[sf] Last Song END Jin x Tatsuya

posted on 04 Apr 2009 16:30 by piengtavan in KAT-TUN, shotfic

Title:: Last Song
Cast:: Jin Akanishi x Tatsuya Ueda

END

 

มีคนบอกว่า เวลาที่คนเรามีความสุขน่ะ มันจะหดสั้นและวิ่งเร็วราวกับเราหายใจทิ้ง แต่จะมีใครรู้บ้างมั้ย เวลาแห่งความสิ้นหวัง มันจะยาวนานและหยุดนิ่ง ราวกับลมหายใจนั้นถูกดึงออกไปเลยน่ะ

.............................................................................

หยาดเลือดที่สาดกระเซ็น ร่างบางกลับเห็นมันค่อยๆเคลื่อนไหวอย่างช้าๆเป็นหยดๆค่อยๆพุ่งทะลักออกจากหน้าผากมนของจิน ร่างแกร่งที่อบอุ่น ค่อยๆทรุดลงกองกับพื้นอย่างช้าๆจนเห็นเป็นช็อตๆ ...

...นี่ซินะ ที่เรียกว่า "การลืมหายใจ" 

ทุกสรรพสิ่งและเสียงต่างๆถูกประสาทความรับรู้ตัดออกไป สิ่งที่ทัตซึยะเห็นตอนนี้คือร่างของจินที่นอนสิ้นลมอยู่แทบเท้าตนอย่างไม่อาจหวนคืน...

ไออุ่น มือใหญ่ รอยยิ้มที่อ่อนโยน อ้อมแขนที่แข็งแกร่ง ... ทุกสิ่งอันเป็นที่รัก ไม่อาจกลับคืนได้อีกตลอดกาล ...

 ....

..

..

..

 

"แค่นี้แกก็คงจะกลับไปกับฉันดีๆได้แล้วซินะ ทัตซึยะ" เสียงทุ้มแหบห้าวดังขึ้นยากทางด้านหลัง เรียกให้สติของทัตซึยะกลับคืนมาสู่เวลาปัจจุบัน ร่างบางพบตัวเองนั่งประคองกอดร่างของจินเอาไว้แน่นเต็มอ้อมแขน

"..." ณเวลานั้น ทุกสิ่งมาจุกอยู่ลำคอเรียว จนตีบตันเสียจนไม่สามารถจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใดได้

"หึ สุดท้าย ขยะ ก็ตายอยู่ข้างถนน ในที่ๆของมัน...  น่าสมเพชนัก" เสียงแหบห้าวของชายสูงวัยเอ่ยขึ้นจมูกขณะปลายตามองลงมาที่ร่างของจินที่นอนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของทัตซึยะ

คำพูดเหยียดหยันของชายสูงวัยเรียกอารมณ์ของร่างบางกลับคืนมา สายตาคมมองจ้องใบหน้าชายผู้นั้นอย่าดุดันและเกลียดชังจากสุดขั้วหัวใจ...

แต่แล้วสิ่งที่ได้ตอบกลับมาคือฝ่ามือแกร่งที่ฟาดลงมาที่แก้มเนียนอย่างไม่ยั้งแรง จนใบหน้าครึ่งแถบของทัตซึยะชาและหยาดเลือดไหลซึมออกมาที่มุมปากแดงอิ่มนั้น

"ไอ้ลูกชั่ว! แกยังมีหน้ามามองฉันแบบนี้อีก! แกรู้มั้ย กว่าฉันจะตามทั้งแกทั้งมันเจอน่ะ หมดเงินไปตั้งเท่าไหร่ แล้วค่ามือปืนอีก หึ แกน่ะ มันตัวบรรลัยของฉันดีแท้!! ถ้าไม่ติดว่าแกมีเชื้อของฉันอยู่ในตัวแกล่ะก็ ฉันจับแกหมกป่าหมกสวนไปตั้งแต่แม่แกตายไปแล้ว ไอ้เด็กหน้าโง่!" คำพูดพรุสวาทและความเจ็บปวดจากแหวนหัวพลอยที่ประดับอยู่ที่มือแกร่งนั้นฟาดลงมทาอีกครั้งที่ใบหน้าไม่ได้สะกิดใจร่างบางเท่าคำว่า มือปืน...

"คุณจ้างมือปืนหรือ?คุณจะบอกว่าคุณเป็นคนสั่งฆ่าจินงั้นใช่มั้ย?" ทัตซึยะเอ่ยเสียงแหบพร่าอยากยากลำบาก เพราะลำคอของตนนั้นแห้งผากจนเหนียวหนืด

"แกคิดว่าฉันจะเก็บมันไว้เป็นมารความฝันฉันรึไง? ทีนี้แกคงเริ่มรู้แล้วซินะ ว่าขัดใจฉัน มันจะเป็นยังไง" ชายสูงวัยตอบคำถามของทัตซึยะด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน และใบหน้าที่นิ้มเยาะ ก่อนที่จะสะบัดกายหันหลังใส่ร่างบางไปสั่งผู้ติดตามทั้งหลายที่ยืนคุ้มกันอยู่ไม่ห่างไห้มาลากร่างของทัตซึยะออกจากจิน ...

 

............

คุณรู้จักวิธีการสู้ของหมาที่ถูกไล่มุมจนหมดสิ้นไม่เหลือแม้เพียงความหวังในการรอดชีวิตมั้ย? ...

ใช่ มันคือการแลกชีวิต รักษาศักดิ์ศรีของมันแทนที่จะตะเกียกตะกายหาทางสู้ หรือไม่ก็ แลกชีวิต ด้วยชีวิตอย่างหมดสิ้นหนทางไงล่ะ

..........

 

ณ เวลานั้น ผมไม่สามารถเข้าถึงตัวของชายหนุ่มคนนั้นได้ แต่ผมสามารถเข้าใจถึงจิตใจของชายคนนั้นได้อย่างน่าแปลก และน่ากลัว ... ผมกลัวในสิ่งที่ผมคิดมันจะเกิดขึ้นจริงอย่างไม่อาจห้ามได้

ผมพยายามวิ่งฝ่าฝูงชนที่พยายามวิ่งหาลู่ทางที่จะกลับบ้าน เพื่อที่จะเข้าไปให้ถึงร่างของชายคนนั้น

ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงใส่ใจคนสองคนนี้นัก ตอนแรกก็ของคุณลุงคนหนึ่ง อีกครั้งก็พี่ชายคนนี้อีกคน ทั้งที่ผมไม่ค่อยจะสนสิ่งใดนัก นอกจากตัวผมเองมานานปี แต่แล้ว คนสองคนนี้ก็มาทำให้ผมรู้จักที่จะหันมองรอบตัวผม แม้จะเพียงไม่กี่ชั่วโมง ไม่กี่นาที แต่แล้ว คนหนึ่งก็จากไป ผมใจหาย ต่อมาผมก็กังวลในอีกคนหนึ่งที่ดูเหมือนกำลังจะจากผมไปเหลือเกิน ทำไมกัน??

แต่หากเพียงตอนนี้คำถามเหล่านั้นจะไว้หาคำตอบภายหลังยังไม่สาย หากผมไม่เร่งไปหาเค้า หาพี่ชายคนนั้น ผมรู้สึกว่า ผมจะไม่ได้พบเค้าอีกเลย

......

ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังวิ่งฝ่าฝูงชนอยู่นั้น ดวงตาเรียวก็กระตุกพลันเมื่อเห็นว่าร่างบางที่นั่งอยู่กำลังจะทำสิ่งใด ...มือเรียวล้วงลงไปที่กระเป๋ายีนส์ทางด้านหลัง แสงไฟนีออนส่องกระทบกับโลหะ ทำให้เห็นสิ่งที่ร่างบางหยิบออกมา แท่งเหล็กคู่สลักลายสวยงาม หากแต่เมื่อปลดเปลื้องพันธนาการทางด้านหนึ่งออก ใบมีดเหล็กถูกสลัดออกจากด้ามที่พับทับมันไว้อยู่

-มีดปีกผีเสื้อ!!-

 สิ่งที่แวบขึ้นมาในหัวของเด็กหนุ่มทำให้เจ้าตัวรีบพยายามรุดไปให้ถึงกายของร่างบาง หากแต่เพียงแค่ไม่กี่ก้าว ก็ดูจะช้าไปสำหรับมือเรียวที่ตวัดใบมีดเฉือนเข้าที่ข้อพับเข่า ชายสูงวัยกรีดร้องโหยหวนขณะที่กายทรุดลง ใบหน้าอวบอูมที่หันมาทางร่างบางนั้นแดงก่ำ ปากพร่ำแต่คำพูดพรุสวาทสาบแช่ง หากแต่เวลานั้นร่างบางได้แต่เพียงเผยยิ้มเย็นตอบกลับอย่างไม่แยแส และแขนเพรียวนั้นก็สะบัดใบมีดนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ปลายมีดปาดเฉือนเข้าที่ลำคอของชายสูงวัย เลือดกระเซ็นสาดพุ่งไปทั่วใบหน้าสวย ... นั่น เป็นการขยับกายครั้งสุดท้ายของร่างบางเช่นกัน...

 

 

...

 

.

 

ห่ากระสุนจากปืนในมือผู้คุ้มกันสาดเทลงมาที่ร่างบางราวกับห่าฝน เพียงไม่กี่วินาที ร่างนั้น ก็ไร้ลมหายใจเช่นกัน

............................................................

 

มันเกิดอะไรขึ้น? ความผิดพลาดมันเกิดขึ้นที่ตรงไหน?

 

ณ เวลานั้น เด็กหนุ่มได้แต่ยืนมองอย่างนิ่งอึ้ง ร่างของชายสูงวัยถูกเหล่าชายฉกรรจ์พากันหามขึ้นรถอย่างระมัดระวัง ร่างของชายสองที่คนหนึ่งนอนแอ้งแม้งจมกองเลือดไปเมื่อหลายนาทีที่แล้วกับผู้โดนห่ากระสุน ถูกทิ้งไว้อย่างไร้เยื่อใย เด็กหนุ่มค่อยๆเดินอย่างทุลักทุเลเข้าไปหาร่างทั้งคู่

 

เค้าไม่เข้าใจในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

ความยินดี ความเศร้า ความเกลียดชัง สิ่งที่ตรงข้ามกันเหล่านี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ... ต้นเหตุคืออะไร?

 

.

.

.

 

"พี่ชาย.... ผมไม่เข้าใจพวกคุณ" เสียงแหบพร่าของเด็กหนุ่มเอ่ยอย่างแผ่วเบาขณะที่ทรุดกายลงนั่งมองร่างทั้งสองด้วยนัยต์ตาที่เต็มไปด้วยน้ำใส ที่ไหลลงมาอย่างเงียบงัน ....

 

------------------------------------------------------------------

 

เวลาเที่ยงวันในฤดูร้อน ของสองปีถัดมา

 

อากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้หยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาจากหน้าผากใส รวมตัวกันไหลลาดลงมาตามแนวสันข้างใบหน้า ดวงตาเรียวรีหรี่ลงยิบหลบประกายแดดแม้จะหลบอยู่หลังแว่นกันแดดสีทึบ

"คาเมะ!! ทำไมนายเป็นคนไม่รอเพื่อนแบบนี้วะ!" เสียงตะโกนเรียกชื่อเด็กหนุ่มแหลมดังมาจากทางด้านหลัง เรียกรอยยิ้มมุมปากได้อย่างดี

"ก็นายมันช้าเองนี่หว่าโคคิ" เสียงแหบเอ่ยตามกลับอย่างขันในลำคอ และเสียงที่ได้ตอบกลับมาคือเสียงจิ้ปากอย่างขัดใจจากร่างสมส่วนที่เพิ่งวิ่งตามมาถึงข้างๆกาย

"แล้วเรื่องที่สั่งอ้ะ ไปทำมายัง? มัวมาตามฉันอยู่เนี่ยแหละ" เด็กหนุ่มก้มหน้าลดสายตาลงมามองใบหน้าของคู่สนทนาด้วย สิ่งที่ได้ตอบกลับมาคือการยกยิ้มที่มุมปาก กอดอก พร้อมเชิดใบหน้าขึ้น ปากบางของโคคิกำลังจะขยับเอ่ยตอบกลับ แต่เพียงแค่กิริยาท่าทางของตน คนถามก็รู้คำตอบได้ไม่ยาก

เด็กหนุ่มจึงไหวหน้าไปมาพร้อมรอยยิ้มเรียบๆ ก่อนที่จะก้าวเท้าเดินเข้าไปในโบสถ์ พร้อมกับเสียงโวยวายของคนข้างหลังที่ดังตามมาตามที่เด็กหนุ่มคิดไว้เป๊ะ

เด็หหนุ่มก้าวเท้ายาวๆเดินมาที่ตรงหน้าแท่นสวดภาวนา มือเรียวยกขึ้นถอดแว่นกันแดดสีทึบออกและใบหน้าใสก็เงยขึ้นมองไปยังกางเขนไม้ด้วยท่าทีสงบจนเยือกเย็น จนคนที่เดินบ่นหงุงหงิงตามมาข้างหลังสัมผัสได้ จึงยื่นฝ่ามือขึ้นแตะไหล่บางของคนข้างหน้าตนเบาๆ เด็กหนุ่มหันหน้ามองตามมืออย่างงุนงง ก่อนที่จะเผยยิ้มอ่อนโยนให้

"นี่คาเมะ... ฉันขอถามไรได้มะ?" เสียงแหลมของโคคิเอ่ยดังขึ้นทำลายความเงียบขณะที่ทั้งคู่ยังคงยืนอยู่หน้าแท่นสวด คาเมะเลิกคิ้วขึ้นเป็นคำถามว่า "อะไร" ร่างสมส่วนถอนหายใจเบาๆขึ้นครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยปากออกมา

"นายน่ะ มีความหลังอะไรไม่ดีกับที่นี่รึเปล่า? ถ้าฉันพอที่แบ่งเบาได้น่ะนะ ฉันยินดีเสมอนะคาเมะ" คำพูดที่มาพร้อมกับความจริงจังบนใบหน้าของโคคิ เรียกรอยยิ้มน้อยๆขึ้นบนใบหน้าของคาเมะอีกครั้ง

"เปล่า พูดตามตรงนะโคคิ ฉันเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกก็ตอนนายหาที่นี่เจอน่ะแหละ ..."

"อ้าว แล้วไหงดูจริงจังกับโบสถ์เก่านี้นักอ้ะ ขนาดโดนรื้อจนไม่เหลือเค้าเดิมยังไปขวนขวายหามาจนได้แบบเดิมเดียะๆแบบเนี้ย นายโกหกแน่ๆเลย" คนตอบกลับพูดด้วยน้ำเสียงติดงอนซะจนคาเมะเผลอหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ

"ฉันไม่ได้โกหกนายน่า ก็แค่จะบอกต่อว่า แค่โบสถ์เนี้ยน่ะ เป็นที่สำคัญของผู้มีพระคุณของฉันต่างหาก"

"ใคร?" เรียวคิ้วโก่งของโคคิจรดเข้าหากันทันที ขณะที่พยายามนึกไล่รายชื่อผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่ในบริษัทตามคำพูดของคนตรงหน้า

"ก็... เจ้าของเพลงเดบิวต์แจ้งเกิดของฉันไง" คาเมะเฉลยด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับเอามือคล้องคอร่างสมส่วนแล้วพาลากเดินออกไปนอกโบสถ์

"อ๋อ ลาส ซอง น่ะเหรอ?" สิ่งที่ได้ตอบกลับมาเป็นคำตอบของโคคิคือรอยยิ้มที่ดูหมองเศร้าของคนที่เดินฮัมเพลงเบาๆคล้องคอตนอยู่เท่านั้น ทันทีที่ได้เห็น ร่างสมส่วนก็สาบานกับตัวเองว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกครั้งแน่นอน

 .................... เสียงฮัมจังหวะดนตรีดังขึ้นอย่างแผ่วเบาไปเรื่อยๆในรถยนต์คันหรูที่กำลังแล่นละจากโบสถ์เล็กๆแห่งหนึ่ง ... เสียงเครื่องยนต์ที่ดงัขึ้นๆในตอนแรก ค่อยจางหายไป พร้อมกับเสียงดนตรีแสนเศร้า เสียงสุดท้าย ที่โบสถ์นี้จะได้ยิน นอกจากเสียงระฆังทองเหลือง ...

เป็นบทเพลงสุดท้ายของชายคนหนึ่ง ที่แต่งขึ้นเพื่อคนที่รักจนหมดใจ ...........................................

 

 

-------------------------------END -------------------------------------------------------

 

 

ตอนจบมัน... ไงๆไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ  มันจบละ... รู้สึกไม่ดีเลย เวลาปั่นฟิก พร้อมกับการไล่กวดของเวลาน่ะ ไม่ชอบเอามากๆ รู้สึกไม่ดีจริงๆ เฮ้อ~~

แต่... หลังจากที่ไม่ได้เขียนฟิกที่ค้างไว้จนจบมานาน ... มันก็จบแว้วววววววววววววววววววววว

เอาล่ะ ตามสะสางฟิกต่อปายยยย ... ไม่แน่พรุ่งนี้อาจมาลงอีก(เปรี้ยว??) ไม่แน่ๆ ต้องลองดู เหอ เหอ เหอ

 

น้องเฮจะแต่งเรื่องสั้นลงหนังสือหรอจ๊ะ ^^<<<  อยากแต่งอยู่ แต่ฝีมือไม่เฉียดแม้กระผีกริ้น เพราะงั้น ... เฮก็ต้องร้องเพลงรอต่อปายยยย แหะๆ

-------------------------------

ไหนๆก็ดิทเพื่อใส่ดาวแระ แปะรูปเลยดีกั่ววว

อุเอะ: เครียดทำไม ของมันแค่นี้จะบอกให้

คาเมะจัง: ช่าย~ เรื่องแค่นี้ ขี๊ขี้~  ง๊ายง่าย~

เรื่องใช้ชีวิตมันเรื่องขี้ๆ เน้อออออ   คาเมะจังงง  อุเอะขาาาา~~~ .... เครียดไปทำไม หาเงินให้ที่รักใช้ดีกว่า~(ได้ข่าวว่าค่าอัลบั้มสี่แกยังหาไม่ถึงครึ่งเลยนี่... - -")

edit @ 4 Apr 2009 18:04:31 by pierce

Comment

Comment:

Tweet

จบกัน

สิ้นกันโหมดดดดดดดดดดดดดดดดด

มาต่อเรื่องใหม่เรว ๆ นะ

#3 By smiledox on 2009-04-09 20:25

น้องเฮ.....

มันเศร้าอ่ะ....

เศร้ามาก ๆ เลยด้วย

แง แง สงสารอ่ะ น้ำตาคลอเลยอ่ะ....

ทำไมโชคชะตา (น้องเฮ ) ถึงได้ใจร้ายอย่างนี้

เห็นคนที่รักตายไปต่อหน้าต่อตา เจ็บปวดอ่ะ

พี่ก็พร่ำเป็นลิเกไปได้เนอะ....

แต่มันเศร้าจริง ๆ นะ

#2 By AiYuki on 2009-04-08 11:44

หง่า น้องเฮกลั่นแกล้ง จินเอ้ แง้... ทำไมความสุขของคนเรามันช่างสั้นเพียงนี้เนี่ย T^T ให้เจอแล้วคุยกันให้หายคิดถึงก่อนก็ไม่ได้ พระเจ้า(น้องเฮ)ใจร้าย...
เศร้าอ่า...อ่านตอนฝนตกยิ่งเศร้าๆๆๆๆ (แถมฟ้าร้องฟ้าฝ่าด้วย เอาเข้าไปสิ ช่วยเอ๊ฟเฟ็กเสียงปืนกับซาวด์มีดปาดคอได้ดีมาก >< )

ปล แต่งได้ดีมักๆจ้า ชอบๆ ^^ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องยาว ปูความสัมพันธ์ของตัวละครมาให้แน่นแฟ้นกว่านี้จะยิ่งเยี่ยม ><

แต่งอีกน้า จะรออ่านจ้า big smile

#1 By Hanabi on 2009-04-07 18:06

short fan-fiction