What about we that call? -07- Jinda
posted on 24 Jul 2009 15:49 by piengtavan in FIC, KAT-TUN
Title:: What about we that call?
Cast:: Jin Akanishi,Tatsuya Ueda,Kazuya Kamenashi,Tomohisa Yamashita
-07-
เสียงใขกุญแจและเสียงเปิดปิดประตูดังขึ้นเบาๆ ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่ย่างเดินมาตามระเบียง ทัตซึยะได้ยินก็หันหน้าละจากจอทีวีที่กำลังฉายรายการสัตว์โลกน่ารักมาหมายจะเอ่ยคำบ่นกับคาเมะที่ปล่อยให้ตนหิ้วท้องรอนาน แต่แล้วก็เป็นอันต้องนิ่งอึ้ง เมื่อคนที่ปรากฏตรงหน้า คือคนที่ตนอยากจะหนีหน้าไปให้ไกลมากที่สุดในโลก
จินฉีกยิ้มที่ดูจะแหยๆ ให้กับทัตซึยะเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่มองเห็นตนราวกับมองเห็นผี รึไม่ก็สัตว์หายากในตำนานยังไงยังงั้น
"หวัดดี" เป็นจินที่เอ่ยคำทำลายความอึดอัด ที่แม้แต่เสียงของปลาโลมาปากขวดที่ฉายอยู่บนจอก็ไม่สามารถช่วยลดความรู้สึกนั้นไปได้
กรามของทัตซึยะราวถูกตรึงแน่นลงสลักไปเสียแล้ว ใบหน้าสวยได้เพียงแต่พยักหน้ารับคำของจินตอบกลับไปเท่านั้นก่อนที่จะหันหน้าหนีไปใช้สมาธิจดจ่อที่จอทีวีราวกับเวลานี้มีรายการแข่งขันK-1ภาคพิเศษก็ไม่ปาน ปฏิกิริยาของทัตซึยะ ทำเอาจินหน้าเสียลงไปเกือบเท่าตัว ใบหน้าหล่อยกยิ้มขึ้นยิ้มกับตนเองขณะก้มหน้าลงมองปลายเท้าตนเอง ดวงตาฉายแววเจ็บปวด ที่ดูเหมือนจะปวดกว่าลูกเตะฟรีคิกของคาเมะเสียด้วยซ้ำ
"คงทุเรศน่าดูซินะ" คำพูดพึมพำที่ออกมาจากปาก แม้จะเบา แต่ก็ทำให้ทัตซึยะที่ดูเหมือนจะสนใจรายการสัตว์โลน่ารักนักหนาหันมาครางถามเสียงสูง
"หา?"
"หน้าฉันไง คงดูทุเรศมากเลยซิ" คำตอบของจินทำเอาทัตซึยะตาโตอ้าปากเหวอออกน้อยๆ ก่อนที่จะส่ายหน้าปฏิเสธคำนั้น
"เปล่านะ! ไม่ได้คิดแบบนั้น" จินยักไหล่กับคำพูดของทัตซึยะ ก่อนที่จะก้าวขาเดินเข้าไปใกล้ทัตซึยะ
"ใครจะไปรู้... ก็นายเล่นหันหน้าหนีทันทีที่เห็นหน้าเละๆของฉันแบบนั้น"
"ฉันกำลังคิดว่าไปทำอะไรมาต่างหาก..." ทัตซึยะตอบกลับคำพูดนั้นทันควัน ก่อนที่จะย่นคิ้วลงเพ่งมองที่ใบหน้าจินอีกครั้งอย่างชัดๆ "แล้วตกลงไปทำอะไรมาล่ะ สภาพนาย..." ทัตซึยะไล่สายตาละจากใบหน้าจินลงมองไปตามร่างกาย และย้อนกลับมาที่ใบหน้าอีกครั้ง "ดูยังไงก็ไม่ใช่ตกบันใดแน่"
จินหัวเราะพรืดกับคำพูดร่างบาง ก่อนที่จะสาวเท้าเข้าไปใหล้ทัตซึยะอีกก้าว จินมองไปที่ทัตซึยะที่เงยหน้ามองตนอยู่ ก่อนที่จะยกนิ้วขึ้นชี้เข้าที่แก้มตน
"นายช่วยทำแผลให้ก่อนได้มั้ยล่ะ? เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟังทีหลัง" ทัตซึยะพยักหน้าเบาๆรับคำของจินก่อนที่จะยันกายลุกขึ้นเดินหายไปทางด้านหลังกำแพงห้องนั่งเล่น จินยกยิ้มออกมาอีกครั้ง คราวนี้ เป็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะสดใสขึ้นกว่าคราวแรก มือเรียวยกขึ้นป้องปากก่อนที่จะตะโกนไปหาทัตซึยะ
"นี่! เร็วๆหน่อยนะ เดี๋ยวหน้าหล่อๆของฉันเป็นแผลเป็นไปล่ะก็ สาวๆครึ่งโลกต้องเสียน้ำตาเป็นลิตรแน่ๆเลย"
"เออ!!"
คำตอบของทัตซึยะที่ตะโกนตอบกลับมาแฝงแววหงุดหงิดไว้เต็มน้ำเสียง ทำให้จินเดาไม่ยากถึงคำบ่นหงุงหงิงจากปากร่างบางที่ต้องมีตามออกมาเป็นพรืดใหญ่แน่ๆ แค่นั้นเสียงหัวเราะของจินก็ดังขึ้นเบาๆอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินอ้อมโซฟาตัวยางไปนั่งลงตรงที่ที่ทัตซึยะเคยนั่งอยู่
-----------------------------------------------------------------------
ท้องฟ้าคืนนี้แม้จะเป็นคืนเดือนมืด แต่ก็ยังมีแสงดาวมาแทนที่แสงจันทร์อยู่ โทโมฮิสะที่นั่งพิงเสาไฟฟ้าอยู่ตรงข้ามกับแมนชั่นหรูถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณที่บ่งว่าประตูคีย์การ์ดเปิดออก คนผิวเข้มจึงละสายตาออกจากพื้นถนนเงยขึ้นมองไปทางฝั่งตรงข้าม
ร่างเล็กที่คุ้นตาปรากฏขึ้น เมื่อดวงตาเป็นประกายนั้นมองเห็ฯตนเข้า ร่างสูงก็ผุดลุกขึ้นยืนส่งยิ้มแหะๆให้ร่างเล็กที่เดินตรงมาหาตนทันที
"หวัดดี" เสียงอู้อี้ของโทโมฮิสะเอ่ยทักคาเมะที่กำลังเดินมาถึงตน คาเมะยกคิ้วขึ้นตอบก่อนที่จะเดินไปหยุดลงข้างโทโมฮิสะแล้วปล่อยตัวพิงเข้ากับกำแพงทางด้านหลัง มือเรียวล้วงลงในกระเป๋ายีนส์ทั้งสองข้าง แต่ข้างหนึ่งเจอเพียงแค่เงินเล็กน้อยกับไฟแช็กร้อยเยน ส่วนอีกข้างนั้นว่างเปล่า คาเมะขมวดคิ้วก่อนจะจิ๊ปากออกเบาๆ แล้วหันหน้าไปคนผิวเข้มที่ยืนมองตนเงียบๆอยู่ข้างๆ
"เอามาตัวดิ๊" โทโมฮิสะก้มลงมองในกระเป๋าเสื้อแจ๊คเก็ตก่อนที่จะล้วงเอาซองกระดาษขึ้นเคาะกับสันมือแล้วดึงมวนบุหรี่ยื่นออกให้คาเมะ คาเมะรับมาพร้อมพยักหน้าเชิงขอบใจ
มวนบุหรี่ถูกจุดขึ้น พร้อมกับเสียงสูดอากาศเข้าปอด ก่อนที่จะปล่อยออกมากลายเป็นควันทางจมูก ใบหน้าใสเกยเข้ากับกำแพงแหงนขึ้นมองท้องฟ้าที่มีเพียงแสงดาวด้วยความเงียบ
"ไม่คิดจะถามอะไรหน่อยเหรอ?" เสียงอู้อี้ของโทโมฮิสะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ หลังจากที่นิ่งมองอิริยาบถของคนข้างตนมาพอสมควร คาเมะละสายตาจากท้องฟ้าหันมามองโทโมฮิสะ นิ้มเรียวเอามวนบุหรี่ออกจาก ก่อนที่จะเผยยิ้มออกมาบางๆ
"แล้วคิดว่าจะให้ฉันถามอะไรล่ะ?" คาเมะว่า พลางเอาบุหรี่เข้าปากแล้วสูดลงปอดอีกครั้ง แต่คราวนี้ กลุ่มควันออกทางปากแทน
"ทีหลังนะโทโมะ เอายี่ห้ออื่นที่ไม่ใช่ลักกี้จังได้มั้ย? ลักกี้จังมันอัดไม่อร่อยเลยอ้ะ?" คาเมะพูดออกมาทั้งที่ในปากยังคงมีมวนบุหรี่คาอยู่
"โอเค แต่คงได้แค่มาโบโร่กับเซเว่นน่ะนะ" โทโมฮิสะตอบออกมาขณะที่ทิ้งตัวลงนั่งเอาหลังพิงกำแพงไปอยู่ในท่าเดิมก่อนที่คาเมะจะเดินออกมา คาเมะหัวเราะลงลำคอเบาๆกับคำตอบ ก่อนที่จะขยี้หัวคนผิวเข้มแล้วทรุดกายลงนั่งข้างๆ นิ้วเรียวคีบเอามวนบุหรี่ที่อัดเป็นครั้งสุดท้ายออก ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นท้องฟ้าจนสุดคอแล้วพ่นลมออกป็นทางยาว ราวกับจะส่งให้ไปถึงหมู่ดาวทางด้านบน
"รสนิยมพอใช้ได้ล่ะนะ คุณพ่อสื่อ"
"ว่าแล้ว ว่าต้องรู้" เสียงขึ้นจมูกเอ่ยขึ้นขณะที่ใบหน้าแหงนหมองไปตามกลุ่มควันที่แตกกระจายผสมไปกับอากาศเหนือหัวตน
"แต่ก็นะ อุส่าห์เตือนมันไปแล้วแท้ๆ แต่รอยที่แก้มคาเมะจังเนี่ย ท่าทางที่เตือนไปจะไม่เป็นผลแหะ" คาเมะเลิกคิ้วกับคำพูดของโทโมะ ก่อนที่จะหัวเราะลงจมูกออกมาสองสามครั้ง โทโมฮิสะที่ได้ยินเสียงหัวเราะนั้นละใบหน้าลงไปทำหน้ามุ่ยใส่คนข้างๆ
"หัวเราะแบบนี้ แสดงว่า ยังไงๆก็จะหาเรื่องอัดสินะ" คราวนี้คาเมะหลุดหัวเราะพรืดออกมาอย่างขบขัน ก่อนที่จะยกมือขึ้นขยี้หัวของโทโมฮิสะอย่างหมั่นใส้
"ก็รู้ดีนี่" คาเมะยิ้มให้ร่างข้างๆที่ยกมือขึ้นลูบผมให้กลับเข้าทรง ก่อนที่จะหันหน้าไปทางประตูหน้าของแมนชั่น
"แต่เพื่อนนายก็ทำการบ้านมาดีนี่ ไม่งั้นคงเป็นฉันที่เดินกลับเข้าห้องแทนไปแล้วล่ะ" คาเมะพูดออกมาเบาๆ แต่ยังไง โทโมฮิสะก็ยังพอจับได้ถึงน้ำเสียงที่สั่นน้อยๆ เพราะความเศร้าของคนข้างๆ
"คาเมะรักทัตจังใช่มั้ย?"
"อืม" คำตอบที่ออกมาจากปากของคนข้างๆอย่างง่ายดายทำให้โทโมฮิสะขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ขณะที่สมองวิ่งวุ่นครุ่นคิดอย่างสับสน
"แต่ฉันมันรู้ตัวทีหลังเพื่อนนาย เพราะงั้น หมดสิทธิ์ คำตอบของคำถามที่อยู่ในหัวนายน่ะ อันนี้ใช้ได้มั้ยล่ะ" คาเมะเอ่ยคำตอบออกมา พร้อมรอยยิ้มและตาที่เหลือบมองโทโมฮิสะอย่างล้อเลียน
"มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?" คำถามผุดขึ้นมาอีกครั้งในหัวโทโมฮิสะ แต่คราวนี้ เหมือนจะหลุดปากเจ้าตัวออกมา คาเมะเหม่อมองไปที่ท้องฟ้าอีกครั้ง และนิ่งเงียบไปนาน ราวกับวิญญาณกำลังถูกความมืดมิดของคืนนี้เข้าครอบครองให้หายไป แต่แล้ว โทโมฮิสะก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆร่างของคาเมะก็ขยับลุกขึ้นยืนพรวดพราด มือเรียวเอื้อมไปปัดฝุ่นจากกางเกงยีนส์ แล้วก้มหน้าลงพลางส่งมือให้โทโมฮิสะ
"ไปหาอะไรกินกันเหอะ" เสียงสดใสที่ออกมาพร้อมรอยยิ้มของคาเมะทำให้โทโมฮิสะพยักหน้ารับอย่างงงๆ และยื่นมือออกไปให้กับมือที่รอตนอยู่
"เวลาแบบนี้ คงเหลือแต่ร้านโอเด้งของลุงที่สวนสาธารณะแหละ" คาเมะว่าขณะนิ่วหน้าขบคิด ก่อนที่จะหันมามองโทโมฮิสะที่ยืนทำหน้าเหรออยู่ข้างๆ "นายกินสาเกได้ป้ะ?" โทโมฮิสะพยัหหน้าตอบ คาเมะเผยยิ้มให้อีกครั้ง ก่อนที่จะเดินนำหน้าลูงมือโทโมฮิสะออกตัวไป
"ไว้ไปขอโทษทัตจังเรื่องข้าวเย็นทีหลังก็คงไม่เป็นไรมั้ง" เสียงคนข้างหน้าพูดออกมาลอย โทโมฮิสะเงยหน้ามองแผ่นหลังของคาเมะ -ช่างเถอะ- คำตอบที่สรุปความสงสัยต่างๆออกมาง่ายๆในหัวของโทโมฮิสะ แล้วรอยยิ้มก็เผยออกมา ขายาวสาวเท้าก้าวไปเกินเคียงข้างร่างเล็ก
"โอเด้งกับสาเกร้านที่ว่าน่ะ อร่อยมั้ยล่ะ?"
"โครตๆ"
โทโมฮิสะหัวเราะร่ากับคำตอบคาเมะ ก่อนที่จะหันไปเร่งให้ร่างเล็กเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น จนสุดท้าย ก็กลายเป็นวิ่งแข่งกันทั้งจูงมือ ไปจนถึงสวนสาธารณะ
--------------------------------------------------------
ท่ามกลางเสียงโลมาปากขวดส่งเสียงแหลมปี๊ดเพื่อบำบัดผู้ป่วย ก็ยังคงไม่ดังเท่าเสียงซี๊ดปากของคนที่นั่งแก้มบวม เป็นโรคเลือดออกตามไรฟันและกะพุ้งแก้มเพราะกำปั้นแบบจินได้
"เน่ เบากว่านี้เป็นมั้ย~ ทำแผลที่ปากคนนะ ไม่ได้ปากท่อ ซี้ด~~" แม้ปากจะยังสูดลมดังซี๊ดซ้าดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บแปลบเมื่อแผลโดนน้ำยาล้างแผล ก็ยังไม่วาย พ่นคำบ่นแสนเอาแต่ใจออกมาได้
ทัตซึยะที่กำลังเอาสำลีจิ้มๆอยุ่ตรงมุมปากเพื่อพยายามหยุดเลือดที่ไหลซิบได้ยินก็หน้านิ่ว ก่อนที่จะกดแรงลงไปที่ปลายนิ้ว จนคนที่กำลังถูกรักษาแหกปากร้องลั่น อย่างไม่เกรงใจคนนั่งข้างๆ จนทัตซึยะต้องยกมือขึ้นตบเข้าที่หัวฟูๆเพื่อดับเสียงชวนหูดับนั่นเสียที
"มาทำเป็นแหกปาก ทีตอนฟัดกันล่ะไม่คิด สมน้ำหน้า!" ทัตซึยะว่าตอกกลับคนที่ร้องโอดโอยดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนโซฟาใกล้ตน ขณะปาก้องสำลีใช้แล้วลงถุงพลาสติกตรงหน้าอย่างงหุดหงิด
จินที่ได้ยินเสียงบ่นก็เปลี่ยนหน้าจากที่บิดเบี้ยวเพราะแกล้งงสำออย มาเป็นตูมเพราะงอนกับคำพูดร่างบางทันที
"แล้วมันเพราะใครเล่าครับ" เสียงทุ้มบ่นงุบงิบออกมาเบาๆ ก่อนที่จะทำหน้าตาเหนอหนาเมื่อทัตซึยะหันขวับมาเลิ่กคิ้วแสดงคำถามว่าพูดอะไร
ทัตซึยะมุ่ยหน้ากับท่าทางแสนกวนประสาทของคนข้างๆ แต่ก็ต้องสงบอารมณ์ เมื่อคิดได้ถึงประเด็นสำคัญที่ตนต้องถามจิน
"นี่ ตกลงมีเรื่องอะไรถึงมาที่นี่ อย่าบอกนะว่ามาแค่ทำแผลอย่างเดียวน่ะ"
"มากินข้าวเย็นฟรี" จินตอบอย่างไม่แยแส ขณะกำลังพยายามเอาเทปแปะผ้าก็อชเข้าที่ปากตน ทัตซึยะที่ได้ฟังคำตอบชักคิ้วกลับก่อนที่จะตวัดมือไปตบแปะลงที่หน้าผากที่ได้รับการรักษาไปแล้ว
"โอ๊!!!!!! ทำไรเนี่ย!!!" เสียงแหกปากดังก้องออกมาพรน้อมกับร่างจินที่กระเด้งจนตัวลอย แต่ทัตซึยะไม่สนกับท่าทางดิ้นเร่าของจินที่พยายามเบนความสนใจ จนจินต้องกลับลงมานั่งเป็นปกติ แล้วทำเงียบหันไปสนใจภาพในทีวี ที่ตอนนี้เปลี่ยนจากโลมาปากขวดเป็นพิธีกรสาวสวยมากล่าวลาแล้ว แต่ก่อนที่พิธีกรสาวจะเอ่ยคำลาพยางค์แลก ภาพก็มืดลงทันทีเมื่อทัตซึยะเอื้อมมือไปหยิบรีโมตมากดปุ่มออฟ
จินหันไปมองหน้าทัตซึยะที่กำลังบอกว่าจริงจังถึงที่สุด ก็เป็นอันต้องพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มือเรียวยกขึ้นเสมอใหล่แบบออกทั้งสองข้งอย่างยอมจำนนต่อสงครามประสาทที่ตัวเองเหมือนจะเป็นคนก่อขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
"ฉัน..." จินกรอกตาขึ้นข้างบนสองครั้งก่อนที่จะพ่นลมหายใจเบาๆออกมา ก่อนที่จะพูดต่อ " ฉันมาเพื่อเอาของลืมให้นายมาให้น่ะ"
คำตอบของจินทำเอาทัตซึยะขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ ในขณะที่จินยันตัวลุกขึ้นจากโซฟา ชะโงกหน้าก้มลงมองท้างด้านหลังโซฟา ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเข้ากันยามที่เจ้ากำลังขบคิด แต่แล้ว เรียวคิ้วนั้นก็โก่งขึ้น พร้อมกับเรียวปากที่อ้าออกเล็กน้อย
ทัตซึยะกำลังจะเอ่ยปากขึ้นถามถึงท่าทางที่ร่างสูงแสดงออกมา แต่ก็ต้องงับปากตนลงเมื่อมือเรียวของจินยื่นมาตรงหน้าเป็นสัญญาณว่า -รอเดี๋ยว อย่าเพิ่งพูดอะไร- แก้มของทัตซึยะพองขึ้นทันที
จินผุดลุกผุนผันวิ่งออกจากโซฟาไปยังหน้าประตูทางเข้า มือเรียวเปิดบานประตูออกก่อนที่จะชะโงกหน้าส่ายหัวซ้ายทีขวาทีทางด้านหลังประตู แล้วก็รีบวิ่งออกไปทันที ที่มองเห็นสิ่งที่ตนกำลังหาอยู่เจอ ทัตซึยะที่ลุกขึ้นเดินตามร่างสูงออกมา เรียวคิ้วยังคงขมสดเข้าหากันอย่างงุนงงกับท่าทางของจิน
ร่างบางเดินตรงไปท่ประตู กำลังจะก้าวออกไปตามจิน แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อบานประตูตรงหน้าถูกดึงออกห่างแล้วมีร่างของจินปรากฏขึ้นอยู่หลังบานประตูนั้นแทน
ร่างสูงยืนนิ่ง ส่งยิ้มกว้างมาให้ พร้อมกับมือที่เอาไปไขว้กันอยู่ทางด้านหลัง เมใอทัตซึยะกำลังจะขยับปากอีกครั้งเพื่อเอ่ยถาม วัตถุสีเขียวและสีแดงก็ถูกยื่นมาจนแทบกระแทกหน้าทันที
ตาคมเบิกโตขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อเห็นว่านั่นคือช่อดอกไม้ แถมเป็นดอกกุหลาบ ที่แม้จะเละ แต่ก็ดูออก ในขณะที่หน้าจินเบ้ลงทันทีที่เห็นสภาพช่อดอกไม้ของตนที่อุส่าห์พยายามวางหลบลูกหมัดลูกถีบตอนตะลุมบอนกับคาเมะเมื่อกี๊นี้ เละอย่างไม่มีชิ้นดี
"เฮ้ย~ อะไรเนี่ย~" จินครางหวือด้วยสีหน้าราวเด็กจะร้องให้ ก่อนที่จะชักมือกลับแล้วก้มหน้าลงมองไปที่ช่อดอกไม้อย่างหงอยๆ
"อะไรน่ะจิน?"
"ช่อดอกไม้ไง ฉันจะเอามาให้นาย คงเละตอนวิ่งหลบหมัดเด็กนายแหง โธ่~" ใบหน้าจินมุ่ยลงราวกับเด็กที่รู้ว่า ของขวัญคริสมาสต์เป็นคนละอย่างกับที่เขียนขอไป แต่แล้วมือเรียวก็ล้วงลงไปในช่อดอกไม้ที่บอบช้ำ หยิบเอาดอกกุหลาบที่ดูเหมือนจะโชคดีหลุดรอดฝ่ามือฝ่าเท้ามาได้
"ตอนนี้เหลือแค่นี้แล้ว" จินเงยหน้าขึ้น ยกคิ้วขึ้นข้างนึง ให้ทัตซึยะ สีหน้าราวกับปลงในสื่งที่เกิด "ฉันให้นายทัตซึยะ"
"โอกาสอะไร?" เสียงทัตซึยะสูงหวือ ตาคมโตขึ้น เรียวคิ้วยกขึ้นสูงทั้งสองข้าง
จินเหหน้าไปทางด้านข้าง มือข้างที่ว่างก็ยกขึ้นเกาคอ เกาหน้า อย่างเงอะงะ ก่อนที่จะหันมามองทัตซึยะตรงๆอีกครั้ง ปากที่บวมเจ่อเม้มเข้าหากันอย่างลืมความเจ็บที่จี๊ดขึ้น ก่อนที่จินจะขยับปากเอ่ยคำต่อ
"ของที่ฉันลืมให้นาย..." จินหยุด สีหน้าแดงเรื่อขึ้นพร้อมท่าทางกระอักกระอ่วน ท่าทางที่เหมือนเด็กกำลังพยายามจะขอกอดพ่อแม่ในวันเกิดนั่นคือสิ่งที่ทัตซึยะเห็นจากจินในตอนนี้
"ฉันลืมบอกนายไปว่า ... ฉันรักนาย"
---------------------------------To be continued -----------------------------------------
ตัดจบไปแค่นี้ก่อนเน้อ ไม่ไหวอ้ะ ไอ้เฮปวดหัวจะอ้วก ไม่เข้าใจ เล่นที่นี่ทีไร เป็นแบบนี้ทุกที ร้านนี้มีอาถรรพ์~
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก - -"...
ฮ่วย ลืมแป๊ะรูป-..-"
ซักวั๊น!!!! เค้าจาเมะไห้ด้าย!!!! -อุเอะ
โปรดสังเกตุ กล้ามฟีบลง ... เอ่อ ได้ข่าวมานะคะอุเอะเขอ กล้ามเนื้อคนเราน่ะ มันจะไม่หด นะคะ แล้วทำไม ... กล้ามแขนที่เคยแสนจะปูดโปน ... มันหดเลหลือแค่นั้นอ้ะ!
edit @ 29 Jul 2009 14:08:43 by pierce




ในที่สุดจินมันก็ได้บอกรักซักที
กว่าจะบอกได้นะพ่อคุณ อ้อนโน้น นั่น นี้อยู่ได้
ที่เหลือ รอดูทัตจังว่าจะเอาไง
อย่ายอมมันง่าย ๆ นะลูก
ให้มันง้อเราบ้าง
รออ่านต่อไปจ๊ะเฮ
#1 By AiYuki on 2009-07-27 13:36