ตอนแรก เห็นกิจกรรม ก็คันมือ เพราะเพิ่งเจอเหตุการ์ณให้คันปาก แต่พดอะไรไม่ได้ เพราะมันอยู่ในจอ แค่เถียงกับหมา คนใกล้ๆยังรับไม่ได้ ขืนกระโดดผางลุกขึ้นชี้ด่าสวนทีวี เห็นท่าว่า หลังคาแดงได้แปะป้ายเวลคัมไอ้เฮเป็นแน่แท้ - -" ....

 

เรื่องของเรื่อง มันมาจาก โพลอะไรซักอย่างที่ขยัน ไปเดินสอบถามเด็กตามมหาวิทยาลัยดังๆ ชื่อกระหึ่มไม่แพ้แบรนด์กระเป๋าที่ก็อปได้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ามากที่สุดของบ้านเรา...

อันนี้ มหาลัยที่ว่า เยอะจนต้องเติมดับเบิ้ลกันไปเลยเหอะ ....

แน่นอน เด็กตอบกันเยอะมาก ตอบแลวไอ้เฮก็แอบเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปแว่บนึง .... เทเลพาที กับ เดจาวู ระลึกได้

มันมีจริงบนโลกใช่มั้ย???

 

ไม่อ้อมค้อม คำตอบที่ได้มาก แปดสิบเปอร์เซ็นจากคำถามที่แสนจะห่วงใยโลกใบใสให้เข้าเทรน ถามว่า

"ในสถานการ์ณโลกร้อนแบบนี้ น้องๆ(พี่ๆ) (ชื่อคนดังใครซักคนที่เค้าไปถาม) จะมีวิธีแก้ปัญหา (ป้องกัน)(ช่วยรักษา แล้วแต่ความสามารถในการถามของเอ็มซี) กันยังไงคะ? "

...

คำตอบที่ได้ คือ

"ช่วยกันประหยัดน่ะค่ะ รถส่วนตัวไม่ต้องใช้ ลดการใช้ถุงพลาสติก ลดการช้อบปิ้ง รียูส รีไซเคิล บลาๆๆๆ ฯ (คือมันเยอะจัด แต่ทำนองเดียวกันไอ้เฮเลยไม่สามารถจำได้ง่ะ)" ....

เชื่อค่ะ ว่าไม่ได้เสิร์จคุณกู ปาดแล้วแปะ เพียงแค่บังเอิญ ความคิดทั่วประเทศไทย มันเหมือนกันก็เท่านั้น....

อย่าเพิ่งว่าไปถึงเรื่องการปลูกต้นไม้หรือรีไซเคิล ยิ่งการลดการใช้รถส่วนตัวแล้ว อย่าเพิ่งไปพล่ามให้เสียน้ำลายเหอะ เอาความจริงที่เห็น....

เรื่องช็อปปิ้งล่ะนะ จับจ่ายซื้อของล่ะนะ

มันใกล้ตัวกันที่สุดแล้ว เพราะคนเราในแต่ละวัน เฉลี่ยกันซื้อของแล้ว ตก นาทีละสิบคนเป็นอย่างต่ำ ของที่ซื้อส่วนมากคือของกิน

โอเค

ซื้อของก็ต้องมีถุง ซื้อของก็ต้องได้ของที่ต้องการมา

พูดถึงถุง อย่ามาพูดว่า "เค้าใช้ถุงผ้านะ!" ให้เมื่อยตุ้ม เมื่อยต่อมทอมซิลกันเลย

เพราะ โอเค เฮเชื่อ คุณใช้ถุงผ้า "ก็เมื่อออกจากบ้าน" ในที่นี้ หมายความว่าออกอย่างเป็นทางการ ไม่นับการปั่นจักรยานไปซื้อของให้แม่ หรือวิ่งหนีบช้างดาว บ้างก็ทีนเปล่าไปซื้อขนม

แล้วพอคุณใช้ถุงผ้า... ซื้อของ... ของที่คุณซื้อ ห่อพลาสติก แล้วยัดลงถุงผ้า .... คำถามคือ "เพื่ออะไร??"

โอเค หากเป็นการซื้อที่ห้างแปะแบรนด์ หรือแวะซื้อตามร้านชำ เราคงจะได้ เอาคำว่ารียูสมาใช้กับถุงพลสาติกที่ว่านั่นกันจริงจัง ในที่ว่า เป็นถุงขยะบ้าง ถุงใส่ของบ้าง หรือรวมเก็บคอลเล็กชั่นซีดีที่เหลือแต่ปกบ้างกล่องบ้าง ยังไงซะก็คือการรียูส ....

แต่ตามเศรษฐกิจที่ว่าตอนนี้ การเข้าห้างแบบนั้น คงจะพบเห็นกันน้อยตาสำหรับคนทางฝั่งชานเมือง และเขตปรมนทล เพราะ แถวนั้น ชีวิตส่วนใหญ่จะเป็น แนวมีพอกิน ไม่เหลือใช้และเก็ยเสยส่วนมาก และวิถีชีวิตของประชาชนเหล่านั้น ก็ไม่พ้นห้างที่ขายของราคาถูก ยิ่

ตอนนี้ ลดแลกแจกแถมกันระนาวกราวรูด ยังไม่นับตลาดนัดแถวบ้านกันให้เมื่อยนิ้วอีกหลายหลาก

ถุงที่ใช้.... มันรียูสได้จริงเหรอ?

เอากลับมาใช้ฃ้ำ ใช้ใส่อะไร ก็ในเมื่อ มันบางซะจน ใส่เลย์กับอาร์เจพี่บิ้กอย่างละหนึ่ง ถือเดินตะด๊อง ไม่ต้องถึงกับหมุนติ้วตามความเพลินของอารมณ์ มันก็เกิดกบฏ แหกกลางทาง

หน้าไหนใส่ของทนก็ถือว่าดีไป แต่กรณี ของไม่ทนล่ะ...

กรณีไอ้เฮ ซื้อข้าวที่บิ๊กซี ห้าโล แบบที่หงส์ทองแพ็คขาย เจ๊แกใส่ถุงมาให้ชั้นเดียว จะขอซ้อน แกก็มองหน้าราวกับบอกว่า ขอเงินหมื่นไปทุ่มกับหวยใต้ดินยังไงยังงั้น ก่อนที่ชีจะตอบกลับมาตามเสต็ปที่โดนเมเนเจอร์จิกสอนมา ด้วยรอยยิ้มพิมใจที่ชิมแปนซีแยกเขี้ยวยังน่าดูเสียกว่าว่า

"ถุงใบนี้รับน้ำหนักได้สิบกิโลค่ะ" ว่าแล้วเจ๊แกก็เปิดบิลใหม่ของป้าคนถัดไปทันที ...

โอเค๊~~~ สิบโลนะคะ....

เดินไปยังไม่ทันพ้นบันไดห้าง อย่าคิดว่าไอ้เฮถือถุงข้าวห้ากิโลแกว่งเลยเถอะ ในเมื่อมืออีกข้างไอ้เฮเกร็งลมปราณหิ้วหอบการ์ตูนมหากาพย์โคทาโร่จากร้านเช่าไปยกชุดหนึ่งภาคแรก

ถุงเกิดการ โอ๊ย โอ๊ย กูรับไม่ได้ กูเซ๊นซิทีพ ชีวิตกูเกิดมาเพียงเพื่อโชว์ตราสารทางการค้าว่ากูคือของบิ๊กซีไทยแสนด์เท่านั้น .... เมื่อเป็นเช่นนั้น เสียงขาดแควกดังเข้ากระแทกใส่หูไอ้เฮทันที ขาดแค่ถุงไม่ว่า ถุงข้าวข้างในที่อัดแน่นด้วยเม็ดข้าวและเจ้าแม่โพสพตกโป๊ะแตกปริ ร่วงกราวราวกับใครมาเทกระจาดแจกตามเทศกาลทิ้งเจกันเลย ....

หลังจากตะปปและจัดการแก้ปัญหาได้เรียบร้อย ไอ้เฮเอาปากคาบถุงโคทาโร่ สองมืออุ้มหอบข้าวเดินหลังแอ่นกลับที่เจ๊แก...

"พี่คะ หงส์ทองนี่มันแอบแถมข้าวให้อีกหกโลเหรอพี่? ถุงสิบโลถึงได้ขาดแบบไม่เหลือซากให้เดาว่าเคยเป็นถุงมาก่อน??" ....

แล้วอีกกรณีที่ว่า มาจากคอนวิเนี่ยนเจ้าประจำที่มนุษย์ปุถุชนมากหน้าหลายเชื้อชาติรู้จัก จำได้เสียก่อนสูตรคูณแม่สอน ที่สองหนึ่งสองเสียอีก .... ที่ว่านั้นก็คือ

หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา~ 7 ... 11 ตะแด่น~" ....

เพลงทำนองติดหูโพดๆ .... โปรดสังเกตุ เธอไม่เคยตกเทรน ....

ข้างถุงที่เราได้จากการไปซื้อกัฟกับฮานามิ จะมีคำแนะนำรักษ์โลก รักโลก อย่างง่ายดาย ในที่นี้ มันรวมถึง

"ลดการใช้ถุงพลาสติก"

"นำกลับมาใช้ซ้ำ" ....

เอ็งช่วยดูความจริงในชีวิตทีเถอะ ... ถุงเซเว่นคือถุงที่บางที่สุดในบรรดาถุงใส่ของ ใส่ได้ครั้งเดียว ความสามารถในการใช้ซ้ำไม่ปรากฏให้เห็น บอบบางกว่าทิชชู่ของม้วนโตตามห้องน้ำห้าง เป็นครั้งแรก ที่นอกจากกระดาษแก้วที่ใช้ทดลองการออสโมซิสของของเหลวตอนม.สามมันซึมน้ำ อิถุงเซเว่นก็ซึมน้ำ เรียกว่า ใส่น้ำไม่ได้ ใส่ของหนักเกินกว่าขวดโออิชิสองขวดไม่ได้ ใช่ซ้ำก็ไม่ได้ เพราะสภาพการใช้งานจากการเดินทางร้อยเมตรมาบ้าน ก็หมดสภาพของสสารที่เรียกว่าถุงแล้ว....

ไอ้เฮมีความรู้สึกว่า "จะผลิตมาทำไมวะ?" ถ้าไม่มีงบ ก็บอกลูกค้าไปเลย "ไม่มีถุงค่ะ เพราะไม่มีงบในการผลิต กรูณาเหน๊บมาจากบ้านด้วยค่ะ ขอบคุณ รับขนมจีบซาลาเปาใส่ปิ่นโตที่คุณหิ้วมากลับบ้านมั้ยคะ?" ....

เอาอย่างนี้เถอะ อย่างน้อย ก็สนองต่อนโยบายที่อุส่าต์เพ้นกันอย่างไร้ ที่ข้างถุง อย่างน้อย ก็ฝึกนิสัยคนให้พกถุงออกจากบ้าน จนเป็นนิสัย อย่างงี้ยังจะช่วยได้มากกว่าคำโฆษณาที่แปะไว้ให้อินเทรนเสียอีก

เอาง่ายๆ ที่ว่ามาทั้งหมด มันอยู่ในกรณีถุงพลาสติก แต่ไอ้เฮจะบอกว่า

สิ่งของที่ยุคนี้ผลิตมาทั้งหมด ขอเถอะ ไหนๆก็ทำออกมาทั้งที เอาให้ใช้ได้จริงๆ ไม่ใช่เอามาไว้เป็นอนุสาวรีย์การใช้จ่าย

เพราะเท่าที่ไอ้เฮเห็นของที่ผลิตออกมาในตอนนี้ แปดสิบเปอร์เซ็นคือขยะ ที่ใช้งานไม่ได้ ห้าเปอร์เซ็นคือของกึ่งของใช้กึ่งยะ สิบห้าเปอร์เซ็นที่เหลือคือสิ่งที่เรียกได้ว่า "ของใช้" จริงๆ

ที่ว่าแปดสิบเปอร์เซ้นคือขยะ ของใหล้ตัวอย่างถุงพลาสติกคงไม่ต้องแพล่มให้เบื่อหน่าย อันนี้มันรวมๆปถึงของใช้ที่จำเป็นเช่น ตู้เย็น เตาแก้ส ตู้เสื้อผ้า ทีวี โต๊ะ ฯลฯ เอาเป็นว่าของที่ต้องมีเพื่อใช้ชีวิตอยู่ในกล่องคอนกรีตที่เรียกว่า บ้าน รวมไปถึงของฟุ่มเฟือยอย่างกระเป๋า เสื้อผ้า กางเกงใน ยกทรง ยันเครื่องสำอาง....

แปดสิบเปอร์เซ็นคือขยะ ที่ใช้งานไม่ได้ ร้ายที่สุดคือ สร้างมลพิษเพิ่มมาอีกสองถึงสามเท่าตัว

แล้วห้าเปอร์เซ็นที่เป็นลูกครึ่งล่ะ? ... ส่วนมากคือของที่ขึ้นชื่อว่า รีไซเคิล รียูส อะไรเถือกนั้น ประสิทธิภาพ ก็ตามที่ว่า รี = กลับมาใช้ซ้ำ คุณภาพย่อมถูกบั่นถอนเป็นธรรมดา

ส่วนสิบห้าเปอร์เซ็นที่เหลือนั้น คือของใช้จริงๆ... ซึ่งส่วนมากราคาค่อนข้างสูง ...

อันนี้ เฮก็เข้าใจ เงินตราหาลำบากกว่างมหอยขมในตมข้างทางเสียอีก แต่!!!..... มาลองคิดกลับกันมั้ย?

ซื้ออะไรแล้วแพง....ของแบรนด์ดัง? ของแฮนเมด? ของไทยทำ? ของจีนทำ? ของญี่ปุ่นทำ? ของอังกฤษทำ ?

หรือ ของที่เอามาใช้ได้นาน แต่ราคาแพง? ....

เมื่อก่อนเฮก็เป็น ที่ว่า ซื้อของถูกเข้าว่า แต่แล้วก็เจอสัจธรรมที่ปู่พร่ำสอนก่น บ่น ข้างหู ทุกเช้าว่า "ซื้อของน่ะ เอาให้มันดีไปเลยทีเดียว ไม่ใช่ซื้อเพราะราคามันถูกแต่ใช้ได้ครั้งเดียว กลายเป็นว่า ซื้อของถูกมาจะใช้ทีก็พัง ซื้อใหม่ แค่สามครั้ง ก็ราคาเท่ากับของดีที่เสียเงินแพงในคราวแรกแต่ใช้ทนได้กว่ากันถึงสิบเท่าตัว

ของใช้ประจำวันที่ขึ้นชื่อวาแฮนเมด แพงจริง ยิ่งที่แปะป้ายโอท็อปล่ะก็ ราคาดาวคือราคาที่ต้องจ่ายเป็นเท่าตัว...แต่ ถ้าเทียบกันระหว่างของที่โดนไถส่งๆจากโรงงานที่คนงานที่จ้างมาคุมเป็นจ้างมาคุยแทนล่ะ? .... คุณภาพต่างกันมั้ย? เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ที่ถูกทำมาจากช่างไม้ที่ฝนให้เข้ารูป กรอให้เป็นบล็อก ไม่ก็ทำลิ่มตอกใส่ให้เชื่อติดกัน กับถูก เอาท่อนไม้ส่งเข้าเครื่อง แล้วเอาตะปูมายิงใส่ ก่อนจะออกขายไปที่ตลาดที่เดียวกัน

เก้าอี้ โต๊ะ ที่เอามาใช้งานเหมือนกัน แต่วิธีการทำที่ต่างกัน คิดว่าตัวไหนใช้กี่ปีจะพัง โดนน้ำกีปีจะบวม โดนเด็กกระโดด ขย่ม กี่ปี ขาจะหัก .... สองสิ่งคงเทียบกันได้ไม่ยาก ใช่มั้ย?

กระเป๋า? รองเท้า? .... ราคาถูกมาก จากเมื่อก่อน ... อันนี้ ไอ้เฮเห็นสัจธรรมแท้จริง....

เมื่อก่อน ไทยทำ ส่งไปเกาหลี แปะป้ายเกาหลี ญี่ปุ่น อังกฤษ แล้วตีกลับมาขายที่ไทย ราคาอยุ่ที่ห้าถึงสิบเท่าจากที่ไทยส่งออกไปในเรือลำแรก....

เมื่อก่อน ไทยทำ แปะป้ายไทย คุณภาพ เท่ากับของที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ไม่มีใครซ์อ เพราะมันแปะป้ายว่าเมด อิ ไทยแลนด์ และโนเม บ่มีแบรนด์การันตีว่า เป็นหลุยส์ฟองแตง แอร์เมด หรือ อะไรก็ตามที่บรรดา บุคคลในจอหนังใช้....

ตอนนี้จึงเป็น ไทยทำ ไทยส่ง ไปแปะป้ายแปะแบรนด์ ว่า กูน่ะ มาจากต่างประเทศนะว้อยยยย ทั้งๆที่ป้ายส่วนมากก็แปะอยู่โต้งๆว่า เมดอิน ไทยแลนด์ จีนแดง และขแมร์.....

ตอนนี้ บริษัททำกระเป๋าผลิตในไทยเพื่อหวังขายไทยปิดตัวลง เพราะไม่มีใครใช้เมดอินไทยแลนด์ เจ้าของทั้งหลายจึงไปร่วมหุ้มกับดาราดังที่ทำแบรนด์ แล้วเอามาขาย ไม่ก็ จัดการก็อปแม่งเล้ย ... ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ขายออกราวแจกฟรี .... แต่คำที่ว่า อนิจจังมันไม่จีรัง ยังคงอยู่เสมอไป....

....สุดท้าย เมด อิน ไทยแลนด์ ก็พ่ายไปกับเมด อิน จีนแดง.... ถามว่าเองอะไรถึงแพ้? ถ้าเรื่องคุณภาพล่ะก็ เมด อิน ไทยแลนด์ กินขาดจีนแดง แบบไม่เห็นฝุ่นไม่เหลือเงา ยิ่งกว่าเซนะวิ่งทำทัชดาวน์เสียอีก  แต่ที่แพ้น่ะ แพ้เพราะราคาล้วนๆ....

เคยถามเพื่อนอย่างไม่เข้าใจในเหตุผลว่า ทำไมจีนแม่งทำถูกนักวะ? ก็ไอ้เฮเป็นคนไปเดินขาลากหาซื้อหนังซื้ออะไหล่ ก็เห็นราคา (ที่ว่าไปหาน่ะ ราคาโรงงานแล้วนะคะ) กับมัน ก็เห็นกับตา ว่า ราคาที่รับจากจีนมาขายน่ะ อย่าว่าไปถึงค่าของรวมค่าน้ำมันเลย ค่าแผ่นหนังมันยังจะได้มั้ย? ต่างหาก

แล้วคำตอบที่ได้ก็คือ

"มึงก็ดูเอาแล้วกัน กระเป๋า เข็มขัด รองเท้าสมัยก่อน ก็อปก็เหอะ ไม่มีแบรนด์ก็เหอะ อายุใช้งานน่ะ เค้านับเป็นปี ห่วยสุดก็เดือน แต่เดี๋ยวนี้น่ะ เป็นวัน...

ของจีนน่ะ มันถูกทั้งราคาวัตถุดิบ ราคาค่าแรง ราคาคุณภาพ มันจะไม่ถูกได้ไง?

อันที่เอามาขายน่ะ ที่มึงเห็นราคาเท่าราคาส่งกูน่ะ กูบอกได้เลย ราคาตอนมาน่ะ แม่งน้อยกว่าสามเท่าที่แปะป้ายอีก แล้วมึงคิดว่ามันจะใช้ได้กี่วัน สองอาทิตย์หนังไม่ร่อน สีไม่ลอก กูว่า แม่งต้องลงอาคมเหนียวอาจารย์หนูอายของตาย" ....

จากปากคำของลูกสาวเจาของโรงงานที่สุดท้ายก็ปิดตัวเพราะโดนจีนแดงทำแต้มถล่มทลาย พ่ายแพ้ยับเยินเสียยิ่งเชลซีตอนตกต่ำ....

ยังไม่พูดไปถึงของใช้อื่นๆ....

ที่พูดมาน่ะไม่ได้ว่าไปถึงให้ซื้อของแบรนด์มาใช้ เพราะเท่าที่เห็น แบรนด์เนมน่ะ ที่แพง ส่วนมากคือ แพงแบรนด์ แพงภาษี แพงค่านิยม แต่คุณภาพ น่ะ เท่าก็ไทยทำที่เป็นแฮนเมดนั่นแหละ ไม่มีตราน่ะแหละ

แต่จะบอกว่า ช่วยเลือกดูที่คุณภาพ และราคา มากกว่าที่ราคาอย่างเดียวจะได้มั้ย?

ตามความคิดเฮนะ ไทยไม่ได้ตามแฟชั่น เช้า กลางวัน เย็น แบบ ประเทศเพื่อนบ้าน คุณเจ คุณเค คุณเฮช คุณที เค้า ก็ไม่ต้องไปตามซื้อมาให้ทั้งตัวก็ได้

แต่จะบอกว่า ไหนๆก็เสียตังออกจากระเป๋าทั้งที คุณภาพ กับราคาของน่ะ ช่วยชั่งออกมาแล้ว มันเท่ากันหน่อย

ทางฝ่ายผู้ผลิตน่ะ ไหนๆก็จะผลิตทั้งที เสียเงินซื้อวัตถุดิบ เสียพลังงานการผลิต เอางานออกมา ก็ขอให้เป็นของใช้หน่อยจะได้มั้ย?

มันคิดกันได้ง่ายๆ เพราะเมื่อซื้อขยะมา สิ่งที่เป็นได้ ก็คือขยะ ใช้หนึ่งครั้ง แล้วทิ้ง ซื้อใหม่เมื่อจะใช้ แล้วก็ทิ้ง กี่คนต่อกี่ชิ้น กี่ครั้งต่อการผลิต กี่ตัน ต่อขยะที่ทิ้งกัน?  ....

มันไม่ใช่ตรรกะ แต่มันคือความจริงที่ไม่ต้องคิดให้ยุ่งยาก ว่า

ผลิตขยะ ก็เท่ากับซื้อขยะ เท่ากับใช้ขยะ แล้งก็ทิ้งขยะ แล้วที่ว่าให้ลดขยะ? ตรงไหน?  ช่วยบอกที???

แค่เรื่องง่ายๆ กับของใกล้ตัว ที่สักผลิตแข่งกันแต่เอาปริมาณมากเข้าว่า ลดต้นทุนมากเข้าไว้ แต่มันใช้ไม่ได้จริงๆ ... ก็คือการผลิตขยะให้ได้ปริมาณมากขึ้นแข่งกันก็เท่านั้น?

อย่าไปพูดถึงเรื่องปลูกป่า ปลูกต้นไม้ รีไซเคิล ปิดไฟ ปิดน้ำ ใช้รถเมล์เล้ยยยย เรื่องใกล้ตัวพอๆกับทิ้งขยะให้ลงถังน่ะ ทำกันหรือยัง?

 

ทำเถอะ ตอนนี้มีแต่คนพูดกับเขียน คนทำมันน้อยเหลือเกิน อย่างน้อย ในช่วงที่กำลังเป็นเทรน ก็ยังดี ทำอย่างจริงจังซักที ก็คงไมยากเกินความสามารถหรอกเนอะ? 

----------------------------------------

พยายามเรียบเรียงเท่าที่ทำได้แล้ว... หากยังไม่เข้าใจ ก็ขออภัยด้วยค่ะ เพราะความสามารถในการเรียบเรียงน้อยมาก กำลังพยายามฝึกฝนอยู่ค่ะ

และสุดท้าย ขอบคุณ ที่ยังแวะเข้ามาอ่าน และขอบคุณมากที่อ่านจนจบ และมากที่สุดคือ อ่านแล้วไม่ผ่านเลย ขอบคุณคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

edit @ 15 Oct 2009 20:39:20 by pierce

edit @ 15 Oct 2009 20:59:31 by pierce

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet