[sf]LAST SONG -JxUe- 02
posted on 04 Jun 2008 20:46 by piengtavan in KAT-TUN, shotfic
Title:: LAST SONG
CAST:: JIN AKANISHI x TATSUYA UEDA
02
"ผมบอกแล้ว ผมไม่ได้คิดเล่นๆ คุณล่ะ?" ทัตซึยะพ่นลมหายใจออกมาบางๆ มือเรียวเลื่อนขึ้นจับมือแกร่งขึ้นมาบีบกระชับแน่น สายตาคมหลุบลงต่ำ ก่อนที่จะมองตรงมาที่ตาคมของจินอย่างแน่วแน่
"งั้นผมจะบอกว่า... ผม...ก็รักคุณ"
------------------------------------------------------------------------------------------------
สิ้นเสียงคำพูดร่างบาง ดั่งทุกอย่างหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เสียงลมหายเข้าออกช้าๆที่ได้ยินอย่างชัดเจนราวกับจ่ออยู่ใกล้ แต่แล้วไม่นาน เวลาก็เหมือนถูกเร่งและกระชากออกมาด้วยคำพูดจากเสียงทุ้มที่ตอบกลับมา
"งั้นเราแต่งงานกันนะ"
รวดเร็วราวกระพริบตา เพียงแค่เสี้ยววินาที ร่างบางก็ถูกรั้งตัวเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดแกร่ง ใบหน้าสวยถูกดึงมาประชิดใกล้จนปลายจมูกโด่งทั้งสองชนกัน และริมฝีปากอิ่มก็ถูกฉกชิงจากร่างด้านบนอย่างรวดเร็ว ปากบางบดเบียดปากอิ่มจนร่างเผยออ้ารับอย่างไม่รู้ตัว เรียวลิ้นอุ่นสอดแทรกเข้าไปในทันที ก่อนไล้รับรสหวานจากทั่วปากอิ่มและละออกมาอย่างเสียดาย เมื่อเรียวมือจากร่างบางเริ่มทุบเข้าเบาๆที่หลัง
"รับคำขอของผมมั้ย?" เสียงทุ้มกล่าวเบาๆเข้าที่พวงแก้ม ใบหน้าสวยเงยใบหน้าขึ้นมาก่อนที่จะก้มหลบลงซุกเข้าที่ไหล่กว้างอีกครั้งอย่างเขินอาย
"... เค้าต้องทำพิธีกันที่โบสถ์หรอกน่ะ ตาบ้าเอ๊ย!" เสียงนุ่มกล่าวออกมาเบาๆ ก่อนจะผละกายออกจากอ้อมกอดนั้นและยันกายเตรียมจะลุกหนี แต่ก็ไวได้ไม่ทันมือแกร่งที่เอื้อมไปคว้าเอวบางมากอดไว้อีกครั้ง เสียงทุ้มส่งเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอ ก่อนจะก้มลงจุมพิตเบาๆที่หน้าผากใส
"งั้นเดี๋ยวผมไปหยิบทักซิโด้ก่อนละกันนะครับ คุณภรรยา.... อ๊ะ! ตอนนี้เป็นแค่ว่าที่นี่เนอะ” เสียงทุ้มกล่าวออกมาอย่างขี้เล่น ก่อนที่ลุกออกจากตัวร่างบางและเดินพลิ้วหายเข้าไปในห้องตนและออกมายืนยิ้มเผล่ในชุดทักซิโด้สีขาวในเวลาไม่นาน
--------------------------------------------------------------------------------------------
ปัจจุบัน
แสงอาทิตย์ยามสนธยาสาดแสงลอดเข้ามาผ่านผ้าม่านเข้ามาทาบฉายเข้าที่ใบหน้าคม ก่อนที่เสียงนาฬิกาเรือนใหญ่จะดังขึ้นเป็นกิจวัตรตามเวลา
เรียวตาคมปรือขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ก่อนที่จะนอนนิ่งราวกับรอคอยสิ่งใดปรากฏตรงหน้าอยู่เพียงครู่ และค่อยใช้แขนแกร่งยันกายขึ้นลุกยืนอย่างเชื่องช้า
"วันนี้... ผมจะได้พบคุณมั้ย?" เสียงทุ้มกล่าวถามลอยๆออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะเคลื่อนกายเดินหายเข้าไปที่ห้องน้ำ และเปิดน้ำใส่อ่างทองเหลืองสีคร่ำคร่าที่เนื่องจากไร้การดูแลมาเป็นเวลานาน
.........................................................................................
เมื่อแสงอาทิตย์หายลับเข้าไปในขอบฟ้า เวลาแห่งการประทังชีวิตร่างเล็กก็เริ่มเดิน ร่างเล็กสวมแจ๊กเก็ตตัวเก่งและคว้ากีตาร์โปร่งคู่ใจพร้อมหมวกใบเก่าขึ้นมาและเดินไปสวมรองเท้าที่หน้าประตู ก่อนจะเอื้อมมือเรียวบิดลูกบิดประตูอลูมิเนียมที่มีร่องรอยการใช้งานตามกาลเวลา และออกเดินหน้าไปตามทางสายเดิมอย่างเคยชิน
ร่างเล็กทรุดกายลงนั่งและเริ่มบรรเลงบทเพลงตามแบบเดิมประจำทุกครั้ง และเมื่อบทเพลงที่เค้าเล่นจบลง เสียงปรบมือแสดงความชื่นชมก็ดังขึ้น ดั่งเมื่อวาน ร่างเล็กเอ่ยทักร่างที่มอบเสียงปรบมือให้โดยไม่เงยมอง
"ลุง วันนี้ก็มารอฟังเหรอ?" แต่เสียงที่ตอบกลับมาแทนที่จะเป็นเสียงแหบทุ้มแสนเบาเฉกเช่นเมื่อวาน แต่กลับกลายเป็นเสียงนุ่มที่แฝงด้วยความเศร้าเต็มกระแสเสียงตอบกลับมา
"ฉันแก่ขนาดเรียกลุงเลยเหรอ?" ทันทีที่ร่างเล็กได้ยินเสียงผิดหูตอบกลับมา ใบหน้าเรียวเงยขึ้นมองทันที เรียวคิ้วโก่งขมวดเข้าหากัน เมื่อเห็นร่างที่นั่งอยู่ตรงที่ร่างที่ชายหนุ่มที่กล่าวถึงนั่งอยู่เมื่อวาน เป็นร่างของชายหนุ่มอีกคนที่มีใบหน้าที่เรียกได้ว่า สวย และรูปร่างออกจะอ้อนแอ้นพอกับตนนั่งส่งยิ้มน้อยๆมาให้ตน และร่างนั้นก็ยันกายลุกขึ้นและเดินมานั่งยองๆตรงหน้าร่างเล็กและเอื้อมมือไปคว้าเงินในกระเป๋าหลังมาวางไว้ในหมวกเก่า
"เราน่ะ... ร้องเพลงเพราะดีนะ" เสียงนุ่มนั้นเอ่ยคำชมและการกระทำที่แสนจะคล้ายคลึงกับชายหนุ่มคนเมื่อวานราวกับ เหตุการณ์ย้อนกลับ เพียงแต่ว่า สลับคนเท่านั้น
"คุณ... ขอบคุณครับ แต่เงินจำนวนนี้มัน... มากไป" เหตุเพราะอะไรดลใจ ร่างเล็กไม่สามารถรู้ได้ แต่ก็ตัดสินใจพูดประโยคเดิมออกไปราวกับลองหยั่งเชิง ขณะที่หยิบเงินจำนวนนั้นส่งคืนให้ร่างบางตรงหน้า
ร่างบางตรงหน้าส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมยกมือห้าม ร่างเล็กจึงพยักหน้าเบาๆรับรู้และพับเงินจำนวนนั้นเก็บลงกระเป๋าแจ๊กเก็ตของตน เรียวปากบางขบกัดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด ก่อนที่จะเอ่ยถามคำถามออกไป
"คุณมานั่งรอใครเหรอครับ?" เรียวคิ้วคนตรงหน้าขมวดเข้าหากันกับคำถามของร่างเล็ก และรอยยิ้มบางๆก็ถูกส่งให้ก่อนที่จะเอ่ยตอบเป็นคำถามกลับมา
"ทำไมถึงคิดว่าฉันจะต้องมานั่งรอคนล่ะ??" ร่างเล็กขมวดคิ้วเข้าหากันในความปลกใจระคนสงสัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเหมือนกันราวกับกรอเทปกลับจนน่าหัวเราะ เรียวปากบางหยักยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะส่ายใบหน้าไปมาเบาๆ
"ก็แค่... เหมือนคุณรอใครอยู่ก็เท่านั้นล่ะครับ ไม่มีอะไรมากหรอก" ร่างบางพยักหน้าเบาๆกับคำตอบของร่างเล็กตรงหน้าก่อนที่เคลื่อนกายย้ายมานั่งแหมะลงที่ข้างๆร่างเล็ก
"เล่นเพลงให้ฉันฟังหน่อยสิ" เสียงนุ่มเอ่ยคำขอออกมาหลังจากที่ทั้งคู่ปล่อยให้เสียงวุ่นวายจากเหตุการณ์ด้านหน้าเข้าครอบคลุมอยู่เพียงครู่
"แล้วคุณจะเอาเพลงอะไรอ้ะ? ผมจะได้เล่นให้ฟัง” ร่างเล็กเอ่ยถามกลับ พร้อมยกมือขึ้นเกากีตาร์รอคำตอบจากคนข้างๆ โดยไม่ได้เบนสายตาหันไปมองร่างบางเลย
"อืม.... เพลงของเธอน่ะ มีมั้ย? ฉันไม่ค่อยได้ฟังเพลงอะไรเลยมานานแล้วน่ะ เลยไม่รู้ว่า จะฟังเพลงอะไรดี เล่นตามที่เธอยากเล่นแล้วกัน” เสียงนุ่มเอ่ยคำพูดออมายาวเหยียด ขณะที่สายตายังคงมองเหม่อไปไกลที่ท้องฟ้าหม่นเบื้องบน ใบหน้าเรียวขยับพยักขึ้นลงเบาๆ ก่อนที่เริ่มตัดสินใจเล่นเพลงของชายหนุ่มคนเมื่อวานที่ให้มา
...
...เป็นเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที แต่ทันทีที่เรียวนิ้วสวยเริ่มจรดปลายนิ้วลงที่เส้นสายลวดทองแดงของกีตาร์โปร่งตัวเก่า และเริ่มลงมือดีดมันขึ้นมาจนเป็นทำนองเพลงซึ้ง ที่มีเพียงท่วงทำนองเท่านั้น ทุกอย่างที่เคยดูสับสนวุ่นวาย กลับหยุดนิ่งเงียบสงบราวกับตกอยู่กลางผืนป่ายามค่ำคืนที่ทั้งเย็นเยียบและเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยว ต่อมาไม่นาน ทำนองเพลงก็เริ่มกรีดร้องร่ำให้ราวกับสิ่งสวยงามแห่งห้วงหัวใจถูกทำลายสลายหายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ไม่สามารถแม้จะเหนี่ยวรั้งไว้ได้แม้เพียงปลายนิ้ว ไม่นาน... ท่วงทำนองก็กลับกลายมานิ่งเฉยราวอยู่ใต้สายน้ำลึกที่เย็นเฉียบ และนิ่งสนิท นิ่งและเงียบราวกับไร้วิญญาณแห่งการมีอยู่ และตลอดจนจบโน้ตตัวสุดท้าย บทเพลงที่ร่างเล็กได้บรรเลงขึ้น ก็ไร้เสียงเอื้อนเอ่ยของเนื้อร้องออกมา ไม่มีแม้เพียงวลีหนึ่ง...
"พอได้มั้ยคุณ?" เสียงใสถูกเอ่ยถามขึ้นมาทันที หลังจากที่มือของตนละออกจากสายลวดของกีตาร์โปร่ง ใบหน้าเรียวหันไปส่งยิ้มให้กับร่างที่นั่งฟังเงียบๆอยู่ด้านข้าง โดยที่หวังว่า ร่างนั้นจะส่งยิ้มสวยกลับมาให้เหมือนแรก แต่กลับพบกับใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำใสที่ไหลหลั่งออกมาจากตาคมอย่างไม่ขาดสาย มือสวยถูกยกขึ้นเช็ดหยดน้ำเหล่านั้น แต่ดูเหมือนยิ่งเช็ด หยดน้ำกลับยิงไหลเพิ่มมากว่าเดิม ร่างเล็กเอื้อมมือเรียวตนไปรั้งใบหน้าสวยนั้นมาซบลงกับอกตนและลูบเบาๆ ที่หัวทุยอย่างอ่อนโยน
"พะ... เพลงนี้... เธอ... แต่งเองเหรอ?" เสียงนุ่มส่งเสียงถามออกมาอยากติดขัดและฟังดูอู้อี้ เมื่อใบหน้าตนแนบอยู่กับอกของร่างเล็กแน่น
"เปล่า... มีคนเค้าให้ผมมา... คนที่ผมทักคุณผิดเป็นเค้าน่ะแหละ" ร่างเล็กกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงพึมพำ “คุณรู้จักเพลงนี้เหรอ?”
ใบหน้าสวยส่ายหัวกับอกร่างเล็กเบาๆขณะที่กระชับอ้อมแขน
“เปล่า... ฉันแค่รู้จักคนที่แต่งเพลงที่ความรู้สึกคล้ายๆแบบนี้น่ะ” ร่างเล็กที่ได้ยินขมวดคิ้วมุ่นในความไม่เข้าใจ
“แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงล่ะ ว่าคนที่คุณรู้จัก ไม่ใช่คนเดียวกับแต่งเพลงนี้น่ะ”... มือเรียวของร่างเล็กรั้งร่างบางนั้นให้ออกจากอ้อมกอดตน มาเผชิญหน้าสบตากันอย่างตรงไปตรงมา... ทัตซึยะที่มองเข้าไปในแววตาสวยที่นิ่งสงบ แต่กลับดูร้อนแรงราวกับดวงอาทิตย์ของร่างเล็ก ก็เบนหน้าก้มลง พร้อมสั่นหัวเล็กน้อย กับความไม่แน่ใจของตน ร่างเล็กที่มองอยู่ยิ้มที่มุมปากออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะยื่นมือไปจับคางแหลมของทัตซึยะนั้นเชิดขึ้นมองหน้าตน
“ผมขอโทษนะ ที่พูดเหมือนกดดันคุณ ทั้งที่เพิ่งพบกัน แต่ผมแค่ไม่ชอบคนที่ไม่ฟังเสียงของตัวเองน่ะ”...
ใบหน้าสวยพยักหน้ารับรู้กับคำพูดของเด็กหนุ่ม แล้วรอยยิ้มบางๆจึงค่อยๆปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่เพียงแค่แว่บเดียวเท่านั้น เมื่อสายตาคม เห็นร่างของชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังร่างเล็ก
“จิน...”
ร่างเล็กที่เห็นอากัปกิริยาร่างบางก็เอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนที่จะหันหลังไปดูสิ่งที่ร่างบางเห็น... เมื่อตาเรียวของเด็กหนุ่มเห็นร่างที่ยืนอยู่หลังตนนั้นคือชายหนุ่มคนเมื่อวาน ก็หันมายิ้มให้ทัตซึยะ ก่อนที่จะฉุดร่างบางลุกขึ้นยืน ... แล้วทั้งสามคนก็เผชิญหน้ากัน
“คุณรู้จักลุงคนแต่งเพลงจริงๆด้วยแหละ... คนนี้ไง ที่เค้าให้เพลงผมมา” ร่างเล็กกล่าวออกมายิ้มๆ ก่อนที่จะผายมือไปทางจินที่ยืนนิ่งอึ้ง มองร่างบางตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา...
“ทัตซึยะ”
เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อร่างบางตรงหน้าอย่างแสนเบา แต่ร่างบางกลับได้ยินมันชัดเจน ราวกับดังก้องอยู่ที่ข้างใบหูตน ตาคมเริ่มรู้สึดร้อนผ่าว น้ำใสค่อยๆหลั่งคลอออกมาที่เบ้าตา แต่ก่อนที่หยาดน้ำใสจะหลั่งไหล ร่างบางของทัตซึยะ ก็ถูกดึงปลิวริ่วเข้าสู่อ้อมอกแกร่งของจินซะแล้ว เรียวแขนจิน รัดร่างนั้นแน่น ราวกับว่าต้องการที่จะฝังร่างนี้ไว้กับตน ไม่แยกออกห่างไปไหน ราวกับกลัว ที่จะสูญเสียอีกครั้ง...
...................................................................
3ปีที่แล้ว
สายลมยามเช้าอ่อนๆพัดเข้าปะทะใบหน้าคมที่นอนคุดคู้อยู่บนเตียงนุ่ม แสงแดดอบอุ่นฉายแสงกระทบแผ่นหลังแกร่งและแยงลอดผ่านเปลือกตาบาง ร่างสูงที่นอนหลับตาพริ้มอย่างแสนสุขจึงต้องเบือนใบหนี ขณะที่ลำตัวพลิกกลับมาอีกทาง มือแกร่งก็ความหาร่างบางที่นอนอยู่ข้างกายตนเป็นประจำ แต่กลับพบกับความว่างเปล่า เรียวคิ้วขมวดมุ่นเข้าหากันออย่างสงสัย แต่ไม่นานก็คลายออก เมื่อหน้าผากเนียนของตนสัมผัสเข้ากับริมฝีปากนิ่มของร่างบาง รวมทั้งเสียงนุ่มที่เค้าคลออยู่ใกล้หู
“คุณสามีครับ ตื่นได้แล้ว ผมจะไปทำงานแล้วนะ”
เรียวตาคมของจินค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมามองภาพตรงหน้า ริมฝีปากอิ่มที่ยกยิ้มละไมอยู่บนใบหน้าสวยนั้นเป็นภาพแรกที่เห็น
“ครับๆ รับคำครับผม” เสียงทุ้มกล่าวออกมาเนิบๆ แล้วค่อยๆใช้แขนแกร่งยันกายตนให้ลุกขึ้นนั่งตัวตรง ก่อนจะรั้งใบหน้าสวยมาใกล้ตน
“Morning Kiss...”
เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆใกล้ริมฝีปากอิ่มนั้นก็จะฉกฉวยริมฝีปากร่างบาง เพื่อมอบจุมพิตยามเช้าที่แสนอ่อนโยน
“อื้มม~... แปปเดี๋ยวนะ...อืม~ เดี๋ยวสาย” เสียงทุ้มครางรับ ขณะที่พูดเงื่อนไขไปด้วย จินจึงละรสจูบออกมาหอมเข้าที่แก้มใสแทน
“งั้นไปเถอะ เดี๋ยวสาย” และก็กดปากตนลงที่แก้มนั้นอีกครั้งก่อนจะคลายอ้อมแขนตนออกเพื่อให้ร่างบางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ให้เรียบร้อย ขณะที่ตนยันกายลุกขึ้นจากเตียงเดินไปที่เคาท์เตอร์ในห้องนั่งเล่น สักพัก กลิ่นกาแฟก็กรุ่นกระจายออกมาทั่วห้อง
“คุณภรรยา จะเอาสักถ้วยมั้ยครับ?” เสียงทุ้มตะโกนแว่วออกมาถึงหน้าตู้รองเท้าหน้าบ้าน ร่างบางที่นั่งลงผูกเชือกรองเท้าอยู่นั้นเงยใบหน้าตะโกนตอบกลับ
“ไม่ละ ผมเรียบร้อยแล้ว” จินพยักหน้าเบาๆรับคำตอบเสียงนุ่มของทัตซึยะที่ตะโกนกลับมา ก่อนที่จะเดินถือแก้วมายืนพิงกายอยู่ที่ขอบกำแพงห้องนั่งเล่น สายตาคมมองร่างบางสาละวนตรวจของรอบกายอย่างรอบคอบยิ้มๆ ขณะที่ร่างบางเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตู เสียงทุ้มของจินก็ส่งเสียงรั้งไว้ชั่วครู่
“เฮ้!”
“หืม?”
“ออกไปทำงานอย่านอกใจล่ะ ฮันนี่”
จินพูดพลางใช้มือข้างที่ว่างขึ้นชี้หน้า สายตาคมเป็นประกาย เรียวปากแดงยกยิ้มขึ้นข้างหนึ่ง ทัตซึยะที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มบางๆออกมา ก่อนจะยกนิ้วขึ้นหน้าสวนกลับไป เรียวปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยข้างหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมา
“ไว้ใจได้เลย ดาร์ลิงค์ ต่อให้มีผู้ชายน่ารักๆมาให้ท่า ก็จะไม่หลวมตัว เผลอใจแน่นอน”
เสียงหัวใสๆ ดังลอดออกมาจากบานประตูสีอ่อน แต่กลับทำให้รอยเคร่งเครียด และเสียงฟันกรามที่ถูกขบกันจนเส้นเลือดข้างแก้มดันพุ่งออกมาจนเห็นได้ชัด ชายสูงวัย ท่าทางนิ่งขรึมยืนอย่างเงียบสงบอยู่หน้าบานประตูนั้นอย่างรอคอย พลัน บานประตูนั้นก็เปิดออก พร้อมกับร่างบางที่เดินก้าวออกมาด้วยใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มสดใส แต่เมื่อตาคมมองเห็นร่างของชายสูงวัยที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูนั้น รอยยิ้มก็วับหาย กลับกลายเป็นใบหน้าที่ตื่นตระหนกแทน
“คุณพ่อ!!!”
*+*+*+*+*+*+*+* To be continued *+*+*+*+*+*+*+*+
ฟิตๆ เอามาลงเรื่อย เพราะไม่อยากพอกฟิคไว้นานเกิน เดี๋ยวเหม็นเปรี้ยว... ทั้งที่โปรเจคร่อนมาตรงหน้า
ทำไมแกไม่สน!!...............
เอาน่า เอาน่า....
edit @ 28 Oct 2008 14:21:48 by pierce



อดีตมันเป็ฯมางี้นี่เอง ทัตจังเจอคุณพ่อใจร้ายหรือนี่ แล้วจินจะทำไงอ่าทีนี้
รอๆๆๆๆต่อไป
#1 By Hanabi on 2008-06-06 19:47