Title:: เมื่อวันฝนตก
Cast:: KAT-TUN  (K*-T) (A*U) (T*N)

เฮมันมึนๆ  ฟิกออกมาเลยดูเมาๆ  .....  เอาน่า ก็ฝนตกแล้วหัวมันหมุนๆนี่นา....

 

เกลียดวันฝนตกโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังขึ้นในหัวของจินเป็นระยะมาไม่ต่ำกว่าสิบครั้งในหนึ่งชั่วโมงนี้ นับตั้งแต่นาทีแรกที่ฝนเริ่มตก

ร่างสูงนั่งอย่างกระสับกระส่ายด้วยอารมณ์หงุดหงิดจากการหนักหัวตื้อๆและการที่ไม่ได้ออกไปไหนเหตุมาจากการที่ฝนตก งานการที่ว่าจะนัดถ่ายแบบเอาท์ดอร์วันนี้เลยยกเลิกเลื่อนไปวันอื่นแทน

อันที่จริง แค่ความกดอากาศที่ผิดปกติไปจากเวลาอากาศแบบเดิมๆมันก็ไม่ได้ทำให้ร่างสูงหงุดหงิดมากกว่าการนั่งอยู่เฉยๆซักเท่าไหร่ เพียงแต่ ตั้งแต่เด็กชายอคานิชิเกิดจนโตขึ้นกลายเป็นนายอคานิชินั้น เมื่อครั้งเวลาที่ฝนตก ก็ไม่เคยที่จะเจอสิ่งดีๆซักเท่าไหร่ แถมจะกลายเป็นโชคร้ายกว่าปกติซะด้วยซ้ำไป ดังนั้นร่างสูงจึงได้เหมาเอาว่า วันฝนตก คือวันที่พระเจ้ากลั่นแกล้งคนอย่างเค้าไปเสียอย่างนั้น

"นี่จิน ฉันเห็นแกเดินงุ่นง่านเป็นหนูติดจั่นโดนปั่นหัวมานานสองนานแล้วนะ เลิกซะทีเหอะว่ะ มันทำฉันหงุดหงิดไปด้วย" เสียงแหบของคาเมะดังขึ้นตำหนิจินมันอย่างหงุดหงิดหลังจากที่พยายามอดทนมานาน รายนี้ก็หงุดหงิดไม่น้อยไปกว่าจินเช่นกันในวันอันเฉอะแฉะแบบนี้

"ใครใช้ให้มองวะคาเมะ เงียบก็ไม่มีใครว่าเป็นใบ้นะเว้ย" จินที่หงุดหงิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อมาโดนคาเมะพูดว่า ก็ยิ่งเพิ่มความร้อนในอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

"อ้าวแม่ง คนเค้าพูดจาดีๆ เสือกมากวยนอ๊ยกลับนี่ มึงอยากมีเรื่องนักรึไงวะ ห๊ะ"

"เออ กล้าก็เข้ามาดิ่" ...

แล้วก็เป็นเรื่องปกติที่เมื่อคนเลือดร้อนสองคนที่กำลังอยู่ในช่วงอารมณ์ตกมันทั้งคู่กระโจนเข้าหากัน เก้าอี้จึงไปทาง โต๊ะไปทาง และกลุ่มคนที่นั่งเป็นหัวหลักหัวตออยู่ในห้องสอง สามคน ก็ต้องยืนหลบหมืบกันไปอีกทาง

สมาชิกอาวุโสกว่าทั้งคู่ที่ยืนมองกันตาปริบๆก็ไม่มีอารมณ์จะห้าม เพราะมันเหมือนเป็นเรื่องแสนจะธรรมดาของวงไปเสียแล้วจนกระทั่ง เมื่อเสียงที่ล้งเล้งกันอยู่นั้นมันดังลอดไปจนถึงนอกห้อง โดยที่ตอนนี้ หัวหน้าวงกำลังเดินคุยอย่างสนุกคอมากับเด็กๆรุ่นน้องมาได้ยินเข้า หน้าตาที่ยิ้มแย้มอยู่นั้นก็เปลี่ยนโหมดเป็นเรียบเฉยในฉับพลัน

"เดี๋ยวพวกเธอมีซ้อมกันอีกใช่มั้ยยูโตะ ฉันไม่กวนละกัน ลากันตรงนี้เลยนะ" น้ำเสียงยังคงระดับความอารมณ์ดีไว้ได้ระดับหนึ่งขณะที่กำลังบอกลารุ่นน้อง และเหมือนเด็กๆทั้งหลายจะรู้งานดีก็ได้แต่ยิ้มลารุ่นพี่แล้วสาวเท้าเดินตรงไปยังห้องของวงตนเองทันที

ร่างบางเมื่อเห็นร่างของรุ่นน้องไปจนพ้นสายตาก็หมุนตัวหันหน้ามายืนจ้องบานประตูอยู่ครู่นึง พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะผลักบานประตูเข้าไปเพื่อพบกับความร้อนระอุในห้อง ทั้งๆที่ข้างนอกสายฝนยังโปรยแรยอยู่ไม่ขาดสาย และ แอร์ยังคงทำงานได้เย็นฉ่ำเกินหน้าที่ของมันเสียเหลือเกินในเวลานี้

เมื่อบานประตูปิดสนิท ร่างบางก็เป็นอันต้องพบกับ ไอ้น้องเล็กของวงกระโดดขี่คอเขย่าหัวจินไปมา ในขณะที่จินพยายามสะบัดตัวแรงๆให้คาเมะหล่นลงมา และมือพยายามเอื้อมไปดึงหลังคอคาเมะให้คอเสื้อมันรัดคอคาเมะเท่าที่ตนจะทำได้  เก้าอี้อยู่ทาง โต๊ะอยู่ทาง กระเป๋าหล่นลงมากองกระจัดกระจาย ภาพเหล่านี้ มักจะทำให้เส้นความอดทนบางเบาที่มีอยู่ของทัตซึยะขาดลงได้ง่าย

ตาคมมองกวาดไปทั่วห้องก็เห็นปึกหนังสือเรียนเล่มหนาของนากามารุหล่นอยู่ใกล้ๆเท้าตนก็ก้มลงเก็บขึ้นมาแล้วจัดท่าทางให้ดูถนัดมือ ก่อนที่จะเหวี่ยงแขนฟาดหนังสือลงไปที่หัวของไอ้ตัวยุ่งที่กำลังนัวเนียกันอยู่กลางห้องทั้งคู่อย่างเสนาะมือ

เพียงแค่เท่านั้น ร่างของจินและคาเมะก็ผละออกจากกันมันใด้ เปลี่ยนมาทรุดลงนั่งอยู่กลางห้องเอามือคลำหัวตรงที่โดนฟาดกันไปคนละผัวะป้อยๆด้วยสีหน้าที่แสดงความเจ็บปวดยิ่งนัก

"หายบ้ากันแล้วใช่มะ หายแล้วก็ไปเก็บห้องให้สะอาดอย่างเดิม" เสียงนุ่มกล่าวออกมาเสียงเรียบ ก่อนที่จะเดินกุมขมับไปหยิบเก้าอีกโครงเหล็กตัวหนึ่งที่นอนเอียงกะเท่เร่ขึ้นมาตั้งแล้วทิ้งกายลงนั่งด้วยอารมณ์สุดเซ็ง

ณ วินาทีนี้ ไม่จำเป็นต้องรอฟังคำสั่งซ้ำ ร่างสูงของทั้งคู่ก็รีบจัดแจงลุกขึ้นทำตามคำสั่งของทัตซึยะแทบจะในทันที

และแล้วสภาพก่อนเกิดเรื่องก็กลับมาอีกครั้งในเวลาไม่นานนัก จินลากเก้าอีกมานั่งข้างๆทัตซึยะ แต่อารมณ์หงุดหงิดยังคงเหลืออยู่จางๆ เช่นเดียวกันกับคาเมะ

ในขณะที่บรรยากาศของห้องกำลังเข้าสู่ความเงียบที่มีเพียงแต่เสียงสายฝนและเสียงพัดลมแอร์ทำงาน ทัตซึยะก็ลุกขึ้นพรึ่บและดึงมือจินให้ลุกตามไปด้วย

"วันนี้คงไม่มีอะไรแล้วล่ะมั้ง ถ้าฝนหยุดพวกนายก็กลับกันไปเลยละกัน ฉันไปก่อนล่ะ บาย"  ทัตซึยะหันกลับมาสั่งลาด้วยเสียงเรียบ แล้วก็จากไปอย่างหุนหันพร้อมกับร่างของจินที่โดนลากไปด้วย

"งั้นฉันกลับมั่งละกัน"  ไม่นาน เสียงคาเมะก็พูดโพล่งขึ้นทำลายความเงียบก่อนที่จะลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกไปทันที

"เอ่อ... ฉันไปมั่ง บายนะยู ไอ้โนะ" ยังไม่ทันที่คาเมะจะพ้นหลังไปดี ไอ้หนุ่มแร็พเปอร์ประจำวงก็กระโดดผลุงไปหยิบกระเป๋าแล้วก็หันมาสั่งลาสั้น ก่อนที่จะหุนหันออกไปทันที

แล้วในห้องนี้ก็เหลือหัวเน่าอยู่สองตัวน่ะซิ...

"กลับเลยมั้ยยู แต่ขอฉันนั่งกลับไปด้วยแล้วกัน ขืนโทรให้พี่มารับตอนนี้โดนด่าช็ดแน่ๆ" เป็นจุนโนะที่เริ่มประโยคก่อน ตามด้วยยูอิจิที่พยักหน้าเห็นด้วย แล้วทั้งคู่ก็พากันเดินออกไป

"อากาศน่านอนจะตาย ทำไมไอ้จินกับเจ้าคาเมะมันต้องทำหน้ายั่งกะโดนกดนน้ำทุกครั้งที่ฝนตกด้วย เนอะยูเนอะ" ขณะที่ทั้งคู่เดินมาเรื่อยๆ จุนโนะก็ชวนคุยไปเรื่อยเปื่อยตามประสาตน
"นั่นสิ  ว่าแล้วก็อยากกลับไปนอนเปิดพัดลม ผึ่งพุงที่ระเบียงบ้านจังเล้ยยย" ยูพดด้วยน้ำเสียงและท่ารทางชวนฝัน ทำเอาจุนโนะยิ้มขำในท่าทางเด็กๆของนากามารุ
"งั้น ฉันไปนอนด้วยคนได้ป้ะเนี่ย" จุนโนะลองหยั่งเชิงถามออกมาลอยๆ ยูอิจิที่ได้ยินคำถามก็หันกลับมามองงงๆ

"อยากมาก็มาซิ ไม่มีใครว่านี่นา" จุนโนะที่ได้ฟังคำตอบก็ฉีกยิ้มซะแสบตาก่อนที่จะเดินยิ้มเผล่นำหน้าเจ้าของไปยืนรอที่รถพลางเร่งยูอิจิยิกๆ

'วันฝนตกน่ะ ดีออกจะตายน้า~'
---------------------------------------------------------------------
 
เสียงสายฝนยังคงกระหน่ำต่อเนื่องลงมาไม่ขาดสาย พอๆกันกับเสียงพ่นลมหายใจเฮือกๆของคาเมะที่ดังติดๆกันมานาน

คาเมะเดินไปก็ถอนหายใจไปพลาง อย่างหงุดหงิด แต่แล้วเมื่อออกมาถึงหน้าบริษัท ก็เป็นอันต้องหงุดหงิดเพิ่มอีกอย่าง เพราะเพิ่งนึกได้ว่าตนลืมเอาร่มมาด้วย

"แม่งเอ้ยย!!  มึงจะตกหาห่าอะไรนักหนาวะะะ!!!!" เสียงสบถอย่างอารมณ์ฉุนขาดดังลั่นแข่งกับเสียงสายฝนที่ตกกระทบพื้นคอนกรีต

"ตะโกนด่ามันไป มันก็ไม่หยุดให้หรอกน่า" แต่แล้วเสียงเล็กของแร็พเปอร์หนุ่มก็ดึงความสนใจของคาเมะออกจากสายฝนเบื้องหน้า ร่างเพรียวหมุนตัวกหันกลับไปมองเจ้าของเสียงอย่างไม่เข้าใจ ในขณะที่โคคิกำลังเอาร่มพับออกจากปลอกแล้วกางมันออกชูขึ้นเหนือหัว

"จะกลับก็เข้ามาซิ ฝนตกอย่างนี้ ขืนฝ่าไปทั้งแบบนั้น นายได้หวัดกินแน่ๆ มาซิ" เสียงชวนเรียบๆ ภายใต้ใบหน้าแดงระเรื่อที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มคันสีแดงคันหนึ่ง สามารถชะล้างความขุ่นมัวของคาเมะ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มออกมาได้อย่างง่ายดาย ร่างเพรียวไม่ได้กล่าวตอบอะไร แต่เดินเข้าไปใต้ร่มคันเดียวกันทันที ก่อนที่จะชักแขนขึ้นโอบเอวของโคคิให้ไหล่บางนั้นมาติดอกตนเสียจนเกือบแนบสนิท จนตอนนี้ภาพที่เห็นคือคาเมะยืนกอดเอวโคคิจากทางด้านหลัง

"ไม่ต้องมาโวยถาม ร่มคันแค่นี้ ฝนตกหนักขนาดนั้น ไม่ตัวติดกันไว้ ฉันก็เปียกอ้ะดิ่ ป่ะๆ เดินๆไปได้แล้วป่ะ" คาเมะชิงเอ่ยปากพูดตัดหน้า เพราะเห็นเรียวปากบางนั้นกำลังอ้าปากพร้อมที่จะเอ่ยท้วงในท่าทีของคาเมะ

"ชิ ก็ได้วะ ถือว่าฝนมันตกนะเนี่ย" จากคำทักท้วงก็เปลี่ยนมาเป็นคำพูดเสียงสั่นๆ พร้อมกับใบหน้าแดงๆแทน คาเมะเหลือบมองมา ก่อนที่จะหันไปยิ้มกริ่มกับตนเอง

"นั่นสินะ เพราะฝนมันแท้ๆเล้ยยย  เนอะ" คาเมะเอ่ยตามแล้วลงท้ายด้วยเสียงสูงก่อนที่ทั้งคู่จะพากันก้ามเดินไปใต้ร่มคันหนึ่งท่ามกลางสายฝน  อย่างช้าๆ...

'เพราะฝนมันตกแท้ๆเลยนะเนี่ย'
-------------------------------------------------------------------

"โอ๊ยยยย  นายจะดึงฉันไปถึงไหนเนี่ย ห๊ะ ทัตซึยะ?" เสียงโอดครวญครางประท้วงขึ้น หลังจากที่จินโดนร่างบางดึงให้เดินตามมาได้ระยะใหญ่

"กลับบ้านไง" ร่าบางตอบกลับมาด้วยเสียงและใบหน้าที่เรียบเฉยอย่างยี่หระต่อสิ่งใด จนจินหมั่นใส้ จึงได้ขืนตัวไว้ ทัตซึยะที่รับรู้ถึงแรงเฉื่อยที่เกิดขึ้นก็หยุดฝีเท้าหันหน้ามาประจันกับร่างสูงที่ยืนเท้าเอวตีหน้าหงิกอยู่ข้างหลังตน

"ทางไปงานจอดรถมันอยู่โน่น นี่มันเดินมาตรงข้ามเลย จะไปไหนกันแน่ บอกมาเลยดีกว่า คนยิ่งหงุดหงิดอยู่" ก็น่าจะอย่างนั้น เพราะทั้งน้ำเสียง สีหน้าท่าทาง  มันไม่อะไรที่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอารมณ์ที่เรียกว่าดีซักนิด

"งั้นทำไมนายถึงหงุดหงิดนักล่ะ" ทัตซึยะถามออกไปด้วยใจที่เย็นกว่า

"ก็ฝนมันตก"

"เกลียดฝน.. ว่างั้น?"

"เออ!"

"งั้นฉันจะพาไปให้นายหายเกลียด หุบปากแล้วตามมา"  ว่าไม่ว่าเปล่า ร่างบางพูดจบก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของคนที่กำลังหงุดหงิดแล้วลากให้เดินตามตนไปทันที

ทัตซึยะพาเดินลากไปจนถึงประตูหลังก็ใช้มือดันประตูออกไปก่อนที่จะเดินฉับออกไปทันทีพร้อมกับคนที่ตนลากมา โดยที่ไม่สนใจต่อสายน้ำที่กำลังกระหน่ำโปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า

"เฮ้ยยยย  ทำไรวะะ!!  มันเปียกหมดแล้วเห็นมั้ยเนี่ย!!" แล้วก็เป็นจินที่โวยวายท้วงขึ้นมาทันที  แต่ทัตซึยะกลับไม่สนใจ ยังคงพาจินเดินกึ่งลากไปจนถึงกับถนนใหญ่ที่โล่งไปจากฝูงชน

"เย็นดีมะล่ะ" ร่างบางหันหน้ามาถามด้วยรอยยิ้มที่แสดงถึงความรื่นเริง จนจินมองแบบงงๆกลับไป แต่ร่างบางยังคงนำพาเดินหน้าต่อไปพร้อมรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า

ทัตซึยะเดินนำหน้า จินเดินตามหลัง ตอนนี้ ไม่มีการลาก และ ดึงกันแล้ว มีเพียงแต่ การจูงมือพากันเดินเพียงเท่านั้น

จินที่เมื่อครู่อารมณ์กำลังระอุได้ที่ ตอนนี้กลับเย็นลงได้จนอารมณ์โมโหจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ว่า มันหดหายไปจนหมดอย่างน่าอัศจรรย์

ใบหน้าคมเริ่มมองไปรอบๆกายตนอย่างแปลกใจ เพราะพื้นที่ที่ตนเดินอยู่นั้นกลับโล่วงว่างได้จนน่าประหลบาด เพราะทั้งที่เวลานี้เป็นเวลาเร่งด่วนที่ผู้คนจะต้องพากันเดินอย่างเร่งรีบเพื่อไปทำภารกิจของตนกันแท้ๆ แต่เวลานี้กลับมีให้เห็นเพียงประปรายตา

อากาศที่เคยอึดอัดจนแทบอยากวิ่งกลับบ้านแทบตายทุกครั้งที่เดินผ่านถนนเส้นนี้ ตอนนี้กลับพาให้หายใจคล่องจนฝีเท้าก้าวช้าลงอย่างไม่ทันสังเกตุ

ความตึงเครียดเริ่มถูกความเย็นสบายจากสายฝนชะล้างไปจนหมดสิ้น

เสียงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีของร่างข้างหน้าก็ฟังดูเพราะขึ้นกว่าเดิมถึงสิบเท่าเมื่อมีเสียงดนตรีแปลกๆมาคลอเป็นเมโลดีอย่างอ่อนโยน

.... เสียงของสายฝนรึเปล่านะ?..............   .....นั่นคือสิ่งที่ร่างสูงคิด

       .... อา .. ใช่แล้วล่ะ เพราะฝนตกนี่เองล่ะนะ...

 แล้วเรียวปากแดงที่เม้มสนิทเข้าหากันมาตลอดของวันก็เริ่มคลี่ยิ้มออกมา ก่อนที่จะรั้งใหล่ของร่างบางให้หันหน้ามาหาตนแล้วประกบปากจูบร่างบางนั้นกลางถนนอย่างที่ไม่เคยทำ

แม้แรกๆ จะมีแรงขัดขืน แต่แล้ว แขนเรียวของทัตซึยะก็ยกขึ้นโอบคอร่างสูง...

 

ไม่นาน จินก็ปล่อยทัตซึยะให้เป็นอิสระ ร่างบางหอบเล็กน้อยก่อนที่จะเงยหน้าที่เปื้อนสีแดงระเรื่อนิดๆขึ้นยิ้มบางๆให้

"ทำอย่างนี้ไม่กลัวเป็นข่าวรึไง?" ทัตซึยะเอ่ยถามเสียงใส พร้อมรอยยิ้มขี้เล่นของตน จินเอื้อมไปบีบปลายจมูกที่รั้นขึ้นนิดๆของทัตซึยะอย่างกมั่นใส้ แล้วดึงร่างบางมาโอบเอวก่อนที่จะพากันเดินต่อไปอย่างเชื่อช้า สบายๆ

"ก็ฝนมันตกหนักแบบนี้น่ะ คนเขาคงไม่สนใจรอบข้างกันมากนักหรอก คงมัวแต่กลัวเปียกกันอยู่นั่นล่ะ" จินกล่าวขึ้น ก่อนที่จะเริ่มผิวปากอย่างอารมณ์ดี

"เริ่มชอบฝนขึ้นมามั่งแล้วรึไงล่ะ นายน่ะ?" ทัตซึยะเอ่นถามพร้อมกับเงยใบหน้าขึ้นฉีกยิ้มร่ากับท้องฟ้าที่ยังคงถูกปกคลุมไปด้วยเมฆก้อนดำทึม ปล่อยให้หยาดน้ำเย็นที่ร่วงหล่นลงมานั้นกระทบเข้ากับใบหน้า

จินที่ถูกถามเงียบเสียงไปพักนึง หันมามองร่างข้างที่ดูท่าทางสนุกสนานเสียเหลือเกินกับการเดินตากน้ำฝนเล่น ก่อนที่จะรั้งใบหน้าคมเข้ามาหอมแก้มนิ่มนั้นอย่างหมั่นเขี้ยวในที

"วันฝนตก... ก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่หรอกนะ" ร่างสูงกล่าวพึมพำกับตนเบาๆพร้อมกับรอยยิ้มบางๆที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า

..............


........

...


..

 


.

 

 'ออกจะดีไปหน่อยเสียด้วยซ้ำ เจ้าวันฝนตกเนี่ย'

 

------------------------------End--------------------------------

งงใช่มะล่ะ? ....  มึนใช่ม้า~????

เอาเล้ยยย  มึนให้สบายใจ แล้วไปเล่นน้ำฝนกันเต๊อะ!!!

เล็ทสะโก้!!! fixxxboard/onion001.gif

 -8-"  ปุโธ่~~  อุส่ราห์นึกว่าบล็อกจะไม่เบี้ยวแล้วทั้งทีนะเนี่ย~ อ้ะ เอารูปมากันบล็อกเบี้ยวอีกอัน
(มุกนี้ของพี่โทเมมันช่วยด้ายยย)

                      

เห็นรูปนี้แล้ว............

 คาเมดะเอฟซี มันพาวเวอร์อัพจริงจรี๊งงงงงงงงงง~~~~

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด    ซิกแพคอุเอะ!!  กรี๊ดดดดเอว(เคย)คอดคาเมะ!!!!

 

edit @ 20 Feb 2009 02:26:18 by pierce

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น้องเฮคะ พี่อ่านถึงตอนคิเมะปุ๊บต้องย้อนลับไปดูที่หัวตอนว่ามันเป็น คิเมะ หรือเมะคิ เลยนะคะ ฮ่าๆ(กลัวเป็น เอ้จิน ไม่ใช่จินเอ้ ด้วยไม่ใช่ไร ฮ่าๆ)

จะบอกว่าอ่านแล้วมีความสุข อยากให้ฝนตกตอนนี้บ้างจัง ^^

เห็นรูปคาเมะแล้วอยากจะไปช่วยดึงกางเกงลง ช่างเกลี้ยงเกลาดีจริงๆถ้าเป็นจินคงไม่แบบนี้(พุงนะคะพุง มิใช่อย่างอื่น อิอิ)

ปล อุเอ้แม๊นแมน...หล่อ ^^

#1 By Hanabi on 2009-02-19 21:35

น้องเฮจ๊ะ

ได้บรรยากาศวันฝนตกมาก ๆ จ๊ะ

ทัตจังแมนโครต....ชอบตอนตกกะบาลเต่ากับหมูอ่ะ

เห็นภาพเลยอ่ะ

อิจินก็นะ.....ฝันตกยังไม่วายหื่น

จับทัตจังจูบกลางสายฝนเลยวุ้ย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

#2 By AiYuki (203.146.150.36) on 2009-03-09 10:59

น้องเฮ....

อุ้มฝากบอกว่าให้เมลล์ที่อยู่มาให้ใหม่หน่อยจ๊ะ

เดี๋ยวออกค่ายมาจะไปส่งของให้จ๊ะ

#3 By AiYuki (203.146.150.36) on 2009-03-09 11:00