Title:เพื่อน...กูรักมึงว่ะ
Main Cast:KAT-TUN

Sub-Cast :News

 

06

 

หงุดหงิด หงุดหงิด หงุดหงิดอย่างที่สุด!! ที่จริงนะครับ ผมก็ไม่ใช่คนขี้หงุดหงิด จนจิตตกต่ำแบบนี้หรอก กับคนอื่นน่ะ ผมปกติ เป็นไอดอลธรรมดา สามัญชนทั่วไป ไม่ใช่พวกทำตัวสเปเชี่ยล ซัมติง เกลียดกอย กลัวมด แบบคนอื่นเค้า เพื่อหาจุดเด่นให้วง เพราะแค่ ไอ้นักร้องหลักสองตัวของวงผมก็ทำเด่นเกินหน้าวงเดบิวต์หน้าใหม่เกินพอแล้ว !

 

แต่กับคนเดียวที่มันทำให้อารมณ์ผมขึ้นลงได้เร็วราวกับเส้นกราฟราคาทองในตลาดโลกแบบนี้น่ะ มีอยู่คนเดียวเท่านั้น ... คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ....

 

ผมที่เดินตากฝนอย่างอารมณ์ดี เพื่อดับอารมรณ์กรุ่นจากโทสะที่ไอ้เวรข้างหน้าผมก่อไว้ ขณะมันที่กำลังจะหายไป ก็มาเจอมันนั่งงี่เง่าแกว่งชิงช้าตากฝนเล่นอยู่ที่สวนนี่ โอ๊ย~ ปรี๊ด!!! มึงรู้ตัวบ้างมั้ยว่ามึงมันขี้ป่วยน่ะ! ไอ้เชี่ย!! เมื่อไหร่มึงจะเลิกทำตัวเป็นเด็ก ให้ชาวบ้านเค้าห่วงมึงซะทีวะ!! แต่กูไม่ได้ห่วงมึงนะ! กูห่วงงานว้อย!  เพราะมึงมันเสียงหลัก ! ไม่ห่วงมึงเพราะงาน จะห่วงมึงเพราะอะไร! ที่กูถ่อดินเข้ามาเนี่ย ไม่ได้เพราะเห็นว่าคุ้นๆว่าเป็นมึงหรอกนะ ถึงได้เดินมา! กูแค่ ... กูแค่... อยากเดินเล่น ในสวน ... ... โอเค! ที่จริงน่ะ ผมเห็นหลังไวๆ ของใครคนหนึ่งที่นั่งแกว่งชิงช้าอยู่ ก็เห็นว่าคุ้นๆตา  ก็เลยเดินมาดูให้แน่ใจ แล้วก็ไม่ผิดไปจากที่คิด ... ทำไมตอนเล่นล็อตโต้มันไม่ลงล็อกแบบนี้มั่งวะ!!! ผมสาวเท้าฉึบๆไปหามันทันที เสียงฮัมเพลงที่คุ้นหูยิง่ทำให้ผมแน่ใจว่าเป็นมันไม่ผืดตัวแน่

"มาทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย!" ถามด้วยอารมณ์เสียๆ มันเอนตัวหงายหลังหันมามองผมนิ่งด้วยตาใสๆ ที่หางตาตกและใฝเสน่ห์ของในเผยให่เห็นโดยไม่โดนเส้นผมบังอย่างตอนปกติ ไม่มีคำตอบตอบกลับมา .... ถามแล้วเสือกเงียบ แหงนมองหน้าจ้องผมตาแป๋ว มุกกวนโทสะอันใหม่รึไงวะ?

"กูถามว่ามาทำเชี่ยอะไรอยู่นี่?" ทำย้ำมันไป เผื่อจะเรียกความสนใจได้บ้าง เสือกมองนิ่งๆเหมือนเดิม ... มาแปลกว่ะ -*- ... ปกติ ปากมันตอบรับคำผมไวหยั่งกะตั้งโปรแกรมตอบกลับอัตโนมัติ แถมเป็นรุ่นอัจฉริยะ ตอบกลับด้วยคำที่เจ็บแสบหว่าคนถามไปสามเท่าเสียอีก

"ได้ยินกูมั้ยวะ เฮ้ย!!" ผมอีกครั้ง มันก็ย้ำยังนิ่ง รึมันเป็นลมแบบตาแข็ง แบบคนหลับในหว่า?? ... ขอพิสูจน์ดูหน่อยละกันเว้ย ขณะที่ผมกำลังจะยกเท้าขึ้นเขี่ยเข้าที่หลังมัน เสียงของมันก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี

"ถ้ามึงเอาตีนเขี่ยกู เจอเตะแน่ไอ้ทัตซึยะ"

"อ้าว ก็เห็นเงียบ กูก็ไม่รู้ว่ามึงตายหรือเน่า ว่าจะพิสูจน์ดู"

"จะตายจะเน่ามึงเขี่ยมันจะรู้สึกแล้วตอบกลับมึงเหรอสัด แล้วอีกอย่าง..." มันว่าด้วยเสียงหน่ายๆ ขณะที่กำลังลุกขึ้นยืนจากชิงช้า ก่อนที่จะหันมาหาผม

"หน้าตาออกจะสวย ทำตัวให้สมกับหน้าหน่อยได้มั้ยวะ ห๊ะ!" มันว่าเสร็จก็เบิ๊ดกะโหลกผม หนอย กล้านะเมิง มึงเลิกทำกะกูแบบนี้ตั้งแต่กูอายุ20แล้วไม่ใช่เหรอสาดดด ... ว่าแต่ เมื่อกี๊ ผมหูฝาดรึเปล่าหว่า? สวยงั้นเรอะ??

"เมื่อกี๊มึงว่า กูอะไรนะ? หน้าตากูน่ะ"

มันที่หันหลังให้ผมอยู่ หันกลับมาด้วยสีหน้าหน่ายๆ ก่อนจะยกมือขึ้นตั้งท่าเตรียมโบกผมอีกรอบ แล้วเอ่ยคำตอบ

"กูว่าหน้ามึงน่ะ ออกจะสวย พูดจาเหี้ยไรให้เข้ากับหน้าหน่อย ไอ้เวร!!" มันว่ายิ้มๆแบบกวนประสาทตามประสามัน ก่อนที่จะทิ้งแขนลง พร้อมกับผมที่ตั้งท่าป้องกันไว้เรียบร้อย แต่แล้ว แทนที่ผมจะสัมผัสถึงฝ่ามือที่ฟาดลงมาที่หัวผม กลับกลายเป็นท่อนแขนแกร่งที่พาดมาที่คอผมแทน

"เฮ้ย! ทำไรวะ!!" ด้วยความตกใจ ผมเลยเอะอะตะโกนไปพร้อมกับจับแขนมันรวบยกออกจากคอผมทำให้มันแกล้งเอนทิ้งตัวลงมาใส่ผมอย่างเต็มตัว ผมเซไปเล็กน้อย ก็จะเอ่ยด่ามัน แต่แล้วก็ต้องหุบปากเงียบ เพราะไอ้ร่างที่มันทิ้งปล่อยตัวมาพิงผมน่ะ มันร้อนสุดๆไปเลยน่ะซิ!

"ไอ้เหี้ย!!! มึงไม่สบาย!!! โธ่เว้ย!!!!~" ผมสบถอย่างหงุดหงิด ลืมไปชั่วขณะว่ามันน่ะ ป่วยง่าย ทั้งที่แรงเยอะ ตัวใหญ่ แต่เรื่องความถึกเนี่ย... แพ้ไอ้คิราบคาบ!

หลังจากนั้น ผมเลยทุกลักทุเล กว่าจะพามันลากออกจากสวน ไปโบกแท็กซี่ แล้วลากขึ้นคอนโดผม ให้ตายเหอะ! เหนื่อยโครต! แล้วยังไม่พอ ไอ้เวรไม่เจียมตัวยังมานอนสั่นกอดตัวคู้อยู่ที่โซฟา สติสตังหายเกลี้ยงได้อีก!! แม่ง!!!

ผมเลยต้องมานั่งจัดการ ลอกคราบไอ้หล่อสุดเซ็กซี่ของชาวสาวๆทั้หลาย แล้วจับมันลากไปที่เตียงอย่างยากลำบาก โธ่~ ห้าสิบกว่าๆ กับหกสิบกว่าๆน่ะ ห่างกันโขอยู่นะ! ทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้ามัน เสื้อผ้าผม ก็แทบหมดแรง ยังต้องมาลากมันอีกเนี่ย!

"หนาว~" เสียงมันครางวอู้อี้ในคอ แถมทำท่าจะฟังดูแหบๆซะอีก... ไอ้จินเอ้ยยย ถ้าเอ็งเสียงหาย แล้วใครหน้าไหนจะเป็นตัวหอนวะ! แล้วอัลบั้มใหม่ที่อัดเสียงไว้ เสือกใส่ลูกคอเป็นหมอลำประเทศไทย กูหอนได้แต่ทำนองบัลลาดนะว้อย!!!

"เหี้ย บ่นออกมายังงี้ แล้วจะให้กูทำไงวะ!" นั่นสิ ผ้าห่มของผมก็จัดการลากไปกองสุมอยู่ที่มันจนหมดแล้ว แอร์ก็หรี่แล้ว จะให้ผมทำไงอีกอ้ะ!?

"กอดหน่อย กูหนาว นะ..." มันตอบคำผมกลับ ราวกับมันรู้ตัว แต่ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ เพราะถ้ามันรู้ตัวจริง คำพูดออดอ้อนแบบนี้ไม่มีทางหลุดจากปากมันแน่ แถมมือที่ยื่นมาคว้ามือผมไปแนบที่แก้มมันแล้วส่งสายตาที่เยิ้มแดงเพราะพิษไข้มาให้อย่างอ้อนวอน .... ....  เฮ้อ~ .... เพราะกูห่วงงานหรอกนะมึง ....

 ด้วยความห่วงงานของผม เพราะอีกสองวัน พวกผมต้องแสลนหน้าไปเสนอที่รายการประจำ ที่พวกผมถูกแซวอยู่ไรๆว่า มันชื่อ มินิ จอห์นนี่ โชว์ ใช่มั้ย? นั่นแหละ ไม่ต้องบอกเนอะ ผมรู้ว่าคุณรู้ แล้วเพราะงี้ ผมจะมาปล่อยให้ไอ้ตัวหอนเสียงหลักเสียงหายเนี่ย! ทาโมริซังมีหวังบ่นอุบเรื่องไม่ดูแลตัวเองแน่ๆ ผมก็เลย จัดการปิดแอร์แล้วซุกตัวเข้าไปกอดมัน หวังว่า จะพอช่วยมึงได้ล่ะนะ...

สาบานจริงๆนะ ว่าที่ผมทำเนี่ย เพราะห่วงงาน! ไม่ได้ห่วงมัน! จริงๆ!!!

------------------------------------------------------------------------------------------------------

แสงแดดของเช้าวันใหม่ที่สาดทอแสงเข้ามาภายในห้องสีนวลสว่างตา ปลุกสติของร่างสูงที่หลับใหลจากการเพลียเพราะพิษไข้ที่ทุเลาลง หัวทุยที่เต็มไปด้วยเส้นผมที่ยุ่งฟูฟ่องชี้โด่เด่ไปมา กันซ้ายแลขวงาด้วยความสับสนทางความทรงจำ ก่อนที่จะกลับไปนั่งนิ่งครุ่งคิด ไม่นาน ลมหายใจก็ถูกพ่นออกมาเบา พร้อมกับรอยยิ้มที่อ่อนโยนปรากฏขึ้นที่เรียวปากซีด ที่ตอนนนี้ซับสีเลือดขึ้นมาหน่อยจนกลายเป็นชมพูดระเรื่อ

ตาคมหางตาตก มองไปที่คนที่นอนกอดตนมาทั้งคืนด้วยรอยยิ้มและสีหน้าที่ตนไม่เคยรู้จักและไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอยู่ มือแกร่งยกขึ้นวางไปที่หัวทุยของคนที่นอนข้างๆ แล้วลูบไล้อย่างเบามือด้วยความถนอม กลัวว่าร่างตรงนี้จะตื่นจากการพักผ่อน ก่อนที่จะละมือออกแล้วก้มกน้าลงไปใกล้ใบหน้าคนที่นอนอยู่แทน

"ขอบคุณนะเว้ย"  เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบอย่างบางเบา ก่อนที่จะจูบลงที่กระหม่อมที่ปกคลุมด้วยไรผมสีน้ำตาลสว่างชื้นไรเหงื่อบางๆ แล้วค่อยๆ ใสตัวลุกขึ้นเดินไปทาง

จากการกระทำที่ราวกับเจ้าตัวไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เมื่อสายน้ำเย็นรดกาย เรียวคิ้วก็ขมวดเมื่อคิดถึงที่ตนทำเมื่อครู่ ก่อนที่คลายลงอย่างรวดเร็ว เมื่อคำตอบของคำถามที่เกิดขึ้นในใจว่า ทำไมถึงได้ทำ? ตอบกลับไปว่า "ก็อยากทำ แล้วมันสบายใจดี" เสียงฮัมเพลงที่หยุดหายไปในเมื่อเย็นวานท่ามกลางสายฝน ก็ดังขึ้นอีกครั้งในห้องน้ำแห่งนี้

พร้อมกับดวงตาของคนที่นอนอยู่ที่เตียงที่เปิดขึ้น แล้วขมวดเข้าหากันนิ่ว

"มึงทำแบบนั้นทำไมวะ?" เสียงที่เอ่ยถามตนเองนั้น ช่างไร้คำตอบสำหรับร่างบาง ผิดกับร่างสูงในห้องน้ำ ที่ตอนนี้รู้ว่าทำไมตนถึงทำไปเรียบร้อยแล้ว เรียวปากอิ่มกัดขบกันอย่างครุ่นคิดหาคำตอบของการกระทำของร่างสูง แต่แล้ว... คำตอบที่ต้องหาร ก็ไม่ได้ปรากฏออกมาแม้แต่น้อย ในวันทั้งวันนั้น กับคำถามที่ว่า

'มึงทำแบบนั้นทำไม?'

'แล้วทำไมหัวใจกูต้องแต้นระริกจนเจ็บแปลบๆแบบนี้ด้วย ทำไมกันนะ?'

--------------------------To be continued ------------------------------------------------------------

คราวนี้ ก็คาดว่า จะสั้นอีกแล้วแหละนะ .... ขออภัยให้ไอ้เฮเหอะ ด้นสดกลางร้านเกมส์(อีกแล้ว) น่าๆ ... ถือซะว่า หยวนให้เพราะไอ้เฮปวดมือละกันนะ

 พูดถึงปวดมือ... ปีนี้มันปีหอยอะไรก็ไม่รู้ ตอนแรกก็เกิดเรื่อง ตอนหลังก็เป็นหวัด ป่วยจนปากเปื่อย แล้วรีเฟรค ก็แทนที่จะหษยๆไปซะ เสือกมาเป็นระลอก แล้วมาตอนนี้ ... ไอ้เฮเดินทะลุกระจก เย็ปแปดเข็ม อีตรงนั้นไม่เวอร์รี่เท่ามือที่กระจกเฉือนเนื้อไป ตอนแรกก็นึกว่า มันนิดเดียว เหมือนตอนลอกเนื้อที่โดนกระจกเงาเพื่อนบาก ที่ไหนได้ แม่งล่อซะเห็นเส้นเลือดเป็นเส้นเป็นสี (ตอนแรกก็ว่า เส้นอะไรวะ รึเลือกมันแข็งตัว ลองเอาซองพลาสเตอร์เขี่ยดู เจ๊ดดดดด แม่งเป็นเส้นเลือดนี่หว่า-*-") มิน่า ปวดฉิบฉ่อยได้อีก- -" เพราะปกติ แผลแค่นี้ ก็แค่แสบเดี๋ยวก็หาย ดูอย่างแผลเย็บเด๊ะ ยังไม่มีอาการเจ็บ อารการปวดเลย เซ็งห่านได้อีก.... เสียงตัวไม่ว่า เสือกหาเรื่องเสียตัง ...สี่พัน... หาใช้ระนาวกราวรูดแน่นอน โฮ~~~  กูผิดอะไร มายบุ๊ดด้า!!!!

 

แพ่มมามากพอละ แปะรูปคู่ขวัญไอ้เฮดีกว่า อะหุ^0^

ทานากะยืนแอ่วได้โล่ห์ ดูทากุจิเด๊ะ เต๊ะซะน่าเตะ อ้ะ เอาอีกรูปดีกั่ว ...

.... สวีทเกินไปมั้ยวะ?? .....

 

ว่าแต่ นี่ฟิกจินดะนะ ..... ขอแปะรูปเจ้าของเรื่องละกันนะ กันของเข้า (แหะๆ ... อุเอะเขอ น้ำหนักไม่ขึ้น แต่ก็ไม่ลด แปะคราวนี้ ขอแก้บน เอาน้ำหนักหายไปอีกสิบโลนะเคอะ ร้ากกก อุเอะ บ๊วบๆ)

 

 

 

เห็นรูปแล้ว โครตจะลัลล้า .... เพราะงั้น ปม้สังขารจะไม่ให้ ขาจะเย็บแปดเข็ม มือจะเดี้ยง แต่ไอ้เฮก็จะไปแร่ดล่ะนะ ตะละล้า~~

ปล. ที่เที่ยวในกรุงเทพฯ แบบ กินๆ เที่ยวๆ ถ่ายๆ(รูปเด้อ) มีที่ไหนแนะนำกันมั่งอ้ะ บ่เอาในห้าง เพราะเดินจนเหม็นเบื่อละ -..-

ปลล. เดี่ยววันว่างๆ จะเอาฟิกวันเกิดมาลงให้หมด จะพยายาม ไม่ให้เกินปีนี้ จะพยายามเค่อะ!

Comment

Comment:

Tweet

อย่างพี่เอ้นี่เค้าเรียก ซึนเดเระ ได้รึเปล่าคะ

#11 By rei (115.67.87.206) on 2010-01-13 08:54

น้องเฮ

พี่เปลี่ยนบล็อกแล้วนะ

แวะไปเที่ยวด้วยนะจ๊ะ

#10 By AiYuki_paewkawaii on 2009-11-02 10:07

พี่เฮมายล์เองเน้อ

ย้ายบล็อคเเล้วฮับป๋ม

555+

บอกเเค่นี้เเหละ อิข้างบนน่ะชอบเหมือนกันนะ

โนะคิ ดูท่าทางเเล้วเเบบ ฮ้า~~~

ลัลล้า มากมาย คู่ข้างล่างก็เช่นกัน ชิชิ

#9 By LALALALA on 2009-11-02 08:43

กร้ากกกกกกกกกกกกกกกกก

ลวนลามไปถึงของแรงตัวแม่ อันนั้นเค้าแรงจริงจัง จนสามีเปลี่ยนสภาพเป็นสาเมียเรียบร้อยแล้ว 555

นั่นดิ่พี่นัท โชคดีที่อุเอะมันมวลเนื้อน้อย โฮ่ๆๆๆ ถือเป็นโชคของเรา(และของสามีมัน กว้ากกกกกกก ฮ่า ฮ่า ฮ่า)

#7 By pierce on 2009-10-27 19:20

บ่เก็ท! อะไรหนัก หมัดหนัก? ตรีนหนัก? 555 แต่ถึงอะไรจะหนัก แต่จินนั้นก็หนักกว่า(คิก) มวลมันเยอะ เอาตัวเข้าแลก(คือกระโดดหลบตรีนโถมทั้งตัวเข้าใส่)กดทับทีเดียวอยู่ หุๆ แล้วหลบหมัดด้วยจูบ สามนาทีเอ้จังจะใจอ่อน(หรือไม่ก็ จินมันตายไปตั้งแต่เข่าแรกแล้ว 555)

ปล น้ำหนักมันเพิ่มตามระดับความเมะของเคะแต่ละคนรึป่าวเฮ อย่างเพ่ซึบะนี่(พยายาม)เมะขึ้นทุกวี่ทุกวัน(ได้ผลด้วย) แต่เอ้จังเรานี่ พยายามเท่าไหร่สเกลล์ความเมะแทบไม่กระดิก sad smile

#6 By Hanabi on 2009-10-27 09:40

อิหมูตัวนั้นลากมิได้ ต้องใช้เมียรักจิกกบาลตบเหม่ง ถีบตูด แล้วออกปากขู่ว่า ถ้าน้ำหนักเอ็งเพิ่มอีกแม้แต่ขีด กูจะเมะเอ็งแน่นอน เพราะตูหนัก! เก็ทบ่!!

ปล.น่านดิ่พี่นัท เม้นท์ไปเม้นท์มา พอร้างบล็อก มาเปิดหน้าเมเนจ เคยแอบตกใจ นึกว่าบล็อกเฮเป็นที่นิยม คู่พวกเราเริ่มดัง? ที่ไหนได้ มีมาเม้าท์กันแต่หน้าเก่าทั้งน้านนน 555

ปลล. อาถรรพ์คนงาม ไม่เจื้อ อย่าลบหลู่ ทั้งอุเอะ ทั้งซึ เฮโดนมาหมด อุเอะนี่น้ำหนักไม่ลด ส่วนซึ น้ำหนักเพิ่ม โทษฐานลืมวันเกิดเธอไปจากใจ โอ้ววว อะโฮ ~

#5 By pierce on 2009-10-26 22:01

^
^
อันนี้เรียก รำไม่ดีโทษปี่โทษคนงาม ฮ่าๆ
คนจะอ้วน อวบใย ใช่เอ้เสก...ได๋กา

กินหนักขนาดนี้ ไปเข้ายิมกะเอ้ไป๊ อิอิ (กรุณาลากตูดหมูบวมเบียร์บางตัวไปด้วย เพราะตอนนี้มันบวมอีกแล้ว ตอนอีฉันไปดูมัน มันผอมด้วยตาเปล่า เพราะต้องลดหุ่นถ่าย อันอัน พอดี ชิชะ)

ปล ฟิกเราสองคนนี่ เม็นท์กันเองดีแท้ ฮ่าๆsad smile

#4 By Hanabi on 2009-10-26 21:38

^
^
^

=w=" เฮบ่ได้หมายถึงน้ำหนักตัวอุเอะเด้อ เฮหมายถึงน้ำหนักตัวเฮต่างห่าง ไม่ขึ้นไม่ลด

เฮเลยลงรูปแก้บน เพราะคราวที่ลงรูปวันเกิด ก่อนลง น้ำหนักมันลดวัน6ขีด ถึง 1โล (ถ้าไม่กระเดือกเครปที่ เครปคาเฟ่ เพราะมันเป็นเครปครีม+ผลไม้+ไอติม.. อร่อยโพด!)

พอลงรูปแฮปอุเอะเสร็จป๊ป หลังจากนั้นมา น้ำหนักพ่อค้างเติ่งบ่มีลดเลย คาดว่า ไอ้เฮคงได้แฮป
วงเกินไปอะไรไป เธอแอบคงงอน เลยเสกไขมันให้ค้างอยู่ในตัวบ่หดหาย เลยพยายามขอขมา... แต่ท่าทางจะไม่ได้ผล TT - TT มันขึ้นมาฉองโลแหล่ว

คนงามงอน น่ากัวโพดๆ

#3 By pierce on 2009-10-26 20:35

สาบานนะว่าห่วงแค่งานอ่าเอ้จัง อิอิ
ตอนนี้น่ารัก ฮิ้ววววว อีจินอ้อนไม่กวนตีน(แต่ใช้มารยาแทน ฮ่าๆ)ตื่นมาหายไข้เลยปะเนี่ย คิกๆ รอตอนต่อไปอยุ่จาเม๋อนะก๊า

ขอให้มือหาเร็วๆนะจ๊ะคุณน้อง ขนาดมือเจ็บยังพิมพ์ฟิกได้จี้ดขนาดนี้ หุๆ
แล้วก็หาเรื่องไปทำบุญล้างซวยดูบ้างก็ได้ เบญจเพศมาเร็วไปหรือป่าว ฮ่าๆ

ปล ถ้าให้เอ้จังลดน้ำหนักลงอีกสักสิบโลคาดว่าจะเหลือแค่สี่สิบต้นๆ นั่นมันหนักน้อยกว่าพี่อีกนะคุณน้องงงง เอ้จังจะเหลือเป็นกุ้งเส้นยืนคู่กะหมูหัวฟูนะนั่น ฮ่าๆ

#2 By Hanabi on 2009-10-24 11:56

น่ารักอ่ะน้องเฮ

แหม ๆ ๆ ๆ อ้อนกันขนาดนั้น ทัตจังจะไม่ใจอ่อนได้ไง

แต่ทำไมไม่รู้ใจตัวเองกันซักที

น้องเฮแต่งสนุกอ่ะ ได้อารมณ์พวกมันเลยอ่ะ

ทัตจังห่ามได้ใจมากกกกกกกกกกกกกก

รออ่านตอนต่อไปนะจ๊ะ ส่วนรูปที่ขอไว้ ส่งให้ทางพีเอ็มที่บอร์ดนะจ๊ะ

ขอโทษที่นาน พี่ลืม ( ยอมรับเลยเอ๊า )

ปล....สถานที่เที่ยวในกรุงเทพแบบที่เฮถามพี่ไม่รู้ สวนหลวง ร.9 ล่ะมั้ง ดอกไม้สวยดี

แต่อยากมาเที่ยว อยุธยาไหมล่ะ เดี๋ยวพี่พาเที่ยวเมืองเก่าconfused smile

#1 By AiYuki on 2009-10-23 08:39

short fan-fiction