[sf] The rule is only one night # 2 End JINDA

posted on 21 Nov 2009 17:03 by piengtavan in KAT-TUN, shotfic

   คำเตือน :::  จากแรกๆ คาดว่าไม่เรท พอแต่งจบ มันเรทโคตรพ่อแล้วเพ่!!!! เพราะงั้น เนื้อหาในแฟน ฟิกชั่นเรื่องนี้ จัดว่ามีเรทอยู่ในด้าน NC-17 (ฉ) ห้ามเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ในประเทศไทยเข้าเยี่ยมชม หรือหากจะเยี่ยมชม ควรมีผู้ปกครองให้คำครหา เอ้ย! ชี้แนะแจกแจงว่า มันหาใช่เรื่องจริงไม่!

มันคือเรื่องแต่งขึ้นตามความฟุ้งซ่านในจินตนาการเท่านั้น!

แต่จะอย่างไรก็ตามแต่ ....  โปรดจงระวังข้างหลังท่านไว้ให้มากก็จงดี ขอบคุณที่มาเยือน 

ปล. มันคือศิลปะ!!!! 

 

 

# 2

--------------------------

เปลวไฟ ความเย้ายวนมีมากที่สุดเมื่อยามถูกความมืดแห่งราตรีกาลย้อมแสง  เสน่ห์ของเปลวไฟไม่ได้อยู่ที่ความสว่างที่ส่องเด่นตระการอยู่ท่ามกลางความมืด หากแต่อยู่ที่แสงเงาที่สะท้อนออกมาเมื่อยามที่เหล่าสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหว จนก่อเกิดเป็นรูปร่างแปลกตาที่ผู้พบเห็นบ้างหวาดกลัว บ้างหลงใหล....

    แต่ทว่า ท่ามกลางแสงเงาที่ลวงตาและล่อหลอกเหล่า แสงเงาที่มีเสน่ห์ยั่วเย้า ความอ่อนช้อย งดงามจนน่าหลงใหลมากที่สุด แม้แต่เปลวไฟก็ยังตกหลุมความงามนั้นอย่างไม่รู้ตัว คือแสงเงาที่สะท้อนจากผีเสื้อ

   ปีกบางเบาที่กระพือพริ้วเคลื่อนไหวยามเมื่อถูกปริศนาแห่งเปลวไฟและแสงสว่างนวลตายั่วยวนให้เข้าใกล้ เมื่อนั้น แสงเงาวูบวาบจึงปรากฏเยื้องย่างอย่างช้าๆ เนิบนาบอย่างมีจริต และเย้ายวนอย่างแปลกประหลาด สิ่งนั้น ไม่เพียงแต่เจ้าของเงาที่เกิดความลุ่มหลง หากแปลวไฟเอง ก็เป็นผู้ถูกทำให้หลงใหลเช่นกัน....

ผู้กำเนิดความเย้ายวนที่มีเสน่ห์ แต่กลับไม่มีความแน่นอนทั้งคู่ ต่างก็หลงใหลติดบ่วงเสน่ห์ในสิ่งที่ตนให้กำเนิดอย่างไม่รู้ตัว.... คงจะมีเพียงเวลาที่แสงแห่งดวงตะวันผู้ที่ลบเลือนความไม่นอนที่น่าเผลอใผลนี้มาเยือนเท่านั้น ที่เป็นสิ่งตัดสิน ว่าฝ่ายไหน จะมอดใหม้หรือดับสิ้นไปก่อนกัน ....

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

       ร่างสองร่างที่ต่างพร้อมใจกันพุ่งเข้าไปในเพนท์เฮ้าส์ทันทีเมื่อบานประตูไม้ขัดเงาเปิดและปิดลงอย่างรวดเร็วจนกระแทกขอบประตูเสียงดังสนั่น ร่างสองร่างที่ทิ้งร่างพิงประตูแนบชิดกันต่างพากันเงยหน้าขึ้นสบตากันและกัน ความเงียบที่ก่อเกิดมาพร้อมกับอารมณ์แห่งราคะที่พุ่งขึ้นสูงอย่างไม่สามารถที่จะหยุดยั้งและก็ไม่มีความต้องการที่จะหยุดมันไว้ เรียวปากทั้งคู่เผยยิ้มพร้อมกันอย่างไม่นัดหมาย และต่างคนต่างรู้หมายซึ่งกันและกัน เพียงก็แค่ต่างรอเวลาหาผู้เปิดเกมส์เร่าร้อนในคืนนี้ก็เท่านั้น...

 ทัตซึยะเขย่งร่างขึ้นสูง แก้มเนียนแนบชิดแก้มจิน ปากอิ่มไล้ผ่านสันกรามจนถึงหูนิ่มก่อนที่กดชิดแนบใบหูนั่น

"คนขี้แกล้งครับ ถึงเวลารับโทษแล้วนะ"

เสียงนุ่มหวานกระซิบเสียงพร่า ก่อนที่จะหัวเราะหึลงลำคอราวกับสนุกสนานเหลือล้นกับแววตาที่ตื่นเต้น เป็นประกายเด่นไหวระริกของจินที่ส่งมาทางตนอย่างลุ้นรอการกระทำของตนอย่างเร่งเร้า หากแต่ในท่าทีนั้นกลับถูกขวางกลั้นด้วยอีโก้ส่วนตัว จึงทำได้เพียงแต่ยืนยิ้มยั่วอย่างนิ่งๆไว้ท่ารอคอย ... 

  -อา~ จะน่ารักเกินไปแล้วนะครับ ....

เรียวปากอิ่มถูกไรฟันขบกัดทันทีที่เมื่อเจ้าตัวพยายามซ่อนรอยยิ้ม โดยที่จินตีความหมายว่านั่นคือท่าทางยั่วเย้ากลั่นแกล้งตนที่เป็นหนึ่งในการ"ทำโทษ" อย่างที่คนร่างบางที่ตอนนี้ร่นกายลงไปคุงเข่าอยู่ในระดับเดียวกับขอบกางเกงตนเรียบร้อยแล้ว

   ตาคมจ้องไปที่เป้ากางเกงกลางลำตัวที่เริ่มนูนเด่นแม้ไม่เด่นเท่าไหร่ แต่ทัตซึยะก็รู้ดีถึงสิ่งที่แสดงอารมณ์นั้นว่ามันเป็นเช่นไร เรียวลิ้นเปียกชื้นตวัดลากไล้จากด้านล่างจรดกระดุมเงินถมดำ ฟันขาวขบบิดแก้มันออก ไซร้จมูกโด่งลงที่รอยแหวกของสาบเสื้อที่เจ้าของไม่สนใจการติดกระดุม กดลงที่หน้าท้องยกใบหน้าขึ้นตามเคลื่อนไหวของจมูกโด่ง ริมฝีปากอิ่มกดจูบเบาๆตามไรขนอ่อนที่ขึ้นบางๆตามแนวหน้าท้อง จินเกร็งหน้าท้องแน่นอย่างไม่รู้ตัวเมื่อความเสียวซ่านตีตื้นขึ้นมาตามสัมผัสแผ่วหวาน ทัตซึยะยกใบหน้าจนถึงท่อนลำตัว กดจูบลงที่สะดือสวยและไล้ลิ้นลากลงมาที่ขอบกางเกงอีกครั้ง

  ทัตซึยะอมยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงที่กลางลำตัวอย่างเห็นได้ชัด

   "อ้ะ อึ่ก!!!!" 

      ปากอิ่มจงใจเป่าลมเบาๆที่ขอบกางเกงเอวต่ำจนจินเสียววาบอย่างไม่ตั้งตัว เสียงครางเล็ดลอดออกมาแต่แล้วก็หายไปกลางครันด้วยคมฟันที่งับกันและกดปิดจนดังกรอดไว้ได้อย่างทันท่วงที กิริยานั้นยิ่งเร่งความสนุกสนานในการแกล้งคนร่างสูงที่พยายามระงับสติด้วยการยั่วให้อีโก้ที่จินมีขาดผึงมากขึ้นกว่าเดิม เรียวฟันขาวกัดเข้าหัวซิบแล้วลากเลื่อนลงจนสุดทาง ส่วนกลางตัวที่ตื่นจนความร้อนระอุทะลุผ่านผ้าฝ้ายเนื้อนิ่มนั้นเด้งผงาดขึ้นจ่อใบหน้าสวยทันที ผ้าฝ้ายเนื้อนิ่มที่เป็นกำแพงกั้นแสนบางเปียกชื้นด้วยหยาดอารมณ์ที่ปริ่มปากยอดแก่นนั้นเรียกเสียงหัวเราะหึหะเบาๆของทัตซึยะขึ้นทันที่เห็น แม้ร่างบางจะตกใจในขนาดที่เห็นในทีแรกเพียงแว่บก็ตาม...

      สันกรามคนร่างสูงถูกกดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน จินคำรามฮึ่มฮั่มในลำคอเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยวในตัวร่างบางเสียจนอยากจับคว้าร่างกายที่อ้อยอิ่งยั่วเย้าปลุกอารมณ์ตนแทบคลั่งอยู่ตรงลำตัวตนขึ้นมาบดจูบดูดกลืนความหอมหวานเสียให้ร่างเพรียวขี้เล่นนี้หมดแรงขาอ่อนระทวย กายอ่อยย้วยยาบในอ้อมแขนตนและสอดใส่อย่างไร้การเบิกทางให้ครางกระเส่าเรียกชื่อตนลั่นภายใต้ร่างกายตนเป็นบทลงโทษซะเดี๋ยวนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด

หากแต่ ความหวานล้ำในแบบที่ตนไม่รู้จักจากร่างเพรียวกำลังจะมอบให้ตน ก็ช่างเป็นข้อเสนอที่แสนยั่วเย้าจนจินยอมกัดปากอดกลั้นใจจนร่างสั่นเทิ้มน้อยๆให้ร่างเพรียวนี้เห็นเป็นเรื่องสนุกสนานไปเสียก่อน

ก่อนที่จะเช็คบิลรวบยอดในทีหลัง ....    

   และแล้วสัมผัสอุ่นชื้นที่กดแนบผ่านพร้อมทั้งแรงดูดดุนที่ปลายยอดแก่นกายเน้นหนัก ก็เป็นสิ่งพิสูจน์ว่าการรอคอยไม่เสียเปล่า  สัมผัสกางเกงฝ้ายตัวจิ๋วที่พอดีตัวรั้งแก่นร้อนระอุที่แข็งขึงตามอารมณ์ที่พุ่งสูงจนแทบคลั่ง ยังไม่รวมถึงเรียวปากที่ใบหน้าสวยนั้นตะแคงงับตามสันความยาวเล่นราวเป็นแท่งน้ำตาลรสหวาน พร้อมทั้งไรฟันขาวที่ขบงับไล่ตามเส้นชีพจรที่เต้นตุบที่เรียวลิ้นได้สัมผัสผ่านเนื้อฝ้ายไร้รั้งรึงตามกลมก้อนอย่างสนุกสนาน ทำให้เสียงคำรามกร้าวในลำคอเล็ดรอดออกมาเบาๆเมื่อจินเผลอเผยอริมฝีปากหอบหายใจจากที่อดกลั้นจนสุดทน

    ด้วยความร้อนระอุที่ราวกับแผดเผาช่องปาก แม้จะมีผืนฝ้ายกั้นบางๆ ทั้งขนากที่เพิ่มขยายราวไม่มีที่สิ้นสุด แม้ใจนึงจะหวาดหวั่นกับความเจ็บปวดที่ได้รับกับสิ่งนี้ แต่อารมรืเสียวกระสันที่ซ่านขึ้นจนหลังหูชาดวงตาเริ่มมึนเมานั้นอยากลิ้มลองรสเผ็ดร้อนเสียเต็มประดา มือเรียวคว้าจับที่ต้นขาของจินและบีบแน่นเนื้อต้นขา เค้นผ่านกางเกงเดนิมสีเข้ม เร่งเร้าอารมร์ของร่างสูงให้ทะยานพุ่งสูงเท่าที่ตนทำได้ แต่แล้ว ใบหน้าสวยก็ออกจากหว่างขาจิน และเงยหน้าขึ้นยกคิ้วสูงเป็นคำถาม

ดวงตาคมประกายวาบด้วยเพลิงอารมณ์ ช่างเชิญชวน รวมคลื่นอารมร์ตนที่โหมซัดโถมแรงจนแทบไม่อาจสะกดกลั้นเอาไว้ได้   จินกัดฟันจนเส้นเลือดที่สันกรามปูด คำรามลงคออย่างอัดอั้น ก่อนที่จะถึงที่สุดของความอดทนในอารมณ์กระหายอย่างรุนแรงแล้วทำหารกดร่างบางกระทำชำเราคนตรงหน้าราวสัตว์ป่าเสียก่อน มือแกร่งยึดจับไหล่มนแล้วดึงร่างเพรียวขึ้นยืนก่อนจะตวัดกายนั้นช้อนขึ้นไปยังเตียงใหญ่ในห้องนอนตน สถาณที่ปลดปล่อยคลื่นอารมณ์ที่เหมาะสมกับคนตรงหน้าอย่างที่สุด

ร่างเพรียวถูกวางลงเตียงใหญ่อย่างรุนแรงแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการโยนจนกายเด้งไปตามแรงสปริงที่สะท้อนกลับมากแต่ทัตซึยไม่สนในการกระทำนั้น  ร่างบางหอบหนักหน่วงอย่างรุนแรง ผุดลุกนั่งคว้าชาบเสื้อตนถกขึ้นสูงจนหลุดออกจากหัวทุยและจัดการเหวี่ยงไปอย่างไม่แยแส แต่ในขณฯที่มือเรียวกำลังปลดตะขอกางเกง จินที่เปลือยท่อนบนและท่อนร่างที่กึ่งเปลือยด้วยฝีมือตนก็โถมกายเข้าใส่มือแกร่งรั้งดึงกางเกงตัวสวยเหวี่ยงไปด้านหลังอย่างไม่สนใจใยดี ใบหน้าหล่อคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าสวยและระดมพายุจูบอย่างบ้างคลั่งไร่รั้งตั้งแต่ปาก ลำคอ และลำตัว จนทัตซึยะไล่ตามไม่ทัน ทั้งรสจูบที่ร้อนแรง และมือแกร่งที่ลูบคลำกายแสนเร่าร้อน  

อารมณ์