[sf]รักนะ ... จุ้บส์-Ryo x Ue 05

posted on 30 Mar 2008 17:51 by piengtavan in FIC, KAT-TUN, NEWS

Title:: รักนะ... จุ้บส์ๆ 
Cast:: Ryo Nishikido x Tatsuya Ueda

05


ที่ห้องซ้อมนิวซ์
ขณะที่บรรยากาศยามเช้านั้นแสนจะน่าลั่นล้า แต่ในบรรดาห้องซ้อมต่างๆในตึก จอห์นนี่ จูเนียร์กลับร้อนไปด้วยอุณหภูมิร่างกายของเหล่าบรรดาหนุ่มๆหน้าตาจัดไปได้ว่า หล่อและสวย หากแต่มีเพียงหนึ่งหนุ่มเท่านั้น ที่บรรยากาศรอบตัวช่างมืดมนและเยือกเย็นราวกับภูเขาหิมะในฤดูหนาวเวลาดึกสงัดเสียนี่กระไร....

“ยามะจังๆ เรียวจังเป็นอะไรเหรอ?” เสียงนิ่มของบุรุษหน้าหวานหมายเลขสองกระซิบถามออกมาเสียงเบา เนื่องด้วยว่า กลัวว่าหากนิชิเรียวได้ยินเข้า อาจจะโดนตอกกลับมาว่า -แล้วมันเรื่องอะไรของนาย เทโกชิ!- แต่แล้วคำตอบที่ได้จากลีดเดอร์ตาโตแก้มกลมคือการส่ายหัวไปมาสองที ยูยะพยักหน้าเข้าใจ แล้วค่อยกระดืบลับไปตรงบริเวณที่บรรดาสมาชิกนิวซ์สุมหัวกันรอคำตอบ
“ว่าไงยูยะจังเรียวจังเป็นอะไรเหรอ?” เสียงทุ้มของบุรุษหน้าหวานหมายเลขสามถามออกมาอย่างเร่งร้อน เกรงว่า หากสายตาเฉียบของชายเรียวนั้นตวัดมามองทางนี้ อาจโดนไซโคได้ว่า –งานการไม่มีทำรึไง มัวแต่สุมหัวกันน่ะชิเงะ!- และคำตอบที่ได้กลับมาคือการกระทำเดียวกับท่านลีดเดอร์
“ว้า~ งั้นพวกเราจะต้องโดนรังสีมืดมนนี่อีกนานแค่ไหนเนี่ย” บุรุษหน้าแมวบ่นออกมากระปอดกระแปดเบาๆ ก่อนที่จะเคลื่อนตัวลงนอนหนุนตักนิ่มของชิเงอากิอย่างผ่อนคลาย โดยไม่แคร์สายตาเมมเบอร์ที่ร่วมสุมหัวส่งสายตาแบบเอียนๆมาให้อย่างไม่ปิดบัง
-----------------------------------------------------------------------------------------------
ห้องซ้อมคัตตุน
หากทางด้านวงไอดอลที่แสนจะร่าเริงฝั่งนิวซ์นั้นเกิดเหตุการณ์ความมืดหม่นและเยือกเย็นแห่งภูเขาหิมะในฤดูหนาวเข้าครอบงำแล้ว ทางฝั่งวงไอดอลแสนฮอตผู้มีภาพพจน์เป็นแบดบอยก็กำลังโดนรังสีอำมหิตดั่งตกอยู่ในสนามรบที่แผ่ออกมาจากท่านลีดเดอร์คนงามครอบงำอยู่เช่นกัน

ตามปกตินิสัยท่านลีดเดอร์ผู้นี้ หากไม่มีเรื่องเครียดก็จะนั่งทำหน้านิ่งเฉยอยู่แล้ว อาจจะมีอาการเอ๋อออกมาบ้างเวลาถูกบรรดาเมมเบอร์สุดโปรดแหย่ก็ไม่ว่ากัน แต่คราวนี้ ท่าทางที่สงบนิ่ง ไร้สุ้มเสียงจนเงียบงันนั้น แม้แต่เมมเบอร์สุดโปรดอย่างคาเมนาชิยังไม่กล้าแหยม...

“จิน...” เสียงใสของคาเมะเรียกพร้อมสะกิดคนรักตนให้หันมามองทางตนเบาๆ เนื่องด้วยไม่อยากก่อเสียงดังให้รบกวนเวลาแห่งการคิดของท่านลีดเดอร์
“หืม...” เสียงทุ้มครางขานรับในลำคอก่อนที่จะเบนสายตามามองหน้าใส
“รู้รึเปล่า ว่าทัตจังเป็นอะไร??” เสียงใสถามออกมาเบาๆ ก่อนที่จะพยักเพยิดใบหน้าไปทางรางบางที่นั่งนิ่งราวรูปปั้นก็ไม่ปาน จินที่ได้ยินคำถามก็ยกมุมปากขึ้นหยักยิ้มน้อยๆ
“หึ... จะมีใครที่สามารถทำให้ท่านลีดเดอร์อยู่ในอารมณ์ออกรบได้มากกว่า นิชิกิโด เรียวได้กันล่ะครับ?” ใบหน้าใสพยักขึ้นลงน้อยกับคำตอบของเซ็กซี่บอยแห่งวง ก่อนที่จะหันไปกระซิบบอกคำตอบต่อๆไปในเมมเบอร์ที่นั่งหน้าสลอนรอฟังอย่างเงียบๆ
ปึ้ง!!! ขณะที่คำตอบและคำนินทาว่าร้ายต่างๆจะถูกบ่นวนกันในจนมัน เสียงหนังสือเล่มหนาก็ถูกกระแทกลงกับโต๊ะจนดังก้อง ก่อนที่ร่างบางจะยันตัวลุกพรวดตัวตรง
“งานวันนี้เสร็จแล้วใช่มั้ย? งั้นฉันขอตัวกลับก่อนละกัน” เสียงนุ่มกล่าวออกมาเรียบก่อนที่จะเหวี่ยงกระเป๋าใบเก่งขึ้นพาดบ่าและย่ำเท้าเดินออกไป ตามด้วยเสียงปิดประตูดังลั่น....
“เวรล่ะ... คราวนี้อารมณ์ขึ้นถึงขั้นแม็กซ์แล้วนี่หว่า” เสียงแหลมๆของเจ้าของฉายาโจ๊กเกอร์ พูดออกมาเสียงเบาจนเกือบกลายเป็นกระซิบ
“ฉันว่า ไม่ใช่แค่แม็กซ์แล้ว มันทะลุออกเกินขีดมากกว่าอ้ะดิ้” น้ำเสียงขี้เล่นของเจ้าของหัวทรงไฟนอล แฟนตาซี แย้งออกมาเบาๆ
“เฮ้อ...ฉันล่ะนับถือเรียวมันจริงๆ ที่กล้าไปแหยมให้ทัตจังเกิดโกรธขึ้นมาจริงๆได้เนี่ย” สิ้นเสียงผู้อาวุโสแห่งวง เหล่าบรรดาเมมเบอร์ทั้งหลายก็พยักหน้าเห็นด้วยกันหงึกหงักไปตามๆกัน
“อ้าว... จินจะไปไหนอ้ะ?” เสียงใสของคาเมะถามขึ้นมา เพราะเหลือบไปเห็นร่างหนาเดินไปหยิบกระเป๋าทั้งของตนและของจินขึ้นพาดบ่า
“ไปดูอีกศพก่อนกลับบ้านน่ะซิ มาเร็วคาเมะ” เสียงทุ้มส่งเสียงเร่ง พลางกวักมือเรียกร่างเล็กไห้ตามตนออกไป คาเมะพยักหน้าน้อย ก่อนจะหันมาบอกลาทุกคนในวง
“เอ้อ เดี๋ยวชั้นก็ไปหายามะมั่งล่ะ ไม่แน่อาจเลิกไวเหมือนกัน ไปละ” ยูอิจิยกมือลาก่อนที่จะเดินไปคว้ากระเป๋า แล้วออกวิ่งตามสองร่างที่เพิ่งเดินออกไป
“งั้น...ฉันไปบ้างล่ะนะ บายโคคิ” ร่างสูงยกมือขึ้นแตะบ่าร่างสมส่วนเบาๆก่อนที่จะเดินไปเก็บข้าวของที่ทั้งตนและคาเมะรื้อออกมาเล่นแล้วเดินก้าวออกไปอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้แร็พเปอร์หนุ่มนั่งหน้านิ่วดั่งคนปวดท้องอยู่คนเดียว
“โห่~ ทำไมทุกคนถึงไปกันหมดเล่า ไอ้พวกเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน!!” เรียวปากบางส่งเสียงบ่นกระปอดกระแปดแง้วๆออกมา พลางตัวลงไปนอนดิ้นอย่างเด็กอดได้ขนม ซักพักจึงเดินไปที่กระเป๋าตนแล้วล้วงมือความหา โทรศัพท์เครื่องจิ๋วขึ้นมาต่อสาย...
“.......” ทรุดตัวลงนั่งยองๆที่ข้างกระเป๋า พร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นมองบนเพดานเพ่งสายตามองไปที่หลอดฟลูออเรสเซ้นอย่างจดจ่อปากบางเม้มแน่น
-โมชิโมชิ ทาดะโยชิครับ- ทันทีที่ปลายสายส่งเสียงนุ่มเข้ามา เรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันแน่นคลายออก ปากบางคลี่ยิ้มพร้อมดวงตา
“เหวย เหวย มายฮันนี่โคคิเองครับผ้ม!” มือแกร่งยกขึ้นทำท่าตะเบ๊ะประกอบ แม้ปลายสายจะไม่เห็นก็ตามที
-...โทรมามีอะไร?- มือแกร่งวางแนบลงกับพื้นห้อง พร้อมเรียวปากที่อ้าออกหวอ
“โห่~ ทำไมพูดแบบนั้นล่า~ ผมน้อยใจนะครับที่รัก~” ร่างสมส่วนทิ้งตัวลงนั่งแหมะกับพื้นห้องอย่างหมดแรงทันที
-อี๋~ ไปเลี่ยนไกลๆเลย ไม่ว่าง- แก้มที่ออกตอบๆนิดป่องขึ้นทันใดแล้วร่างสมส่วนก็ทิ้งตัวลงนอนคว่ำหน้าลงกับพื้น
“อึ้! หัวใจผมกำลังรวดร้าว ตอนนี้ต้องการคำหวานปลอบประโลมโดยด่วน พลีส~”มือแกร่งเอื้อมไปคว้าเข้าที่หน้าอก แล้วเริ่มกลิ้งไปมาอย่างทรมาน
-ทานากะ!- เสียงนุ่มปลายสายเริ่มเพิ่มระดับความเข้ม ทำให้ร่างสมส่วนนั้นหยุดกลิ้งไปมา แต่ยังคงนอนคว่ำหน้าอยู่อย่างนั้น
“.........ก็ได้~ ก็ได้~ เฮ้อ~ มีคนรักกับเค้าทั้งคน ทำไมเรามันถึงได้ดูโดดเดี่ยวอยู่คนเดียวแบบนี้น้า~” เสียงแหลมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตัดพ้ออย่างไม่ปิดบัง
-................- ร่างสมส่วนเกยคางขึ้นกับพื้นก่อนที่เริ่มเอ่ยพูดบอกเล่าที่แฝงด้วยอาการตัดพ้อเต็มเหนี่ยว
“เนี่ย เพื่อนๆเค้าก็ต่างคนต่างกลับบ้านกับแฟนแต่ละคน ไปสวีทตามอัธยาศัยของแต่ละคน ทำไมเราถึงได้โดดเดี่ยวอยู่คนเดียวแบบนี้กันน้า~” ร่างสมส่วนพลิกกายเป็นท่านอนตะแคงข้างหันหลังให้ประตู
-......................-
“เนี่ยน้า~ ดินเนอร์เย็นนี้ต่างคนเค้าก็ควงแขนกันไปเป็นคู่ ขนาดไอ้จมูกโตยังควงยามะพีไปกินข้าวฝีมือตัวเองที่บ้านเลย แล้วทำไมเราถึงไม่ได้ทำแบบนั้นบ้างน้า~ ฝีมือทำกับข้าวเราก็ถือว่าเก่งกว่าไอ้ยูแท้ๆ ทำไมน้า~” มือแกร่งยกขึ้นเล็กน้อย แล้วใช้นิ้วชี้จิ้มๆลงที่พื้นเบาๆ
-.....................- ยังคงเงียบอยู่............... เรียวคิ้วร่างสมส่วนเริ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนที่จะยกเข่าขึ้นมากอดแน่น
“ท่าทางวันนี้เราคงจะต้องกลับบ้านคนเดียว กินข้าวเย็นคนเดียว และก็เข้านอนคนเดียวอีกวันแล้วซีน้า~”
-.............................-
“.........................” ไร้เสียงพูดใดๆจากร่างสมส่วน เหลือเพียงแต่เสียงถอนหายใจหนักๆอย่างคนปลงแล้ว
‘เอาวะ แฟนเรามีดีก็ตรงไม่หวานพร่ำเพรื่อนี่แหละ’ คิดได้ออกมาแบบปลงๆ ก็ยกโทรศัพท์เครื่องจิ๋วเคลื่อนมาที่ริมฝีปาก ก่อนที่จะกรอกเสียงเบาหวิวลงไป
“วันนี้ทาดะจังคงยุ่งอยู่ อย่าหักโหมกับงานมากนะครับ แล้วก็อย่าลืมกินข้าวให้เป็นเวลานะครับ รักษาสุขภาพด้วยล่ะครับ เดี๋ยวผมจะวางสายแล้วนะ” ปากบางคลี่ยิ้มเหงาออกมาก่อนที่จะแนบเครื่องมือสื่อสารลงที่ปากตนเบาๆ
“รักนะครับ” เสียงกระซิบแผ่วหวานดังออกมาก่อนที่จะเลื่อนนิ้วลงพับฝาพับ
“-เพิ่งรู้ว่า แร๊พเปอร์ ทานากะ โคคิ จะถอดใจอะไรง่ายๆแบบนี้นะ-” ยังไม่ทันที่ฝาพับจะพับลงดี เสียงนุ่มก็ดังออกมาขัดเสียก่อน แต่คราวนี้ดังออกมาทั้งจากทางลำโพงโทรศัพท์ และด้านหลังของตน...
แร๊พเปอร์หนุ่มสะดุ้งพรวดลุกขึ้นนั่งและหันไปมองทางด้านหลังตน มือแกร่งยกขึ้นขยี้ตาตนอย่างไม่เชื่อสายตา แต่ภาพนั้นก็ยังไม่เลือนหาย เรียวปากที่เคยยิ้มออกมาแบบหงอยๆเมื่อครู่ ตอนนี้คลี่ออกยิ้มกว้างอย่างแสนยินดี ร่างสมส่วนลุกขึ้นพรวดก้าวกระโดดโผเข้ากอดร่างบางที่เดินยิ้มบางๆเข้ามาทันที
“มายสวีทฮาร์ทททททททท”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หน้าบ้านอุเอดะ
กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง
เรียวนิ้วจากชายใบหน้าดุกดลงไปที่ปุ่มสีแดงหน้าประตูรั้วสองที ก่อนที่ปากบางจะเม้มเข้าหากันแน่นอย่างครุ่นคิด พลางคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ที่บริษัท เมื่อหนุ่มทั้งสามแห่งวงคัตตุนมาเยือนที่ห้องนิวซ์
................................................................................................................
‘ไง’ เสียงทุ้มของจินทักออกมานิ่งๆให้กับทั้งตน และลีดเดอร์หน้าหวานประจำวงตน
‘หวัดดีเรียวจัง พีจัง’ เสียงใสของคาเมะทักตามมา ก่อนที่จะเริ่มหันไปทักเมมเบอร์คนอื่นๆที่เริ่มจะเก็บข้าวของเตรียมกลับบ้าน
‘หวัดดียามเย็นนิชิกิโด ที่ร้ากกกกก’เสียงอันแฝงไปด้วยความกวนโอ๊ยจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้คุณโคอาล่านากามารุ พร้อมกับการโผร่างเข้าแปะกับอกที่ตอนนี้เริ่มมีกล้ามเนื้อมากกว่าเป็นกอง ซึ่งเจ้าตัวยามะพีก็ได้แต่ส่งยิ้มแหยๆมาให้เรียวที่เริ่มใช้สายตาเหล่มามองอย่างหงุดหงิด
‘พวกนายมาทำไม?’ น้ำเสียงทุ้มๆของเรียวถามขึ้นโดยไม่มองหน้าของสองร่างที่ทรุดตัวลงนั่งข้างตน
‘มาหาปัญหาที่ทำให้ลีดเดอร์เราเกิดอาการเฮิร์ทขึ้นมาแบบไม่มีปี่ขลุ่ยน่ะเด้ะ’เสียงนิ่มที่ส่งมาจากคนที่กำลังสาละวนไล่เรียวแขนไปรอบเอวของยามะพีเพื่อที่รั้งเข้ามากอด
‘อาห๊ะ แบบที่ไอ้ยูพูดนายไปก่อเรื่องอะไรไว้วะ?’ จินพยักหน้าเบาๆหนึ่งที
‘เรียวจังรู้มั้ย? ทัตจังน่ะดูน่ากลัวมากเลยนะ ขนาดฉันยังไม่กล้าเข้าใกล้เลย’ ใบหน้าดุหันมามองเครียดๆไปทางบุคคลเข้ามาใหม่ทั้งสาม ก่อนที่จะลากยามะพีมานั่งข้างเพื่อตัดรำคาญจากยูอิจิแล้วพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด
................................................................................................................
แกร๊ก!
เสียงโซ่ ปลดล็อคออกจากประตูเบาๆ เรียดสติของร่างหน้าประตูให้กลับมา ทันทีที่ประตูบานสีขาวเปิดออกพร้อมกับหญิงสาวที่ออกมายืนนิ่งหน้าประตูบ้าน ทำให้เรียวเกิดอาการ น้ำลายฝืดคอโดยปริยาย สายตาคมที่เหมือนกับคนที่ตนรักถูกส่งออกมาให้อย่างไม่เป็นมิตร ทำให้นิชิกิโด คนนี้เกิดอาการขาสั่นขึ้นมาเล็กๆ
“......” ไร้สิ้นเสียงจากคนทั้งสองมีเพียงแต่สายตาวาบที่ส่งออกมาจากหญิงสาวที่สื่อความหมายว่า ‘ไปให้พ้น’ เท่านั้น
โอย~ เกิดมานิชิกิโด ไม่เคยสั่น ถึงจะสั่น ก็สั่นสู้ทั้งนั้น แต่คราวนี้มันดันสั่นหนีซะนี่ โอ้วววว นิชิกิโด เครียด!!!
ขณะที่เจ้าของใบหน้าดุกำลังจะชักเท้าก้าวหนี เหล่าคำสนทนาของเหตุการณ์ไม่กี่ชั่วโมงก็แวบเข้าหัว
......................................................................................................................
‘ทำไมแกมันสิ้นคิดขนาดนี้ว้า~ ไอ้คุณนิชิกิโด!!’ สิ้นเสียงทุ้มที่โอดครวญจากจินก็ตามมาด้วยฝ่ามือที่ฟาดลงที่หัวทุยๆของเรียวแรงๆ แต่เจ้าตัวก็ไมคิดตอบโต้ใดๆ ได้แต่ยอมรับแต่โดยดี
‘ขนาดนั้นน่ะมันแรงมากเลยนะเรียวจัง~’ เสียงใสของคาเมะโอดครวญออกมาด้วยท่าทางลำบากใจ
‘นายน่ะ ทำเรื่องที่เรียกได้ว่า ไม่สมเป็นลูกผู้ชาย ออกไปเลยนะนั่นเรียวเอ๋ย’ เสียงนิ่มที่เคยออกอาการยียวน กลับเอ่ยออกมาเสียงเครียด
‘นั่นสิเรียวจัง ถ้าหากเป็นฉันนะ ฉันก็คงโกรธมากๆ ไม่แน่อาจถึงขั้นเกียจเลยก็ได้น่ะนะ’ เสียงนุ่มของยามะพีดังพึมพำออกความเห็นอยู่ในลำคอ แม้ประโยคหลังจะลดเสียงลงเพื่อไม่ต้องการให้เพื่อนร่างเล็กตนลำบากใจก็เถอะ แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นอาการหูดีของนิชิกิโด เรียวคนนี้ไปได้
‘เออ! ฉันมันไอ้คนเลว! ไอ้คนสิ้นคิด! แต่ฉันก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้นี่หว่า!’ ใบหน้าดุเงยขึ้นมามองด้วยแววตาตัดพ้อและแสนเศร้าไปในคราวเดียวกัน จินและยามะพีที่เห็นภาพนั้นก็ลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
‘แล้วนายจะเอาไงต่อ’ จินถามออกมาเสียงเครียด พลางมองไปที่ใบหน้าดุนิ่งๆ
เรียวหันมามองจินเพียงครู่ก็หันใบหน้ากลับไปทางทิศเดิมเหม่อๆ ก่อนที่จะตัดสินใจยันตัวลุกขึ้นยืนแบบเซ จนจินและยามะพีต้องรีบลุกมาประคอง
‘โทษที เมื่อคืนนอนน้อยน่ะ’ ใบหน้าดุหันมาพูดยิ้มๆ
‘นอนน้อยรึไม่ได้นอน’ เสียงนิ่มของยูอิจิขัดขึ้น ก่อนที่จะเดินไปหยิบกระเป๋าของเรียว แล้วยื่นให้ตรงหน้าใบหน้าดุ‘ท่าทางจะตัดสินใจได้แล้วนี่’ เรียวหันมายิ้มให้กับยูอิจิเล็กน้อยก่อนที่จะรับกระเป๋ามาพาดบ่าแล้วเตรียมเดินออกไปแต่มือแกร่งของจินเอื้อมคว้าแขนเรียวรั้งไว้
‘เดี๋ยว! แล้วคิดจะทำยังไงต่อกันแน่’ ใบหน้าดุหันมามองนิ่งๆ ก่อนส่งยิ้มมั่นใจที่มุมปากมาให้ตามแบบของตน
‘ไปทำเรื่องที่สมกับเป็นลูกผู้ชายแบบที่ไอ้โคอาล่ามันว่าน่ะซิ ไปนะ’
......................................................................................
“เอาวะไอ้เรียว! ถึงเวลาดับเครื่องชนละเว้ย!!” เสียงทุ้มพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมสายตาที่ส่งประกายกล้าออกมาจากใบหน้าดุ พร้อมกับการก้าวเท้าอย่างมาดมั่นเดินไปติดขอบรั้วบ้านสีขาว
“ขอโทษที่มารบกวนครับ! แต่ขอผมเข้าไปหน่อยได้มั้ยครับ!!”....

+*+*+*+*+*+*+*+*To be con*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*

edit @ 28 Oct 2008 14:32:11 by pierce

edit @ 4 May 2009 19:54:18 by pierce

edit @ 31 Aug 2009 00:17:45 by pierce

Comment

Comment:

Tweet

รออ่านผลลัพธ์ของการดับเครื่องชนของเรียว ^++^ ดูว่าจะรอดหรือไม่รอด...สูๆเพื่อคนสวยนะเรียวจางงงงง~~

#1 By Hanabi on 2008-04-02 15:08

short fan-fiction