Title:: ขอโทษครับ ผมเป็นโอทากุ
Cast::Tomohisa Yamashita x Jin Akanishi

 ตอน ::  ลำบากใจจริง  มีเพื่อนเป็นแฟนโอทากุ

คำเตื่อน ::  ฟิกนี้จินเคะ พีรุกจิน ไม่แน่ หากขยันพอ(และจิ้นมันบรรเจิด) เราจะมีคู่แถมเป็น คู่ยุริ คาเมดะด้วย(อาจเป็นตอนต่อไป รึไม่มี- -")

คำเตือนข้อที่สอง :: ฟิกเรื่องนี้ดูเหมือนจะหาข้อสรุปไม่ได้ล่ะT^TT

RRRRRR RRRRRR RRRRRRRRRRRR....

 เสียงเรียกเข้าแสนโบราณที่ขัดกับหน้าตาของเครื่องมือสื่อสารเครื่องจิ๋วแผดดังขึ้น พร้อมทั้งสั่นอย่างเอาเป็นเอาตาย ให้เจ้าของมันเปิดหนังตาเอื้อมมือมาหยุดมันเสียที

มือเรียวควานตะปปไปมาอย่างสะเปะสะปะที่โต๊ะข้างหัวเตียงอย่างเร่งรีบ แม้จะไม่ได้ออกมาทางการกระทำแต่จิตมันสั่งว่าให้รีบๆหยุดไอ้เสียงบ้านั่นเสียที เพราะสำหรับคนที่เพิ่งกลับจากก๊งหนักเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว เสียงที่แผดแบบนี้ มันสามารถกลายเป็นอาวุธทำลายประสาทของคาเมะได้ถนัดนัก

"ห่าจิน! โทรมาก่อนไก่โห่ มีใครตายรึไงวะ" เสียงแหบเป็ดนั้นฟังดูเถื่อนกว่าเดิม ด้วยความแห้งผากของลำคอผู้พูด ขณะที่เอ่ยด่าปลายสายเมื่อรู้ว่าใครเป็นผู้โทรมาทำลายเวลารักษาสุขภาพของเจ้าตัว

 "โทษๆ แต่มีเรื่องอยากขอให้ช่วยน่ะ" เสียงที่ตอบกลับมาของจินนั้นมีกระแสร้อนรนเต็มอยู่ในน้ำเสียง ทำเอาคาเมะผุดกายยันตัวลุกขึ้นนั่งทับขา มือเรียวอีกข้างยกขึ้นลูบใบหน้าเพื่อไล่่ความมึนงงจากความง่วงงุนและฤทธิ์แอลกอฮอล์

"อะไร? ไอ้บ้าโอทากุมันเมินแกอีกแล้วเรอะไง??"

"เปล่า คือว่า... นายรู้มั้ย ฟิกเกอร์ฮารุฮิรุ่นลิมิเต็ดน่ะ ตอนนี้ยังหาซื้อได้ที่ไหน?" คำตอบที่เป็นคำถามของจิน เล่นเอาคาเมะแทบหน้าทิ่มตกเตียง แม้ร่างบางจะกร่นด่าในใจแค่ไหน แต่ก็ต้องกัดฟันถามออกไปด้วยความเป็นห่วง เพราะเสียงที่จินใช้ตอบกลับมา มันดูจริงจังซะเหลือเกิน

"ทำไม? อย่าบอกนะว่าแกทำไอ้ฮารุฮิอะไรนั่นที่ว่ามันพังน่ะ โอ๊ยช่างแม่งเหอะ มันไม่ฆ่ามึงหรอก" ว่าจบ มือเรียวทำท่าจะวางหูลง แต่จินดันตะโกนโหวกเหวกแทรกมาเสียก่อน จึงจำเป็นต้องยกกลับมาแนบหูตามเดิมอย่างเซ็งในอารมณ์

"น่าคาเมะ แม้โทโมะจะไม่ฆ่าฉัน แต่ความรู้สึกผิดมันจะเกาะกินฉันไปจนตายเลยนะเว่ย! จะปล่อยให้เพื่อนรู้สึกผิดบาปในสิ่งที่กระทำไปจนตายแบบนี้น่ะเหรอ? ฉันมีแกคนเดียวนะที่ช่วยได้~ นะคาเมะนะ" คาเมะแทบอยากจะกระแทกหูลงไปทันที ที่ไอ้คุณเพื่อนรักมันหาข้ออ้างมาพูด อยากพูดเสียแทบตายว่า เรื่องของมึงไอ้เว่อร์! แต่ท่าทางตะแง้วๆ เวลาจินมันอยากจะอ้อนดันทำให้คาเมะหลุดปากไปเสียนี่ว่า

"เออ" และทันทีที่คำนี้หลุดออก เสียงเริงร่าของจินก็ตอบกลับมาทันที

"สี่โมงเย็นเจอกันที่พาเฟ่ตรงหัวมุม ร้านเดิม แต้งว่ะเพื่อน!" ว่าจบสายก็หลุดกึกทันที ณ วินาทีนั้น คาเมะสบถสาบานลั่นในใจว่า ต่อไปนี้ จะไม่เสียรู้ไอ้เพื่อนหมูตุ๋นนั่นอีกต่อไปแล้ว ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนตวัดผ้าห่มนวมขึ้นคลุมโปงแล้วรีบข่มตาให้หลับลงในเร็วไว และภาวนาว่า ขอให้ตนตื่นช้าเลยเวลานัดไปสี่ชั่วโมง!

----------------------------------------------

ณ 16.00 เวลานัดเป๊ะๆ

"คาเมะ! คาเมะ!"

เสียงจินเรียกชื่อร่างบางดังขึ้นทันทีที่ขาทั้งสองข้างก้าวเข้ามาในเขตพรมเช็ดเท้าหน้าร้าน คาเมะหมุนตัวมองไปตามเสียง เห็นร่างสูงผิวขาวนั่นกับบรรดาจานเค้กและถ้วยพาเฟ่ ก็ พ่นลมหายใจอย่างเอือมระอา ... ที่กูรับปากมันน่ะ ยกเลิกดีมั้ยวะ?.... แม้คำถามนี้จะผุดขึ้นมาในใจ แต่สีหน้าไอ้เพื่อนตัวดีที่มันโบกมือหยอยๆ เรียกให้ตนไปนั่งด้วยสีหน้าชื่นมื่นนั่น จะกลายเป็นหมาถูกถีบหัวทิ้ง ก็ทำไม่ลง ได้แต่เดินคอตกไปที่นั่นอย่างปลงๆ

"ไง แล้วไอ้บ้าโอตะมันรู้เรื่องยังล่ะ?"

ทันทีที่ตูดคาเมะแตะกับเบาะนิ่มๆของโซฟาที่ราน ร่างบางก็เปิดท็อปปิกพูดได้ตรงประเด็นทันที จินที่นั่งตักเอาวิปครีมเข้าปากอย่างยิ้มแย้มถึงกับหน้าม่อยลงทันใด ก่อนที่จะพยักหน้าหงอยๆสองทีเป็นคำตอบ

"เอ้ย! ไม่ต้องมาทำหางลู่หูตก ฉันไม่ปลอบเว้ย! ว่าแต่... ไอ้ตุ๊กตานั่นมันชื่ออะไรกับรุ่นอะไรบอกมาอีกทีเด้ะ จะได้หาถูก"

จินกลอกตาไปมา สองสามทีขณะกำลังนึกถึงฟิกเกอร์เด็กสาวที่ร่างสูงผิวเข้มเคยอวดตนเป็นวรรคเป้นเวรตอนที่ได้มาใหม่ๆ จนตัวเองงอนตุ๊บป่องไปสามวัน

"รู้สึกจะเป็นฮารุฮิ รุ่นเทศกาลตรุษจีนนะ"

"ห่า! ตรุษจีน นี่มันเลยฮาโลวีนมาแล้วนะเว่ย! แถมโอบ้งให้ด้วยเลยเอามั้ย" คาเมะที่ได้ฟังคำตอบก็ยกมือขึ้นกุมกบาลหมับทันที ปากเรียวบางก็เอ่ยด่าไป จิกไป กัดไปเรื่อยๆ ให้สมใจ ขณะที่มืออีกข้างคว้าไปที่เครื่องมือสื่อสารเครื่องจิ๋ว แล้วกดยิกๆหาเบอร์ที่สามารถจะช่วยตนได้...

รายที่หนึ่ง ...

"มิตจัง~ นี่คาเมะจังเองนะ อื้มมมม  คิดถึงๆ  พอดีเนี่ยมีเรื่องจะให้ช่วยหน่อยน่ะ มิตจังพอจะรู้จักร้านไหนที่ยังขาย ฟิกเกอร์ฮารุฮิ รุ่นเทศกาลตรุษจีนมั่งมั้ย? ... หา ไม่รู้เลยเหรอ? และกระดานประมูลล่ะ พอจะมีบ้างมั้ย... ไม่เห็น อืมๆ ขอบใจนะจ๊า~ จ้าๆ ว่างๆจะไปหาจ่ะ" ....

"ห่าจิน หาของยากให้แล้วไงล่ะ" มือเรียวกดตัดสายพร้อมทั้งเริ่มต้นกดหาเบอร์ใหม่ แต่ยังไม่วายหันไปจิกสายตาพร้อมบ่นเพื่อนรักที่นั่งทำหน้าลุ้นตัวโก่งอยู่ตรงข้าม

"ขอบโทษ~" เรียวปากแดงนั้นเบะออกมาน้อยๆ

รายที่สอง ...

"ซากุ ช่วยไรคาซึหน่อยซิ ซากุพอจะรู้มั้ยว่า ฟิกเกอร์ฮารุฮิ รุ่นเทศกาลตรุษจีนน่ะ ตอนนี้มันหาซื้อได้ที่ไหนน่ะ?... หา~  ไกลง่ะ แต่มีที่เดียวใช่ม้า~...  ขอบคุณน้า~  ว่างๆจะแวะหาของไปให้ บาย~" มือเรียวกดตัดสายฉึบ ก่อนที่จะลุกขึ้นมาเบิร์ดกะโหลกร่างสูงที่นั่งจ้องตาแป๋วแหววมีประกายทีหนึ่งเพื่อดับความหมั่นใส้ในอารมณ์ 

"ไปได้แล้ว!" ทันทีที่พูดจบ จินก็ส่งยิ้มหวานจับจิตไห้หนึ่งที ก่อนที่จะหันไปซัดพาเฟ่ที่เหลือจนหมดภายในสองคำแล้ววิ่งห้อตามเพื่อนรักที่เดินนำหน้าไปก่อนทันที

....

"คาเมะ~ เรายังไม่ถึงร้านนั้นอีกเหรอ~  ฉันเมื่อยแล้วน้า~~" เสียงโอดโอยจากร่างสูงที่เดินตามร่างบางต้อยๆ มาตั้งแต่แถวชินจุกุ ยัน อากิบะ* เริ่มดังออกมาเป็นระยะๆ จนคนฟังเบื่อที่จะหันไปด่า แต่หันไปคว้ากระชากคอให้เดินตามตนให้ทันเท่านั้น

"ไอ้จิน ถ้ายังโอเอ้ เดี๋ยวมีคนมาฉกไปล่ะก็ จะสมน้ำหน้าแกให้!" เพราะดูเหมือนการใช้แรงกายจะไม่ได้ผล ร่างบางเลยต้องใช้แรงทางจิต ไซโคใส่สีไป และก็ได้ผลทันตา ร่างสูงที่โอดโอย เตรียมจะย้ายก้นเข้าไปนั่งในเมดคาเฟ่ใกล้ๆถึงกับเอนตัวเดินเป๋กลับเข้าเส้นทางทันที

และเมื่อเดินพ้นขอบถนน และเลี้ยวเข้าซอยอีกสอง-สามซอยก็ค้นพบร้านที่ว่านั่น แทบทำจินกระโดดหอมแก้มเพื่อนรักเป็นของขวัญ ถ้าไม่ติดคอมแบ็ทคู่โตมันยันไว้เสียก่อน

ทั้งคู่ก้าวเข้าร้านที่รอบกายมีแต่ฟิกเกอร์ ทั้งเนงดรอย*ของตัวการ์ตูนและเกมส์ตั้งอยู่สูงราวกับวอลเปเปอร์ชั้นที่สองของร้าน  แม้คาเมะจะไม่ได้รู้สึกชอบอะไรมากมาย แต่ก็อดที่จะรู้สึกทึ่งไม่ได้กับเหล่าบรรดาของในร้านนี้ ในขณะที่ร่างบางกำลังกวาดสายตาดูให้ทั่วร้านอยู่นั้น มือเรียวของจินก็ยื่นมาลากคอเพื่อนร่างบางคนนี้ไปที่หน้าเคาท์เตอร์ทันทีด้วยท่าทางกระดี๊กระด๊า

"ขอโทษครับ ผมจะซื้อฮารุฮิรุ่นเทสกาลตรุษจีนได้ที่นี่ใช่มั้ยครับ?" จินตะโกนอยู่หน้าเคาท์เตอร์เสียงดังลั่น เมื่อทั้งคู่ก้าวไปถึงเจอเพียงแต่ความว่างเปล่า

ไม่นานเสียงกระดิ่งแผ่วก็ลอยตามลมมาให้ทั้งคู่ได้ยินจากทางด้านข้างทั้งคู่ สายตาคมและสายเรียวสามัคคีกันหันไปมองอย่างพร้อมเพรียง ณ หน้าประตู ที่แปะป้ายอยู่ทนโท่ว่า เฉพาะเจ้าหน้าที่ มีชายผุ้หนึ่งยืนอยู่ ชายผู้นั้นรูปร่างตุ้ยนุ้ย ชายผู้นั้นเมื่อเห็นทั้งคุ่ที่พร้อมใจกันเคลื่อนตัวเข้าหากันแนบชิดอย่างอัตโนมัติก็แสยะยิ้มออกมาทันที ขาัสั้นๆทั้งสองข้างก้าวอาดๆมาถึงทั้งคู่ด้วยในเวลาไม่ช้านัก คาเมะและจินแปลกใจ แต่ก็ไม่ตกใจเท่าที่ชายคนนั้นล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงด้านข้างและหยิบกล้องขึ้นมาตั้งท่าพร้อม และในขณะนั้นเองเสียงทุ้มๆก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงประตูกระแทกปิดเข้ากรอบเสียงดังจากทางด้านหลังเคาท์เตอร์

"นายกำลังทำให้ลูกค้าฉันขวัญผวานะ มัตจัง" 

ร่างของเด็กหนุ่มที่กระโดดถอยหลังห่างออกมาจากเคาท์เตอร์พร้อมกันสามัคคีกันเคลืื่่อนไหวอีกครั้ง พากันหัวขวับกลับไปมองทางต้นเสียง กลับเจอชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่ไว้หนวดอพอครึ้มให้ดูดีแบกกล่องกระดาษสองกล่องไว้ในแขนเพียงข้างเดียวยืนอยู่ ชายผู้นั้นหันมาส่งยิ้มน้อยที่ดูกันเองเพื่อให้เด็กหนุ่มทั้งสองสบายใจก่อนจะหันไปวางกล่องทั้งสองกล่องนั้นลงข้างๆประตูแล้วเดินมาที่เคาท์เตอร์

"เธอน่ะ...ไม่สิ พวกเธอน่ะ ใช่พวกเดียวกับที่ซากุโทรมาบอกเมื่อเย็นรึเปล่า?" เสียงทุ้มห้าวที่ฟังดูอบอุ่นดังขึ้นจากชายผู้นั้น ขณะที่นิ้วชี้เรียวยาวของเค้ายกขึ้นชี้มาทางเด็กหนุ่มทั้งสอง คาเมะพยักหน้ารับกลาย ก่อนที่จะส่งยิ้มน้อยๆไปให้ชายผู้นั้น

"ทำไมมาช้านักล่ะ?" เสียงห้าวนั้นฟังดูตำหนิน้อยๆ แต่คำพูดนั้นทำเอาจินถลายื่นหน้าแทบจะเข้าไปใกล้ชายผู้นั้น หากไม่มีเคาท์เตอร์กระจกที่ภายในบรรจุบรรดาเนงดรอยด์ต่างๆเอาไว้ข้่างใน

"อย่ามาบอกผมนะว่าขายไปแล้วน่ะ!!" มือเรียวของจินแทบยื่นปกระชากคอเสื้อของชายผู้นั้น แต่เสียงอั้กเบาๆดันขึ้นแทรกมาเสียก่อน เมื่อชายร่างตุ้ยนุ้ยปรี่เข้ามาชนจินเสียเซไปติดคาเมะ ก่อนที่จะโวยวายลั่นร้านว่า "อย่ามาทำร้ายเอจังของมัตจังนะ!" จินที่โดนชนเหมือนจะตั้งสติได้ จึงโค้งขอโทษไปลูบบั้นเอวไปเพื่อบรรเทาอาการปวดหน่อยๆจากการกระแทก ในขณะทีชายคนนั้น หรือเอจังของมัตจังหันไปลูบหัวปลอบแล้วบอกใ้ห้มัตจังกลับไปดูนีโออะไรซักอย่างที่ดูค้างไว้ในห้องก่อนที่จะหันมาหาเด็กหนุ่มทั้งคู่อีกครั้ง

"ฉันขอโทษแทนมาซากิด้วยละกัน หมอนั่นแค่ขี้ห่วงเกินไปหน่อยน่ะ แต่ฉันไม่ขอโทษเรื่องที่ขายฮารุจังไปหรอกนะ" เสียงห้าวนั้นเอ่ยออกมาพร้อมประกายตาวาวอย่างดุๆ แต่จินที่หมดความหวังไปในพริบตาแทบจะไม่ใส่ใจเลยกลับหันมาเบะปากใส่คาเมะอย่างขอความช่วยเหลืออีกต่างหาก คาเมะได้แต่สายหัวกับร่างสูงหนึ่งที ก่อนที่จะผลักจินให้ไปอยู่ข้างๆแทน

"ไม่มีอีกตัวหรอครับ?" คาเมะถามพลางช้อนสายตาขึ้นมองอ้อนๆ แต่ชายผู้นั้นกลับทำเพียงยิ้มและส่ายหัวน้อยๆแทน

"ไม่มีไอ้แบบนั้นหรอครับ" คาเมะถามพลางชี้มือไปที่เหล่าเนงดรอยที่พากันยืนหน้าแป้นแล้นอยู่ในกล่องที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าและในตู้ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการส่ายหัวเช่นเดิม 

"ไม่มีทางอื่นเลยเหรอครับ... ไม่มีเหรอฮะ" คาเมะถามเองก่อนที่จะตอบเองเมื่อเห็นสายตาของเจ้าของร้าน ลมหายใจถูกพ่นออกมายาวๆ ่อนที่จะหันไปสะกิดจินที่นั่งแหมะอยู่กับพื้นร้าน แล้วส่ายหัวเชิงว่า มันช่วยไม่ได้แล้ว 

จินที่ทำท่าจะเบะอยู่แล้วก็เตรียมจะอ้าปากโวยวาย หากแต่เพียงเสียงของเ้าของร้านไม่ขัดไว้เสียก่อน

"ฉันพอจะมีทางช่วยนะ ถ้าที่ซากุบอกเป็นเรื่องจริงน่ะ"

ใบหน้าทั้งคู่เอนหันไปมองเอจังทันที โดยเฉพาะจินทมี่ดวงตามีประกายเป็นพิเศษ

"เห็นซากุว่า เธอไปทำฮารุจังของแฟนพังใช่มั้ย?" เด็กหนุ่มสามัคคีกันนพยักหัวหงึก เรียกรอยยิ้มขำให้ชายหนุ่มได้ดี ก่อนที่ชายหนุ่มจะบอกให้ทั้งคู่รอตนเพียงเดี๋ยวแล้วหายเข้าไปหลังเคาท์เตอร์นั่นอีกครั้งและก็ออกมาด้วยเวลาไม่นานพร้อมทั้งกล่องขนาดใหญ่หนึ่งกล่อง ก่อนที่จะยื่นให้เด็กทั้งคู่ด้วยใบหน้าอมยิ้ม

"นี่ถือเป็นค่าเหนื่อยที่อุส่าห์เดินหาร้านฉันเจอก็แล้วกัน"

ทั้งจินและคาเมะรีบเอื้อมมือไปรับแทบจะในทันที

"ลุง! ผมจะมาหาฟิกเกอร์นะ ไม่ได้มาเป็นฟิกเกอร์ซะเอง" 

เสียงโอดครวญโวยวายของจินดังขึ้นลั่นร้านในทันทีที่เห็นว่าของในกล่องคืออะไร ส่วนทางฝ่ายเจ้าของร้านที่ยืนๆอยู่นั้นเรียวปากที่ปกคลุมไปด้วยหนวกครึ้มต้องหุบยิ้มลงทันที ไอ้ที่ไม่รับของแล้วโวยวายน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ทีมาเรียกลุงเนี่ย เอจังไม่ยอม! มือแกร่งของชายหนุ่มเตรียมยื่นไปชักของที่ให้กลับหากแต่ไม่ติดทีี่่ว่าคาเมะไวกว่า ตะปปไว้ทันและหันมาส่งยิ้มขอโทษ ก่อนที่จะหันไปตบกะโลหเพื่อนรักตนแล้วสั่งให้พูดขอโทษและขอบคุณก่อนที่จะลากจินที่ตอนนี้หน้าบูดเป็นตูดออกจากร้านมา

"ไอ้หมูบ้า! เค้าอุส่าห์หาของแทนมาให้ ไม่รับไม่ว่า เจือกไปโวยเค้าอีก เอาเซลล์ส่วนใหนของแกคิดวะ ไอ้หมูสมองตัน!!!" และทันทีที่พ้นรัศมีจากร้าน เสียงตวาดแว้ดของคาเมะก็ทำงานทันที 

"แต่ว่า คาเมะ~ นี่มันชุดผู้หญิงนะ แถมยัง...~  เห่อ ไม่เอาง่า~~"เสียงที่ยังคงโอดครวญโหยหวนไม่เลิก ทำเอาคาเมะกรอกตาด้วยความเซ็ง

"ไอ้ิน ไอ้คนที่มีแฟนเป็นผู้ชายแถมยังเป็นโอทากุอย่างแกเนี่ย มีน้ำหน้ามาบ่นเรื่องแบบนี้ด้วยเรอะไง ห๊ะ!" ด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียวของคาเมะคำนี้ สามารถทำให้ร่างสูงหุบปากเงียบและยอมกลับบ้านแต่โดยดีได้สำเร็จ...

.................................

"กลับมาแล้วครับ~"เสียงทุ้มของร่างสูงตาโตเอ่ยขึ้นตามธรรมเนียม แต่เมื่อมีเสียงแผ่วหวิวตอบกลับมาจากทิศทางด้านห้องนั่งเล่น ก็สามารถเรนียกรอยยิ้มแฉ่งของร่างนสูงนี้ได้ไม่ยาก

โทดมะถอดรองเท้าทิ้งแทบจะในทันที ก่อนที่จะรีบพากายตนไปยังที่ต้นเสียงด้วยความไว ดดยไม่สนใจถึงเจ้าของบ้านตัวจริงที่ยืนตีสีหน้าเซ็งอยู่หน้าบ้านเลยซักนิด

"จินจ๋า~ คิดถึงใจจะ....อ๊า!!!" 

ยังไม่ทันที่เสียงแหกปากบอกรักแสนเลีั่ยนอันเป็นกิจวัตรของโทโมฮิสะทุกครั้งที่เห็นหน้าของจินจะพูดจบ เสียงแหกปากดังลั่นบ้านกลับขัดขึ้นมาแทนที่ ทำเอาทัตซึยะที่กำลังก้มลงเรียงรองเท้าอยู่หน้าชานไปบ่นด่าสาปแช่งร่างสูงตาโตไป ต้องรีบละมือแล้ววิ่งเข้าไปดูถึงสถาณการณ์ แต่เมื่อไปถึงที่ห้องนั่งเล่น ก็เป็นอันต้องอึ้ง เพราะแทนทนี่จะเจอร่างสูงผิวขาวหัวฟูนิด ในวันนี้กลับเจอสาวหมวยผวขาวตาคมในชุดกี่เภ้าสีแดงกุ๊ฯขอบผ้าด้วยสีทองยืนก้มหน้าลงติดอกเห็นเพียงแต่ใบหูที่แดงได้โล่ห์ กับมือเรียวที่บิดไป-มาจนแทบจะพันกันเป็นเลขแปด

แต่ยังไม่ทันที่ทัตซึยะหรือจินจะตั้งตัว ร่างสูงตาโตก็ย่างสามขุมเข้าไปใกล้ กอ่นที่จะใช้ท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกบ้ามยกร่างจินขึ้นพาดบ่าแล้วพาโกยอ้าวขึ้นห้องไปทันที  ก่อนที่จะตามด้วยเสียงประตูกระแทกปิดดังสนั่นและตามด้วยเสียงกุกกักได้ไม่นาน ก่อนที่มันเงียบสงบหายไป....

ทางทัตซึยะที่ยืนมองค้างตั้งแต่โทโมฮิสะแบกจินขึ้นห้อง ก็ได้แต่ยืนมองไปที่บันไดอยู่อย่างนั้น ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเงียบๆเพียงคนเดียวแล้วเดินหายเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาอะไรเติมพลังงานที่ได้ใช้หมดไปในวันนี้...

----------------------------------------End-------------------------------------------

แถม...

ทันทีที่ร่างบางก้าวมาถึงบ้าน เสียงโทรศัพท์เครื่งเล็กที่เหน็บไว้ก็แผดดังขึ้นอีกครั้ง เสียงจิ๊ปากอย่างขัดใจดังขึ้นตามมาพร้อมกับกดรับสาย

"คาเมะจัง มิตจังเองนะ"

"อ้าๆ มีอะไรรึเปล่ามิตจัง?" คาเมะเอ่ยถามกลับขณะที่ใช้ใหล่มนของตนหนีบเจ้าเครื่องมือสื่อสารนั้นไว้แล้วเอื้อมไปไขกุญแจเข้าบ้านอย่างทุลักทุเล

"อ๋อ จำฮารุจังที่คาเมะถามเมื่อเย็นได้ม้า~ มิตจังหาได้ละนะ จะไห้เอาไปให้เดี๋ยวนี้เลยมั้ย?" คำตอบที่ปลายสายตอบมาทำเอาคาเมะตาโต ก่อนที่จะรีบตอบตกลงแล้วกดปิดสาย หันไปล็อกบ้านไว้ดังเดิมแล้วรีบห้อออกจาบ้านไป...

................

TTTTTTTTT TTTTTTTTTT 

 เสียงหนืดๆของออดหน้าบ้านดังขึ้นในทันทีที่ทัตซึยะเพิ่งจะออกจากห้องน้ำ ร่างบางเอื้อมมือไปคว้าเสื้อคลุมมาพันกายอย่างลวกๆ ก่อนที่จะออกไปดูว่าใครคือแขก

"อ้าว คาเมนาชิคุง มาหาโทโมะหรอ?? เข้ามาก่อนมั้ย?" เสียงนุ่มเอ่ยอย่างแปลกใจเมื่อเห็นใครที่มารบกวน ทางด้านคาเมะที่เห็นร่างบางตรงหน้าในสภาพล่อแหลมให้เสียวหัวใจ(จะไปกดเค้า)ก็รีบพยักหน้าหงึกหงัก แล้วก้าวเข้าไปทันที

"มาดึกป่านนี้มีอะไรรึเปล่า" ทัตซึยะยังเอ่ยถามอย่างไม่รู้สภาพการณ์ของตนเองขณะที่กำลังก้มลงเอาแก้วน้ำออกมาวางให้คาเมะ ทางคาเมะที่เห็นหน้าอกและเนินไหล่ที่มันแพลมออกมาจากชุุดคลุมอาบน้ำก็แทบจะเลือดกำเดาทะลัก ก่อนที่จะตั้งสติ และตอบคำถามร่างบางกลับไป

"เอ่อ ...  ผะ .. ผมเอาฟิกเกอร์ที่จินทำของโทโมฮิสะพังมาให้น่ะครับ พอดีผมเพิ่งหาได้..." คาเมะเอ่ยตอบพร้อมกับหยิบเอากล่องฟิกเกอร์ขึ้นมาวางในขณะที่พยายามบังคับไม่ให้มือไม้สั่นอย่างเอาเป็นเอาตาย

"อ้อ... ฉันว่าไม่ต้องแล้วมั้ง~... ท่าทางฟิกเกอร์ขนาดเท่าจริงของจินที่เพิ่งใฟ้ไปจะกินขาดจากของเก่าจนมันยังไม่ลงมาเลยตั้งแต่สองทุ่มทั้งคนให้คนรับเลยเนี่ย" ทัตซึยะเอ่ยกลับขณะที่เอื้อมมือไปหยิบเจ้ากล่องตรงหน้าขึ้นมาดู พร้อมกับอมยิ้มนิด... แต่ก็ต้องกระตุกยิ้มคืน เมื่อเสียงของจินมันดังแว่วมาแผ่วๆตามสายลม...

ทำำเอาคาเมะเงยใบหน้ามองตามทิศที่มาของเสียงโดยอัตโนมัติ และหันกลับมามองร่างบางตรงหน้าที่นั่งเกือบเปลือยโดยไม่รู้ตัว... 

แต่แม้คาเมะจะไม่รู้ตัว  ใช่ว่าคนถูกมองจะไม่รู้ด้วย...

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์โผล่ขึ้นมาบนใบหน้าคมของร่างบางทันทีทัตซึยะจ้องตาเรียวของเด็กหนุ่มกลับด้วยท่าาทายิ้มกริ่มทำเอาคาเมะสะดุ้งเฮือกและเบนหน้าเสมองไปทางอื่น

 แต่แล้วทัตซึยะก็ผุดกายลุกขึ้นยืน มือเรียวเอื้อมไปคว้าใบหน้าเด็กหนุ่มให้หันมามองตน เรียวปากอิ่มนั้นเหยียดยิ้มออกมาเพียงแค่ที่มุมปากก่อนที่จะก้มใบหน้าคมนั้นลงไปใกล้ใบหูเด็กหนุ่มและเอ่ยคำกระซิบเบาๆ

"เราออกไปหาอะไรทำข้างนอกกันเถอะ"

ดั่งมนต์สะกด คาเมะพยักหน้าตอบกลับทันที ใขระที่ร่างบางเผยยิ้มออกมาอีกครั้งแล้วผละตัวหายขึ้นไปข้างบน

----------------------------------จบละ^V^--------------------------------------------

edit @ 4 Nov 2008 23:50:43 by pierce

Comment

Comment:

Tweet

short fan-fiction