[SF]Idol Part T-T 02

posted on 07 Apr 2009 20:03 by piengtavan in KAT-TUN, SF

Title:: Idol
Part :: Dubble-T

 

 02

 

คุณเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของดาราในนิตยสารแล้วเจอคำนี้บ้างมั้ย "ผมคิดว่าที่ที่ผมเป็นอยู่มันมีความสุขมากที่สุดแล้วครับ เลยไม่มีอะไรนที่ต้องการมากไปกว่านี้" ไม่ก็ "ตอนนี้ผมได้ทำสิ่งที่คิดไว้ทุกอย่างแล้ว ผมว่าผมมีความสุขแล้วล่ะครับ" ... ผมบอกได้เลย คำพูดที่ว่ามีความสุขน่ะ ตอแหลชัดๆ อ้ะๆ จะมาหาว่าผมใช้คำไม่สุภาพไม่ได้นะครับ เพราะผมไม่อาจสามารถจะใช้คำว่า โกหกได้ เพราะไม่คิดว่ามันจะดีพอสำหรับบทสัมภาษณ์นั้น คุณๆรู้มั้ยครับ ไอ้คำที่ว่า ได้ทุกอย่างแล้วจะสัมผัสถึงความสุขน่ะ มันเป็นคำลวงโลกทั้งเพเลย!! มนุษย์น่ะ ขับเคลื่อนด้วยความอยากและความทะเยอทะยาน ถ้าชีวิตสมหวังจนหมดทุกอย่างแล้ว่ะก็ บอกได้คำเดียวครับ "แม่ง-โครต-น่า-เบื่อ-สุด-สุด-เลย" มันเป็นยังไงน่ะเหรอครับ? ... ก็เป็นประมาณที่ว่า น่าเบื่อขนาดออกมาหาเรื่องให้คนเหยียบหน้าเล่นได้เลยน่ะซิ ...

แล้วเนี่ย ตอนเนี้ย ผมก็กำลังอยู่ในสถาณการณ์ที่ว่าพอดีเด้ะเลย

----------------------------------------------------------------------------------

 สถาณเริงรมย์ยามราตรี ผู้มาเยือนไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรไปมากกว่า การเร่หาความรักของเหล่าแมลงและดอกไม้ราตรีทั้งหลาย ผมก็ด้วย ... เพียงแต่กรณีผมน่ะ แค่ความรักชั่วคืนก็นานเกินพอแล้วล่ะ

วันนี้คู่เดทของผมน่ะ เป็นถึงดาวค้างฟ้าเชียวนะ แม่นางแมวคนนี้น่ะ เจ้าแม่ในมวลบุปผายามราตรีเลยก็ว่าได้ และมันแน่นอน คนที่มีคนเรียกถึงเจ้าแม่ ทำไมจะไม่มีผู้ใดหมายปอง ... ผมรู้แน่ล่ะว่าตอนนี้คู่ของเจ้าแม่คือนักเลงใหญ่ คุณยากูซ่าผู้คุมย่านค้าขายแห่งหนึ่งในโตเกียว แม้จะไม่ใหญ่ แต่ก็มีบารมีพอที่เจ้าแม่จะลดตัวลงมาเล่นด้วย... แต่ท่าทางเฮียแกจะไม่เล่นแฮะ ...

...........

เสียงดนตรีจังหวะปลุกอารมณ์ของผู้มีแอลกอฮอล์อยู่ในเส้นเลือดทุกคนให้ออกมาโยกย้ายร่างกายเพื่อเพิ่มดีกรีความมึนงงในเส้นประสาทสมองอีกเกือบเท่าตัว

บนกลางฟลอร์เต้นรำที่ต่างอัดแน่นไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งมีชื่อเสียงและไม่มีใครรู้จักต่างพากันเยื้องกายเต้นไหวไปมาอย่างเคลิบเคลิ้ม ... แน่นอน ผมกับเจ้าแม่ราตรีก็เป็นหนึ่งในนั้นที่กำลังนัวเนียกันได้ที่ ฤทธิ์แอลกอฮอล์พาเอาร่างกายพวกเราโลดแล่นอย่างเป็นอิสระและไร้การควบคุมจากคำว่าสติ เธอเบียดร่างเข้าแนบแน่นกับตัวผม ในขณะที่ผมก็เบียดกายเข้าหาเธอเช่นกัน ตาประสานตา มองก็รู้ว่าที่ต้องการตอนนี้คือการออกกำลังกายที่เรียกเหงื่อได้ดีเยี่ยมยิ่งกว่ากีฬาชนิดอื่น ... แต่ไม่ทันที่จะได้บ่งบอกบทความไปถึงไหน ร่างบางของเธอก็ปลิวไปตามแรงข้อมือของใครซักคนที่เอื้อมมากระชากเธอไปจากทางด้านหลัง ผมไล่มองไปตามร่างของเธอจนถึงคนข้างหลังเธอ... ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล คนใกล้ตัวของเธอนี่เอง... เฮียๆผู้คุมถิ่น

อาจเป็นเพราะอาการกึ่มๆของผมล่ะมั้ง ทำให้ผมฉีกยิ้มร่าส่งไปให้พวกเฮียๆเค้าอย่างผูกมิตร แต่น่าเสียดายที่สายตาเฮียๆเค้าตอนนี้มีแต่ไฟที่ลุกโชนฌชดช่วง เพราะงั้นพวกเค้าเลยตีความหมายรอยยิ้มพระอาทิตย์ผมผิดไปไกลโยชน์

เฮียๆจึงละมือออกจากเธอ แล้วหันมาลากผมไปข้างนอกแทน แน่นอน อนาคตข้างหน้าผมทำนายได้โดยไม่ต้องอาศัยการนับนิ้วนับวันเดือนปีเกิดว่าผมคงจะโดนยำหม้อไฟแบรนด์เนมชุดใหญ่จนเอียนเวอร์ซาเช่ไปได้เป็นปีแน่ๆ

แล้วก็ไม่ผิด แหวนเงินหัวรูปเทพีฟาดเข้ามาที่แก้มผมเต็มๆ รสชาติเค็มปร่าเหมือนผมกินสนิมเข้าไปทั้งก้อนค่อยๆลามไปทั่วลิ้น ท่ามกลางเสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดของเจ้าแม่ราตรีคนนั้น ในขณะที่ผมกำลงพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นตั้งหลักนั้น เวอร์ซาเช่หนังลูกวัวก็หวดเข้ามาจังๆที่ลิ้นปี่ อา... ผมชักเข้าใจความรู้สึกของสตั้นแมนที่มาเล่นฉากบู๊ให้ผมแล้วพวกเค้าผิดคิวกันแล้วล่ะ

และในขณะที่ผมเห็นขากางเกงแสล๊คของอามันนี่กำลังตั้งท่าจะเหวี่ยงลูกซัลโวเข้าที่หน้าท้องผมอีกครั้ง ก็มีเสียงเล็กๆดังขึ้นจากด้านหลังผม

"เฮ้ยพวกนายน่ะ หกรุมหนึ่งถึงมันจะหมาไปหน่อยก็ให้มันลุกขึ้นมาตั้งหลักหายใจบ้างดีกว่ามั้ย?" ... ใครกันนะ เสียงนั้นฟังดูน่าสบายใจดีจัง ผมชอบแหะ

"ใสหัวไปไกลๆเลยมึง อย่ามาเสือก" เสียงเฮียซักคนในบรรดาเฮียๆตวาดตอบคนคนนั้นไป ... โอ ทำไมไร้มารยาทแบบนี้นะเฮียครับ...

  "ครับๆ ผมขอโทษพวกเฮียๆด้วยละกัน" เสียงเล็กๆนั้นตอบกลับไป ... อ้าว จะไปแล้วเหรอ? เดี๋ยวก่อนซิ ขอเห็นหน้าซักนิดก็ยังดี ไหนๆก็เจอเสียงที่ชอบแล้วทั้งที ...

ผมพยายามดันตัวเองด้วยศอกใช้กำลังทั้งหมดยันขึ้นเพื่อชะโงกมองไปที่ใบหน้าของเจ้าของเสียงในสเป็คของผม ... ผมเห็นเค้าแล้วล่ะ อืม... หัวโหนกดีนะ ตาโตไม่มากแต่ปากบางจังเลยน้า ... ขณะที่ผมกำลังไล่สายตาสำรวจเครื่องเคราบนใบหน้าของคนคนนั้น ก็เป็นความบังเอิญซินะที่ผมกับเค้าสบตากันพอดี ... ในสถาณการณ์นั้น คุณว่าผมจะทำไงดี? ... ผมก็ได้แต่ยิ้มตอบเค้ากลับไป แล้วสิ่งที่ได้ก็คืออาการนิ่งๆอึ้งๆ หลังจากนั้นก็ส่ายไหวใบหน้าไป-มา และรอยยิ้มน้อยๆที่มุมปากนั่น ... เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นว่า ผู้ชายแบบนี้ ก็ยิ้มได้น่ามองมากขนาดนีเหมือนกันแฮะ

หลังจากนั้น ผมไม่สามารถจะรับรู้อะไรได้อีกแล้วล่ะครับ ก็ของเก่าที่กินเข้าไปโดนตีตื้นขึ้นมาด้วยปริมาณในแอลกอฮอล์ที่เข้าไปในเส้นเลือดแถมได้เครื่องกระตุ้นแรงอย่างดีจากอาร์มันนี่และเวอร์ซาเช่ของเฮียๆทั้งหลาย อีก... แน่นอนครับ ผมรู้ว่ามันคงจะพุ่งเป็นน้ำพุหน้าทำเนียบขาวแน่ๆ แต่ที่ผมไม่รู้คือ ... ผมกับคนคนนั้นของผม จะมาลงเอยกันในแบบที่ผมคาดไม่ถึงในชีวิตได้ยังไงกัน...

--------------------------------------------------------------------------------

ให้ตายเหอะ อยากจะกลับไปนอนที่ห้องแทบตาย ดันมาเจอหมาหมู่เข้าซะอีก จะเดินเฉยเลยไปก็ใช่ที เพราะมันทำไม่ได้ เฮ้อ~ ... กลุ้มใจกับความใจอ่อนงี่เง่าของตัวเองจังเลยน้า~

แล้วดูนั่น ตั้งหกรุมไอ้ยาวนั่นคนเดียวแท้ๆ ยังไม่ให้มันลุกขึ้นมาหายใจหายคอมั่งไงว้า~ ... เบื่อชะมัด พวกไม่มีศิลป์ในการกระทืบเนี่ย~ ...

"เฮ้ยพวกนายน่ะ ตั้งหกรุมหนึ่งถึงมันจะหมาไปหน่อยแต่ก็ให้มันลุกขึ้นตั้งหลักหายใจบ้างดีกว่ามั้ย?" ผมพูดออกไปด้วยสำนวนไพเราะ เพราะไม่หวังอยากหาเรื่องออกกำลังกายอะไรตอนนี้ เพราะมันง่วงโครตๆเล้ยยย

"ใสหัวไปไกลๆเลยมึง อย่ามาเสือก" ... น่านคนเรา เค้าพูดดีด้วยทำเหลิง เกลียดนัก พวกเนี้ย ได้ไม่ให้กูเสือกไม่เสือกก็ได้วะ เหอะ!

"ครับๆ ผมขอโทษพวกเฮียๆด้วยละกัน" ผมว่าก่อนที่ตัดสินใจเดินหันหลังออกมา แต่ดันบังเอิ๊ญญญ ไปเห็นเจ้ายาวที่นอนแผ่หราพยายามดันตัวลุกขึ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ผมยืนดูอยู่เงียบๆห่างๆ เห็นพวกเฮียๆสองคนละออกไปทางด้านหลัง ก็ไม่น่าสนใจไปกว่าไอ้เจ้าคนที่นอนกองหราเป็นกระสอบทรายมีเสียงอยู่ตรงกลางเท่าไหร่หรอก ... แต่แล้วยิ่งกว่าบังเอิญตอนแรก ตาผมกับตามันดันมาประสานสบกันซะงั้นซิ ... แล้วรู้มั้ย มันทำอะไร ...  ...มันยิ้ม! ... จะบ้าตาย! นี่มันต้องโดนฟาดหัวมาไม่ต่ำกว่าสิบทีแน่ๆ ไม่งั้นมันก็ประสาทกลับเป็นนิจอยู่แล้ว รู้ตัวบ้างมั้ยนั่นว่ากำลังโดนอะไรอยู่น่ะ กำลังโดนกระทืบอยู่นะเว้ย!!  ยังมีหน้ามายิ้มอีก ให้ตายเหอะคนเรา ไอ้บ้า! ...

แล้วเป็นคุณจะทำไงล่ะ ระหว่างหันหลังเดินกลับไปไปนอนอย่างแสนสุขบนเตียงยัดขนนกอย่างดีนุ่มๆ หรือจะเอามือไปเสี่ยงหมัดลากใครก็ไม่รู้ที่ดูท่านอกจากจะเมาแล้วยังประสาทกลับ กลับบ้านไปปฐมพยาบาลเบื้องต้นในเรื่องแผลฟกช้ำน่ะ.....

 

เพราะผมมันบ้าซินะ ผมเลยเลือกอย่างหลัง... ให้ตายเหอะ!

 

ผมตัดสินใจหยิบขวดแก้วที่กลิ้งหลุนๆมาจากไปก็ไม่รู้ขึ้นมาเขวี้ยงเป้าไปที่ไอ้เฮียคนที่เดินออกไปจากกลุ่มไปหยิบไม้หน้าสามอย่างดีขึ้นมา ... เป้ะ!  เสียงแก้วกระทบกับหัวของเฮียคนนั้นแตกดังมาถึงผมที่ยืนเท้าเอวมองผลงานอยู่ ผมพยักหน้ากับตัวเอง เมื่อเห็นว่าผลงานเป็นไปอย่างที่คาดไว้ ก่อนที่เฮียๆแกจะหันมาหาผมที่ยืนอยู่ ผมก็เป็นฝ่ายกระโจนเข้าหาเฮียๆแกแล้ว หมัดเหวี่ยงไปสองสามที ขาหวดไปสองสามครั้งก็เป็นอันเรียบร้อย ... เฮ้อ~ ก็คนธรรมดานี่นะ จะมาสู้กะไอ้คนเจนสนามอย่างผมได้ไงกัน แถมสนามที่ว่าดดันเป็นสนามรบซะนี่ เหอะ เหอะ

พอดูเหมือนจะเสร็จธุระ ผมก็เตรียมตัวกลับ ถ้าไม่ติดว่า มีไอ้มือเหนียวหนึบยิ่งกว่ากาวมันมาคว้าเข้าที่ข้อเท้าผมก่อนน่ะนะ ...

 

มึงจะเอาอะไรกะกูนักหนาวะ! ไอ้ยาว!!!

 

 

แล้วไงได้ล่ะ ... ผมก็ต้องลากมันกลับได้วยน่ะซิ แต่หลังจากที่แน่ใจว่ามันเอาของเก่าออกมาจนหมดที่จะให้ออกแล้วน่ะนะ ...

การพบกับมันนี่เป็นเรื่อง ที่ยุ่งยากเสียจริง ก็ถ้าคุณมาเจอกรณีผม คุณจะรู้มั้ยว่าไอ้คนที่หาเรื่องอ้อนเท้าเก่งแบบนี้จะเป็นดารา นายแบบดังน่ะ แล้วคุณจะรู้มั้ย ว่าเรื่องมันจะต้องเดินเรื่องไปในทางที่ไม่เคยคิดจะคาดน่ะ ...

แน่นอน ผมก็ไม่คิดว่มันจะเกิดขึ้นในชีวิตผมเหมือนกัน...

 

------------------------------------To be continued--------------------------------------------

 

สรุป.. เฮไม่เปรี้ยว .. เหอๆ ต่อไม่ได้

 แต่เพราะไม่เปรี้ยวเลยทำให้รู้ว่าเดือนนี้เป็นเดือนศักดิ์สิทธิ์ หรือสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์นี่แหละ และที่สำคัญ ทำให้รู้ว่า น้องขายเฮมันเอาจริงจังในเรื่องศาสนามากกว่าที่คิด... ทำไมมึงมันช่างต่างกะพี่มึงแบบนี้ว้า~~ น้องเอ้ยยย

ช่างเถอะ ...  ที่จริงอยากมาต่อไอ้ฟิกข้างหลังเพื่อนแท้ๆ แต่รมณ์มันไม่บิ๊วแฮะ เห่อๆ เลยได้ไอ้นี่มาแทน

เอาน่ะ เฮออกจะชอบคู่นี้ เรื่องนี้ด้วย(หลังจากที่นอยด์ไปกะความล้มเหลวของคู่ยูจินไปแล้ว... - -")

แฮปปี้สงการณ์เน้อ คนทื่แอบหลงและแวะเข้ามา ขอให้สงการณ์เปียกมากๆนะ จุ้บส์ๆ ^3^

-------------------

ดิทใส่ดาวแล้วก็อย่าลืมแปะรูปเนอะ^^

 

.... ตกลงคู่นี้มันยังไงกันแน่!!!! ......... 

 

แต่ก็ช่างเหอะ  เพราะเฮชอบคู่นี้ เหอ เหอ เหอ

 

edit @ 7 Apr 2009 21:56:07 by pierce

Comment

Comment:

Tweet

รู้สึกได้เชียล งานนี้พี่คิต้องเคะเเน่นอน

เด็กชอบของเเปลก

#2 By smiledox on 2009-04-09 20:19

เอ..นับถือคริสต์หรือนี่ เพิ่งรู้

แต่คงเล่นสงกรานต์เนอะ เอ้า !ขันน้ำ ขันน้ำ

#1 By tomei on 2009-04-08 08:36

short fan-fiction