[sf] คิดชื่อไม่ออก[??x??]

posted on 13 Jun 2008 12:15 by piengtavan

Title::เรื่องอะไรดี?
Cast:: นั่นเด้ะ คู่ไหนดี?

(*มันเป็นแฟนฟิคเจ้าคร้า~* โนเอ็นซี ไร้แก่นสาร และไม่แน่ อาจไร้ความเร้าใจ เพราะคนแต่งมันอารมณ์เอื่อยเฉื่อย.... ดาดี่ด่า ด่าดีด้า ดี๊ดา ดั้ด ดา~)

(*** มันเป็นฟิกวายไร้เอ็นซี ดังนั้นใครไม่ประสงค์อ่าน โปรดปิดเพื่อไปดำรงชีวิตอย่างเป็นปกติสุขในแบบของท่าน หากท่านไม่รู้จักวาย เราเรียกกันง่ายๆตามประสาปากแล้วว่า เกย์ อันเดอร์สแตนด์?? อ้อ แล้วนี่เป็นฟิกของทางฝั่ง ญี่ปุ่น จอห์นนี่ จูเนียร์ ซึ่งคุณอาจจะจิ้นเป็นใครก็ได้เราไม่เกี่ยงคู่ ไม่ว่าจะรุ่นพี่สุดเก๋า อย่างคินคิถึงรุ่นเราสุดเท่ห์อย่างคัตตุน รึจนกระทั่งรุ่นน้องวัยกระเตาะอย่างเฮเซย์ ก็ได้ เพราะอิคนแต่งมันไม่รู้จะใส่ลุคใคร เมื่อเข้าใจแล้วก็...ต่อจากนี้ เชิญชม )

โด~โซะ!!!

---------------------------------------------------------------------

รักนะ....

อยากจะพูดออกไป แต่ทำไงมันก็ไม่ยอมมอกมาจากปากผมซักที ผมจะทำยังไงดี?? ....

.

.

.

-ก็หัดมีความกล้ามั่งเซ่!!  ที่ตอนอื่น ขยันแพ่มปาวๆ ทีตอนนี้มาทำปอดแหก โว๊ะ!---นี่คือหนึ่งในคำแนะนำของเพื่อนผม...

-นายแน่ใจนะ ว่ารักเค้าเข้าแล้วน่ะ? ถ้าแน่ใจขนาดนั้นล่ะก็ กลั้นหายใจเข้าไว้สามอึดใจ แล้วเดินไปหาเค้า แล้วก็บอกไปเลย ฉันว่านายต้องทำได้แน่ๆ เชื่อสิ!--นี่คืออีกหนึ่งในคำแนะนำของเพื่อนรักผมอีกคน อืม ... ฟังดูเข้าที  ผมรักเค้าแล้วรึยังนะ??

ทันทีที่ผมคิดแบบนั้น ฝ่ามือหนาๆก็แหวกอากาศเข้ามากระทบเข้ากับหัวทุยๆผมอย่างจัง

 

-ถ้าการที่แกยังไม่แน่ใจว่ารักเค้าแล้วรึยัง แล้วมานั่งกลุ้มกับการบอกรักน่ะ ก่อนอื่นไปทำให้เค้ารู้ก่อนว่าแกรักดีกว่ามั้ย ห๊ะ!?

 .

.

.

 

นั่นซินะ....

----------------------------------------------------

แล้วการแสดงออกว่าผมรักเค้าเนี่ย... มันจะทำยังไงดีล่ะ?.....

-----------------------------------------------------

แต่ก่อนที่ผมจะคิดอะไรออก คนที่ผมคิดว่าตกหลุมรักก็ วิ่งมาชนผมพอดี... โอย~พระเจ้า หัวใจผมมันเต้นเป็นจังหวะฮิปฮอปเลยอ้ะ!!

"ขอโทษนะครับ" เสียงนุ่มกล่าวดังแหวกอากาศเข้ามากระทบโสตประสาตผม ทำไมมันเพราะแบบนี้น้า~  ฟังแล้วรู้สึกสบายใจดีชะมัด

"อ่า... ไม่เป็นไรครับ  คุณ... เป็นอะไรมากมั้ย?" ใบหน้าเค้าส่ายไหวไปมาเล็กน้อย พร้อมส่งยิ้มบางๆมาในเชิง ไม่เป็นไร แค่นั้น หัวใจที่มันเต้นเป้นจังหวะฮิปฮอปแทบหยุดค้างไปเลย โอย~ ให้ตายเหอะ พระเจ้า พระพุทธเจ้า ตอนนี้ผมกำลังจะตายแล้วครับ ช่วยผมที~

หลังจากนั้นเค้าก็ขอตัวจากไป โดยที่ผมยังไม่ทันได้ถามชื่อ แม้แต่คณะเลย... ทำไมผมมันบื้องี้ฟะ!!!

................

-ไอ้งี่เง่า!!-เพื่อนคนเดิมที่ให้คำแนะนำคำแรกกับผม มันให้คำแนะนำด้วยคำแบบนี้อีกที ผมก็จุกพูดอะไรไม่ออกหรอกครับ...

-นายคงจะตื่นเต้นมากๆเลยซินะ เอางี้ ทเขียนคำว่าคนลงบนฝ่ามือ แล้วกินเข้าไปซิ มันใช้ได้ผลนะ--- ผมได้แต่ยิ้มแหยไห้มัน เพราะหลังจากที่มันพูดจบ ก็ยิ้มแฉ่งออกมาด้วยความมั่นใจสุดฤทธิ์

-แกนี่มัน โครตจะซื่อบื้อและแสนจะงี่เง่า ไม่ต้องมานั่งหาวิธีบอกรักเค้าหรอก ไปหาวิธีที่แกจะไม่นั่งบื้อตอนที่เจอหน้าเค้าจะเข้าท่ากว่ามั้ยวะ!?

.

.

.

ใช่เลย!!

----------------------------------------------------------

ตอนนี้ผมมานั่งรออยู่ที่โต๊ะหน้าตึกอักษร ทำไมผมถึงรู้ได้เหรอครับว่าเค้าอยู่อักษร เพราะหลังจากตอนนั้นผมก็ไปไล่ตามตื๊อถามบรรดาเพื่อนๆทั้งหลายที่มันทำงานอยู่ฝ่าย คณะนิสิตน่ะซิครับ กว่าจะได้มา เล่นเอาผมปาดเหงื่อ โกยขนหน้าแข้งไปหลายเลยล่ะ แต่ก็นะ เพื่อหัวใจของผม แค่นี้น่ะ ย่อมได้ครับ แต่มันมีอีกเรื่องที่ผมลำบากน่ะซิ ไอ้พวกเพื่อนเลิฟทั้งหลายมันเล่นตัว บอกมาแต่คณะ ดันไม่บอกสาขา ผมเลยต้องมานั่งเป็นเป้าสายตาให้น้องๆ เพื่อนๆ พี่ๆ คณะนี้เค้ามองเล่นเป็นตัวประหงาดอยู่อย่างเงี้ย!!

"อ้าว คุณ!" ขณะที่ผมกำลังบ่นพร่ำอยู่ เสียงนุ่มๆที่ผมฟังครั้งเดียวก็จำได้ ก็ดังขึ้นมาจากทางด้านข้างผม คนร่างบางหน้าสวยยืนส่งยิ้มให้ผมอยู่ ผมแอบเพ้อไปสองวิแล้วค่อยจัดการดึงสติเข้าหาตัว แล้วก้กลั้นใจสามอึด ตอบคำถามเค้ากลับไปว่า...

"เอ่อ ครับ ผมเอง" ... นี่ผมตอบอะไรออกไป๊!! แต่เค้าอมยิ้มแกมขำกับคำตอบที่ผมขานรับเค้า เอาน่า! หากเป็นตัวตลกในสายตาเค้าแล้วจะได้เห็นรอยยิ้มแบบนีล่ะก็ ผมจะนั่งพูดคำพูดบ้าๆแบบนี่ทั้งวันเลยก็ได้

"คุณมีธุระที่นี่หรือครับ? มีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่า??" เค้าถามยิ้มๆ ผมนั่งหลังตรงแล้วส่ายหน้าพัลวัน (แล้วเค้าก็หัวเราะน้อยๆออกมาอีก)

"เปล่าครับ คือว่า ถ้าคุณไม่รังเกียจ หลังจากนี้ ทุกเย็นไปทานข้าวกับผม มะ .. มั้ยครับ!?"  เฮ้ย!! แลวผมจะตะโกนทำไมเนี่ย!!!

หลังจากที่ผมพูดจบ เค้าก็กระพริบตาปริบๆเล็กน้อย ด้วยอาการอึ้งๆ แต่ทางบรรดาเพื่อนๆด้านหลังเค้าน่ะซิ ทำไมมันช่างทำตัวน่าเตะเหมือนเพื่อนผมเล้ย~  แหกปากแซวกันเข้าไป ไม่เป็นแบบผมมั่ง แล้วไป!

"อะ..เอ่อ... ถ้าไม่ได้ ก้.. เอ่อ ก็ไม่เป็นไรครับ ผมขอตัว" ขณะที่ผมกำลังกลับลำเผ่นโลด ที่แขนผมก็มีมือเรียวมาคว้าไว้ก่อน ผมหันไปเจอกับใบหน้าที่บุ้ยปากเล็กน้อย เค้าส่งยิ้มบางๆมาให้ผม ก่อนที่จะหันไปตะโกนบอกกับบรรดาเพื่อนๆเค้าไห้เงียบ แล้วคว้าแขนลากผมไปจากตรงนั้นทันที

"มาชวนคนอื่นเค้าซะเสียงดังแบบนี้ อย่าคิดจะชิ่งหนีไปคนเดียวซิครับ รอฟังคำตอบผมก่อนได้มั้ยเนี่ย"

หลังจากที่เค้าลากผมมาจากตรงนั้นได้ ก็มาหยุดอยู่แถวหน้าม. เสียงนุ่มกล่าวตำหนิผม พร้อมกับใบหน้าที่มุ่ยลงเล็กน้อย

"อะ.. ขอโทษครับ" ผมกล่าวขอโทษกลับเค้าหน้าจ๋อยหู่

"ช่างเถอะครับ ว่าแต่คุณคิดแล้วรึยังเนี่ย ว่าจะพาผมไปทานช้าวเย็นที่ไหน?" .... นั่นเด้ะ!! ที่ไหนฟะ!!!!

"อย่าบอกนะครับ ว่ายังไม่ได้คิดน่ะ..." ดูเหมือนเค้าจะรู้อ้ะ!....

"แหะ แหะ " นี่คือคำตอบของผม

"ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ไห้ตายเหอะคุณนี่... เอางี้ มื้อนี้ไปตามโปรแกรมผมแล้วกัน ส่วนไอ้เรื่องกินข้าวเย็นกับคุณทุกวันน่ะ เอาไว้ตกลงหลังจากผ่านในนี้ไป ว่าคุณผ่านมั้ย ตกลงนะ?"

ผมพยักหน้ารัวขึ้นลงพรืดใหญ่ ก่อนที่จะเดินตามเค้าไป ให้ตาย แอบเสียวในใจวาบว่าเค้าจะโกรธ แต่เค้ากลับหัวเราะร่าออกมาซะนี่ นี่ผมจะดีใจดี รึ สำนึกดีครับเนี่ย-*- อ้ะ แต่ผมไม่เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนๆผมหรอกนะ เพราะปากพวกมันแต่ละคน เหมือนจะช่วยอะไรผมได้มากเหลือกเกิน!

เย็นนั้น เค้าพาผมไปที่ร้านอาหารแถวมหา'ลัย แล้วเราก็ต่างสั่งกับมากองไว้ที่โต๊ะ รวมทั้งเบียร์คนละเหยือกใหญ่ นั่งคุยกันไปเพลินๆ เสียงเพลงคลอเบาๆ เคล้ากับเสียงหัวเราะใสๆของเค้า มันดู... หัวใจผมเบิกบานไงก็ไม่รุ แล้วแล้วก่อนจะกลับบ้าน เนื่องด้วยเบียร์เพียงสองมันไม่พอ... ดังนั้นทั้งผมและเค้าก็เลยตบท้ายด้วยสาเกคนละสอง สรุป กับที่สั่งมาได้อันเป็นหมัน เพราะกินกันแค่คนละคำเอง จึงต้องบอกทางร้านห่อกลับบ้านแทน เหอ เหอ มื้อนั้นตอนแรกผมจะควักจ่ายคนเดียว แต่ทางเค้าไม่ยอม ก็เลยต้องกลายเป็นหารกัน

"เอ้า นี่กับส่วนของคุณ" เค้ายื่นถุงพลาสติกสีขุ่นที่ภายในเต็มไปด้วยบรรดากับข้าวอุ่นๆ ผมส่ายหน้าปฏิเสทเบาๆ

"คุณเอากลับไปเหอะ ผมไม่เอาอ้ะ" ทันทีที่ผมปฏิเสทออกไป ใบหน้าสวยที่กำลังยิ้มน้อยๆก็มุ่ยลงอีกแล้ว

"ได้ไงกันเล่า! คุณก็ออกครึ่งนึงนะ ต้องแบ่งกันซิ" ท่าทางแบบนั้น ถึงผมไม่ได้รู้จักเค้ามาก่อน แต่ใครดูก็รู้แหละว่า ถ้าขืนขัดใจอีกที มีเฮแน่ ผมเอียงคอมองเค้าพลางครุ่นคิดพักนึง

"เอางี้ดีกว่า... คุณเอากลับไปให้หมดแหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมก้ไปกินที่บ้านคุณแทนที่จะออกพาไปกินข้างนอกไง ตกลงมั้ย?"

ทันทีที่ผมพูดจบเค้าก็เลิ่กคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"นี่ผมไปตกลงกับคุณเมื่อไหร่เนี่ย ว่าจะไปกินข้าวเย็นกับคุณพรุ่งนี้น่ะ??" ...เออ นั่นเด้ะ....

"งั้น ผมจะชวนคุณใหม่ละกัน แล้วคุณตกลงรับปากนะ... คุณครับ ในวันต่อๆไป เราไปกินข้าวเย็นด้วยกันทุกวันถอะนะครับ"

"มีงี้ด้วยเหรอ??..." เค้ายกยิ้มขึ้นที่มุมปากถามผมขำๆ

"โธ่คุณ... ตกปากรับคำผมเหอะนะ ผมขอร้องนะครับ"

เค้ากัดริมฝีปากล่างขมวดคิ้ว กรอกลูกตาอย่างครุ่นคิดเพียงครู่ ก่อนที่จะหันมาสบตาผมตรงๆ และส่งยิ้มสวยมาให้...

"ไม่...." พยางค์แรกที่เค้าพูดออกมาและเว้นไว้ซะยาว ทำเอาหัวใจผมฟีบลงไปทันตา "ไม่ตกลง จะได้ไงกันเล่า!" แต่พอเค้าเอ่ยปากต่อพยางค์จนจบเป็นประโยค สายตาที่มีประกายเจ้าเล่ห์แกมซุกซนเผยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ ทำเอาแทบยวบเลยครับ

ให้ตายเหอะคุณ จะให้ผมหลงคุณมากไปกว่านี้ขนาดไหนเนี่ย ผมยังไม่ทันได้บอกรักคุณเลยนะ เดี๋ยวเป็นได้จับมาจูบก่อนเพราะทนไม่ไหวซะหรอก....

----------------------------------------------------------

-ฟังก็ดูไปได้ดีนี่หว่า...

-ท่าทางจะไปได้สวยเลยเนอะ ยินดีด้วยน้า

-เหอะ มันก็แค่ตอนนี้แหละว้า~ ดีแต่ป้อ แล้วตกลงเอ็งขอเค้าเป็นแฟนยังล่ะ?

.............. ยังเยย ...................................... =..="

-ไอ้อ่อน

-ทำไมไม่บอกเล่า  ระวังคนอื่นมาตัดหน้าหรอก ได้ยินมาว่าเค้าก็ป็อปพอดูนี่นา~

-เหอะ โดนคาบไปแดกก่อนมึงแน่ ของตาย ซื้อบื้ออย่างเอ็งอ้ะ ไม่ได้เค้าร๊อก~  รีบๆไสหัวไปบอกเค้าไวๆเลยนะมึง แล้วจะมาว่ากูไม่เตือน

เป็นคำเตือนที่ปลุกใจผมดีพิลึก ว่ามั้ยครับ??

-----------------------------------------------------

วันสิ้นอาทิตย์ที่สี่พอดี นับตั้งแต่วันที่ผมชวนเค้าทานข้าวเย็นด้วยกันทุกวัน

ที่ผ่านมา ผมก้เห็นเค้าดูสนุกไปกับผมดีนะ ไม่มีท่าทางจะเบื่อ รึ เกิดอาการโกรธรึทำหน้าหน่ายเวลาที่ผมทำตัวซื่อบื้อออกมาเลย หรือบางครั้งที่ผมลองแกล้งหยอดมุกจีบๆเค้าไปดู ไม่ก็พูดเชิงๆว่า มาเป็นแฟนผมมั้ย? รึมาคบผมมั้ย? ก็ดูเค้าจะไหลลื่นไปกับมุกงี่เง่าผมได้ดีออกนี่นา~  แถมบางครั้ง ถ้าผมไม่นึกเข้าข้างตัวเองมากเกินไป ... ผมก็เห็นว่าเค้าก็คล้ายกับกำลังแกล้วยั่วให้ผมของขึ้นมั่งเป็นบางทีล่ะน่า~  อ้ะอย่าเพิ่งมาตัดสินว่าชัวร์ครับ เพราะผมเป็นคนชอบคิดอะไรเข้าข้างตัวเองอยู่บ่ยๆ เพราะงั้น ข้องสันนิษฐานนี้ เป็นอันทิ้งไป... เหลือทางสุดท้ายแล้วสินะ...

เอาวะ! ตายเป็นตาย โดนเกลียดเป็น... เอ่อ...  เอาน่า เป็นอันว่าสู้เว้ย!!!

-----------------------------------------------------------

ในเวลาราวๆสามทุ่มของวันนี้ หลังจากที่เราสะสางกับบรรดามื้อเย็นที่ร่างบางขนออกมาทำแบบทุกครั้งแล้ว ตบท้ายด้วยการเอาแอปเปิ้ลปอกเปลือก กับน้ำผลไม้มาวางเสริฟตามเสต็ป ผมนั่งพับเพียบเกร็งแน่นกำมือนิ่งอยู่ที่หน้าทีวีจอขนาดแฟมิลี่จนเค้าสังเกตุได้..

"คุณ... ปวดท้องเหรอ?" ใบหน้าสวยขมวดคิ้วอย่างสงสัยในท่าทางของผมขณะที่ก้มลงวางจานแอปเปิ้ลตรงหน้าผมพร้อมกับแก้วน้ำผลไม้สองแก้ว

"ผมมีเรื่องจะบอกคุณน่ะ" ผมพูดแล้วจ้องใบหน้าเค้า ผมมองลึกลงไปในดวงตาเค้าด้วยความจริงจัง ผสมความประหม่า

และดูเหมือนเค้าจะเข้าใจในความจริงจังที่ผมสื่อออกไปได้ เค้าพยักหน้ารับคำสองที แล้วทรุดกายลงนั่งตรงหน้าผมแล้วจ้องหน้าผมกลับเช่นกัน

"คือว่า... ถ้าสมมติว่าเรื่องที่ผมบอกคุณไป แล้วคุณรับไม่ได้รึทำร้ายน้ำใจคุณล่ะก็ ก่อนอื่นผมต้องขอโทษก่อนนะครับ" ผมกล่าวเสร็จก็ก้มหัวลงจนติดพื้น ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองเค้าอีกครั้ง

"หากเรื่องที่ผมบอกไปแล้วคุณรับไม่ได้ หรือไม่สามารถตอบรับได้ ขอผมอยู่อย่างนี้ซักพักน้อยๆ แล้วผมจะไปจากคุณให้นะครับ แต่ผมอยากจะขอร้องเพียงอย่างเดียวได้โปรด... อย่าเกียจผมเลยนะครับ" แล้วผมก็ก้มหัวลงอีกครั้ง แล้วเงยหน้าขึ้นมองร่างบาง เค้าส่งรอยยิ้มอบอุ่นดั่งเคยมาให้ผม แล้วพยักใบหน้ารับคำเบาๆตามสไตล์เค้า

รอยยิ้มของเค้าทำเอาผมคลายกังวลลงไปได้ แม้ไม่มากก็ตาม ผมนึกถึงคำพูดที่พวกเพื่อนๆทั้งหลายมันแนะนำมา และเอามาประมวลรวมกันอย่างชั่งใจ...

ผมนั่งตัวตรง หายใจสุดแรงเข้าปอดหนึ่งเฮือก พร้อมตั้งหน้ามองตรงไปทางเค้า สบสายตาอย่างแน่วแน่ไม่ไหวติง ... ก่อนที่จะเอื่อนเอ่ยคำที่ผมคิดว่ามันพูดยากมาตลอดออกไป

"ผมรักคุณ... คบกับผมได้มั้ยครับ"

เพียงแค่อึดใจ ณ เวลานั้น อยู่ๆ บรรยากาศโดยรอบก็ราวกับหยุดชะงัก ไร้สรรพสิ่งที่เคลื่อนไหว มันนานมาก นานจนแทบทำให้ผมไปดิ้นตาย  แต่แล้วเวลาของผมก็เริ่มเดินขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับท่าทางที่ขยับกายเล็กน้อย ก่อนที่จะมองสบตาผมตรงๆ

"ไม่ตกลง...."

เหมือนผมโดนผลักลงเหวอย่างไร้ที่ยึดเลยล่ะ  ลมหายใจที่ผมกลั้นอยู่ถูกพ่นออกมายาว ผมรู้สึกว่าตาผมมันร้อนผ่าวขึ้นมาซะแล้วซิ...ให้ตาย อย่ามาทำตัวหน้าอายแบบนี้ต่อหน้าเค้าได้มั้ยเนี่ย

"ขอบคุณนะ..." ผมกล่าวออกไปเสียงสั่นๆ ขณะที่กำลังจะยันกายลุกจากที่ตรงนั้นไปบ่อน้ำตาแตกข้องนอกห้องเค้า แต่แล้ว มือเรียวของเค้าก็เอื้อมมาจับที่มือผมไว้ทัน ผมหันมามอง ดดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าหูตาผมน่ะมันแดงเถือกไปหมดแล้ว!...

เค้าส่งยิ้มบางๆมาให้ผมพร้อมกับกระตุกมือผมให้นั่งลงตามเดิม ขณะที่มือเค้ายังคงไม่ปล่อยไปจากมือผม.... ทำแบบนั้นทำไมกันนะ?

"คุณนี่น้า~...  ฟังให้จบก่อนซิครับ"

"เอ๋??"

"ผมน่ะ กำลังจะบอกว่า... ไม่ตกลง... คงจะไม่ได้หรอกใช่มั้ย?"

"เห?????????"

ผมอ้าปากหวออกมาทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น มันหมายความว่าไงเนี่ย เค้าที่เห็นท่าทางผมแบบนั้นก็หัวเราะคิกออกมาอย่างอดไม่ได้ มันทำให้ผมรู้สึกชักไม่มั่นใจซะแล้วซิ แต่ไงก็เหอะ ไอ้อาการแบบนี้น่ะ มันทำผมสุดทนแล้วเหมือนกันนะ!!!

ผมดึงมือผมที่เค้าจับอยู่เข้าหาตัว ทำให้เค้าที่ไม่ระวังตัว เอนเข้าหาผมทันที ผมใช้แขนอีกข้างรวบเอวเค้าขึ้นให้ตัวเค้ามานั่งซ้อนตักผมแทน ตอนนี้เป็นอันว่าเค้ามาอยู่ในอ้อมกอดผมเรียบร้อยแล้ว

"นี่!! คุณ ปล่อยเลยนะ ทำอะไรเนี่ย!!" เค้ากล่าวเสียงดุ แต่ผมแอบเห็น เนินแก้มกับหูนิ่มเขาซับเลือดฝาดจนแดงเรื่อขึ้นมาล่ะ อ้า~ ทำไงดีเนี่ย ต่อมอยากแกล้งคนสวยมนกำเริบอีกแล้ว!!!

"ทำโทษคนขี้แกล้งครับผม" ผมก้มลงฉวยแก้มนิ่มนั้นหนึ่งที เค้านิ่งลงไปทันที ก่อนที่จะก้มหน้างุดๆซุกลงกับอกตัวเอง

"ใครแกล้งนายกันเล่า!" เสียงนั้นตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงแสนเบา

"คนที่ผมกำลังขโมยหอมแก้มเค้านี่แหละ" แล้วผมฉวยเข้าที่แก้มนิ่มเค้าอีกครั้ง แล้วเค้าก็เอามือมาดันหน้าผมให้ออกห่าง พร้อมกับผลักตัวเค้าออกจากอ้อมกอดผมทันที แต่มีเหรอ ที่ผมจะปล่อยไปง่ายๆ หลังจากที่ผมยื้อนยุด แล้วเค้าก็ผลักดัน ก้กลายมาเป็นว่า เราทั้งสองคนตอนนี้มานอนกองกับพื้น โดยที่มีผมคร่อมอยุ่ด้านบนซะแล้ว และดูเหมือนเค้าจะรู้นะ ว่ามันอยู่ในท่าที่สอน่าดูน่ะ อืม....

ช่วงเวลานั้น มันเงียบสงบลงอีกครั้ง  แต่ครั้งนี้ มันต่างออกไปจากครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ มันมีแต่ความอบอุ่น ความสุขที่มีมากจนแทบปรี่ล้นออกมาเลยล่ะ

ผมเลื่อนใบหน้าลงหอมเข้าที่ข้างแก้มเค้าอีกครั้ง ก่อนที่จะจูบลงสันคางข้างกกหู ก่อนจะกระวิบถ้อยคำเอาแต่ใจของผมออกไป...

"ผมอยากได้ยินคุณบอกรักผมจังเลย"   

ทันทีที่ผมพูดจบ แก้มใสนั้นก็แดงเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง

"พูดไปแล้ว ครั้งเดียวไม่มีกรอ!!" เสียงนิ่มนั้นแข็ง แต่ผมรู้ดีว่าคนพูดน่ะ อายขนาดไหนก้แก้มกับหูนิ่มๆนี่น่ะซิ มันแดงเดือกไปหมดแล้ว แต่ทำไงได้ ก็ผมอยากมั่นใจนี่นา

"ผมอยากได้ยินชัดๆนี่นา อันนี้นมันทำให้ผมไม่แน่ใจพอ ขอผมชัดๆนะครับ" แล้วผมก็หอมเข้าที่กกหูเค้าอีกครั้ง

ผมเลื่อนใบหน้ามาสบสายตากับเค้า ดูเหมือนผมจะเห็นใบหน้าผมเองจากนัยต์ตาเค้า ว่าตอนนี้ผมทำหน้าอ้อนขนาดไหน อืม... ก็อายตัวเองเหมือนกันนะ แต่... ถ้ามันเป็นวิธีที่ทำให้เค้าบอกว่ารักผมชัดๆ  จะให้ทำหน้าเป็นลูกหมาผมก็ยอมเอ้า!!

เค้ากัดริมฝีปากด้วยสีหน้าลำบากใจ ระคนเขินอาย ตาคมนั้นหลุบลงต่ำ ก่อนที่จะเบนมาสบตาผมตรงด้วยแก้มที่เรื่อแดงกว่าเดิมเล็กน้อย มันทำให้ผมสงสัยแล้วซิ แก้มนิ่มๆใสๆนี้จะแดงได้ถึงไหนกันน้า~

มือเรียวเอื้อมมาดึงใบหน้าผมให้เข้าซุกกกคอเค้า ขณะที่ริมฝีปากแดงนั้นมาจ่ออยู่ที่ข้างกกหูผมแทน

"ผม.... รักคุณนะ" เสียงกล่าวนั้นแม้จะแผ่เบา แต่กลับดังก้องในใจผม ก้องไปทั้งร่างกาย อ้อมแขนเค้ารัดคอผมแน่นไม่ไห้ผมเงยขึ้นมองหน้าเค้า แต่ตอนนี้ ผมกลับอบากซุกเข้าไปในตัวเค้าตลอดไปเลยล่ะ

 

โอ๊ย!!! ความรักน่ะ มันมีความสุขแบบนี้เองใช่มั้ยเนี่ย!!!!

เพื่อนๆทั้งหลาย ขอบคุณพวกนายมาก! พระเจ้าครับขอบคุณครับ พ่อครับแม่ครับ ขอบคุณครับ!! ความกล้าของผม ขอบใจนะ!สุดท้ายเลย!!!

"ขอบคุณนะครับที่รักผม" ผมกระซิบกล่าวแผ่วเบาที่กกคอเค้า โดยที่หลังจากนั้นแม้ผมจะถูกเค้ากระชับรอบแขนแน่นจนหายใจลำบากก็ตาม

----------------------------------------------- FIN ------------------------------------------------

เรื่องนี้มันยาวจริง *ปาดเหงื่อ*

ใส่คู่กันตามใจชอบนะคะ แล้วมาเม้นท์บอกกันมั่ง ว่าใส่คู่ใครกับใคร เราไม่เกี่ยงว่าคุณจะมิกซ์วงไหนกะวงไหน รุ่นไหนกะรุ่นไหน อัพ ทู ยู เลยค่ะ

สุดท้ายของคุฯ เพลงMORE THAN WORD ของEXTREME และเพลงMOTHER/FATHERของKAT-TUNจากบล็อกhttp://haruharu.exteen.com/20080613/the-best-artist-2007/page/1#lastcomment ที่เปิดคลอตลอด ขอบคุณค่ะ m(_ _)m

 

 

edit @ 14 Jun 2008 12:46:23 by pierce

edit @ 28 Oct 2008 14:33:12 by pierce

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณที่มาคอมเม้นท์นะคะ
คอนวินส์ เรคคอมเมนท์ไปเลยค่า

ฟิคเรื่องนี้ยังไม่ได้อ่านเลย เดี๋ยวสักครู่ค่ะ 555

นิยมฟิคเหมือนกันค่ะ 555

#1 By poommy (58.136.48.147) on 2008-06-26 09:38

short fan-fiction