ไม่มีเวลาไหน ที่ผมจะไม่พูดคำนั้น ยูอิจิรู้ดี ว่าตนนั้นมีเวลาเหลือเท่าไร เค้าก้พยายามที่จะย้มให้ผมมากที่สุด เราไม่ได้ปั้นหน้าใส่กัน แต่ที่เรายิ้มให้กันนั้น เพื่อบอกให้ต่างฝ่ายต่างรู้ว่า

"ผมไม่เป็นไร คุณสบายใจเถอะนะ" ........

จนกระทั่งวันงานเทศกาลดนตรี งานที่ผมรับมาก่อนที่จะเจอยูอิจิ ผมยังปฏิเสทที่จะไม่ไปอยุ่ดี

"ทัตซึยะ ... คุณต้องไปเล่นดนตรีนะ" เสียงทุ้มของยุอิจิยังคงฟังดูอ่อนโยน เกเช่นรอยยิ้มบนใบหน้าเสมอ แม้สีเลือดบนหน้ายูอิจินั้น จะหายไปทีละนิด จนหน้าที่เคยแต้มไปด้วยสีแห่งชีงวิตชีวา เริ่มหมองลง

"ผมไม่ไปหรอก... ผมจะอยู่กับคุณ"

"ไปเถอะ... ผมอยากฟังเพลงที่คุณเล่นอีกครั้ง ...ได้โปรดนะ" ร่างสมส่วนกลืนคำว่า ครั้งสุดท้ายลงคอ ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ตามเดิม

"ไม่!! สิ่งที่ผมจะทำ คือการอยู่กับคุณ ข้างๆคุณ ผมจะไม่ทิ้งคุณ!!! เข้าใจผมหน่อย!! อย่าไล่ผมเลย!!~" ร่างบางตะโกนออกมาด้วยอารมณ์สุดทานทน ก่อนที่จะทรุดกายลงปล่อยน้ำตารินไหลอาบแก้มกับพื้น กายบางส่นเทาด้วยแรงสะอื้นไห้ ยูอิจิเห็นเช่นนั้น จึงพยายามดันกายตน ลงไปโอบกอดร่างบางไว้ พลางโยกปลอบเบาๆ

"ทัตซึยะไม่ได้ทิ้งผม ผมก็จะไม่ทิ้งทัตซึยะ ผมจะอยู่กับคุณตลอดไป" เสียงทุ้มเอ่ยปลอบแผ่วเบา ราวขับกล่อม หัวทุยของร่างบางส่ายไปมา

"ยุอิจิกำลังจะทิ้งฉันไป แลก้กำลังไล่ฉันไป... " ร่างบางกล่าวออกมาเบาๆ ผ่านเสียงสะอื้น ยูอิจิเพิ่มแรงกอดกระชับมากกว่าเดิม พรมจูบไปทั่วใบหน้าสวย

"ผมไม่ได้ทิ้ง ผมไม่ได้ไล่ ทัตซึยะ ผมจะอยุ่กับคุณตลอดไป แค่คุณมองไม่เห็นเท่านั้นเอง"

"ผมอยากเห็น อยากสัมผัส ผมอยากกอด ยูไม่รู้สึกอย่างนี้เหรอ?"

"ผมจะโอบกอดทัตซึยะไว้ทุกเวลา แม้คุณจะไม่รู้สึก แต่รู้ไว้ ผมนั้นอยุ่กับคุณเสมอ"

"ผมอยากสัมผัสได้... ถึงตัวคุณ.." เรียวนิ้วสวยปาดน้ำออกจากใบหนาสวย ก่อนที่จะก้มลงจูยที่แก้มนิ่มเบาๆ

"ผมนั่นอยู่กับทัตซึยะ บทเพลงที่ทัตซึยะแต่งให้ผม เวลาเล่นมัน คุณจะรู้สึกถึงผม .... ทัตซึยะบอกเองนี่ ว่าเพลงนั้น คือผม ที่กลั่นออกมาเป็นตัวโน๊ตน่ะ" สายตาคมหันมาจ้องตายุอิจิ ก่อนที่จะปล่อยโฮออกมา และสวมกอดร่างคนรักไว้แน่น

...........................................................................................

เวทีที่อื้ออึงไปด้วยเสียงของผุ้ชมจำนวนมาก แสงไฟนีออนแสนแสบตา แต่ร่างบางก็ยังคงยิ้มออกมา ก้าวเดินอย่างมั่นคงไปที่แกรนเปียโน ที่ตั้งอยุ่กลางเวที ทันทีที่เค้านั่งลง สรรพเสียงต่างได้หยุดลง แสงไปจ้าแสบตาไดถูดปิด เหลือเพียงสปอร์ตไลท์ที่ส่องมาทางเค้าเพียงดวงเดียว

ทันทีที่ร่างบางจรดเรียวนิ้วสวยลงไปที่แป้นคีย์ เหล่าบรรดาบทเพลงสวยงามก็ออกมาร่ายรำ ร่างบางบรรเลงไปจนถึงเพลงสุดท้าย

................................................................

"คุณพยาบาลครับ แฟนผมเก่งม้า!" เสียงทุ้มกล่าวอย่างร่าเริง วันนี้อาการของยุอิจิดีมากจนทั้ง หมอที่มาตรวจอาการแปลกใจ

"ค่ะๆ เก่งมากๆเลยค่ะ" เสียงใสพยาบาลสาวตอบรับก่อนที่จะหันไปง่วนอยู่กับอุกรณ์ข้างๆเตียงต่อ

เรียวปากยุอิจิคลี่ยิ้มออกมา เมื่อบทเพลงสุดท้าย ที่ทัตซึยะเริ่มบรรเลง คือเพลงที่แต่งให้เค้า เรียวตาของยุอิจิเริ่มหนักอึ้ง ตาใสเริ่มค่อยๆปรือและปิดสนิทในที่สุด.........

"อ้าวคุณนากามารุ หลับซะแล้วเหรอคะ? ช่างเถอะ ตรวจเสร็จแล้วนี่นะ" แล้วพยาบาลสาวก็เข็นรถบรรจุยาออกไป
-------------------------------------------------------------------------

"บทเพลงสุดท้ายครับ เพลงนี้มีชื่อว่า "ความสุข" " ทันทีที่ร่างบางเอ่ยชื่อเพลงออกมา มือบางก็ผลักไมค์ออไป แล้วเริ่มบรรเลงบทเพลงสุดท้าย บทเพลงของคนรัก บทเพลงที่กลั่นความสุขที่ตนได้รับยุอิจิ มาเป็นดน๊ตเพลง

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*End*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

ทั้งๆที่ตั้งใจจะเเตง No title ต่อแท้ไหได้เรื่องใหม่ล่ะนี่ -*-

edit @ 28 Oct 2008 14:26:53 by pierce

Comment

Comment:

Tweet

short fan-fiction