SHIKI -02- Tomohisa x Tatsuya

posted on 24 Jan 2010 19:29 by piengtavan in FIC, KAT-TUN, NEWS

Title:: shiki

Cast :: Tomoohisa Yamashita, Tatsuya Ueda,Jin Akanishi,Keita Tachibana

-02-

 

ท่ามกลางแสงสว่างสีขาวจ้าจนน่าแสบตา สายลมเย็นรื่นได้หอบพัดพาร่างสูงของเด็กหนุ่มผิวเข้มมาจากฟูกนอนนิ่ม ตาโตเบิกกว้างอย่างอัศจรรย์ใจในสิ่งที่ตนพบเจอ แต่ก่อนที่จะเอะใจถึงสิ่งใด สายลมนั้นก็เทลาดลง ทิ้งเด็กหนุ่มลงสู่พื้นเบื้องล่าง

  ตาโตนั้นหลับปี๋ลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อร่างกายที่ลอยลิ่วยามร่วงลงสู่พื้นดินของตนนั้นสัมผัสกับผิวพื้นที่ตนคาดว่าน่าจะแข็งจนเจ็บ กลับกลายเป็นนุ่มสบายราวกับถูกทิ้งลงบนฟูกนอนของตนเสียอย่างนั้น ตาโตค่อยๆเปิดเปลือกตามองไปรอบกาย สิ่งที่ตนเห็นนั้นคือทะเลสีชมพูฟูฟ่อง ....กลีบดอกไม้สีชมพูนับพันกองฟูฟองอยู่รอบกาย...

   เด็กหนุ่มนั่งนิ่งตาค้างด้วยความตกตะลึง จนไม่ทันสังเกตุในสิ่งใด นอกจากเหม่อมองไปตามพื้นทะเลดอกไม้นั้นอย่างพึงใจ ละเลยความสนใจแม้กระทั่งลำต้นสูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นนั้น สิ่งใหญ่โตผู้เป็นแหล่งกำเนิดของเหล่ากลีบดอกไม้นับพันเหล่านี้...

   กิ่งก้านไร้ใบที่ถูกแทนที่ด้วยกลีบดอกชมพูชูช่อสดสวยพากันพยายามโยกย้าย ส่ายไหวด้วยแรงของสายลมเย็นรื่นที่พัดพานั้นช่วยในการผลักกิ่งก้านให้พัดพริ้ว ส่ายไหวไปมา ราวกับมือใหญ่ที่พยายามกวักเรียกสายตาของเด็กหนุ่มให้หันไปหา พร้อมทั้งเสียงของกิ่งก้านที่ต่างพากันเสียดสีแทนคำเพรียกหา ร้องเรียกเด็กหนุ่มให้พุ่งความสนใจไปที่ตัวมัน ...  

    เด็กหนุ่มผู้ถูกทั้งสายลมและเสียงกิ่งก้านของลำต้นใหญ่นั้นเรียกหาก็หมุนกายไปตามเสียงนั้นช้าๆ ก่อนที่จะยืนนิ่งงันไปกับสิ่งที่ตนได้ประจักษ์ ลำต้นสูงใหญ่ที่ยืนต้นตระหง่านอยู่อย่างโดดเด่น ราวกับร่างที่สูงใหญ่ยืนยืดกายเชิดหน้าอย่างภาคภูมิในความคสูงใหญ่ของมันและออกจะดูยืดมากขึ้นนิดๆเมื่อมันร้องเรียกความสนใจเด็กหนุ่มได้สำเร็จ กิ่งก้านสาขาที่คดเค้ยวเกี่ยวพันกันไปมาจนดูราวกับมันจะแผ่ขยายครองท้องฟ้ากว้าง แต่ทว่ากิ่งก้านเหล่านั้นกลับไร้ใบเขียวชะอุ่มอย่างที่ควรเป็น แต่กลับเต็มไปด้วยดอกไม้นับไม่ถ้วนที่ต่างพากันเบ่งบานชูช่อแข่งกันอวดความงามของมัน ดอกไม้ที่มีกลีบดอกสีเดียวกับทะเลฟูฟ่องที่รองรับร่างของตนนั้น....

   และแล้วสายลมก็เริ่มต้นเคลื่อนไหวอีกครั้ง ในคราวนี้มันพัดวูบไหวรุนแรงเสียจนเด็กหนุ่มต้องละใบหน้าจากความงามของต้นไม้ใหญ่ก้มลงเพื่อหลบธุลีดินที่สายลมพัดกรูปลิวพาตามมา และทันใดนั้น ดวงตาโตนั้นก็ได้เห็นอีกสิ่งที่อยู่ในที่นี้ นอกจากตัวเองกับลำต้นใหญ่นี้ ....

     ณ เวลานั้น แม้สายลมจะหยุดเคลื่อนไหว หากแต่สิ่งที่ตรึงสายตาและความสนใจของเด็กหนุ่มก็ไม่ใช่ลำต้นใหญ่หรือทะเลกลีบดอกไม้นั้นอีกแล้ว หากแต่เป็นร่างที่ยืนนิ่งเด่นตระหง่านอยู่ใต้ลำต้นใหญ่นั้น ร่างที่มีผิวกายขาวผุดผ่องอย่างนั้นมีใบหน้าที่สวยเด่นเช่นนั้น เด็กหนุ่มไม่มีวันลืมมันลงไปได้ และแล้วใบหน้านั้นก็ขยับผินยกดวงหน้าขึ้นจ้องมองไปยังฟากฟ้าด้วยดวงตาที่เหม่อลอยไปไกลแสนไกล ....

'ทัตซึยะ อุเอดะ' 

เสียงเอ่ยคำเรียกชื่อของร่างนั้นราวกับเสียงของสายลมที่เอ่ยคำกระซิบบอก หากแต่เด็กหนุ่มรู้แน่ว่านั่นไม่ใช่เสียงของสายลมแต่อย่างใด ในเมื่อเสียงนั้นคือเสียงที่ตนนั้นจำได้แม่นติดหู ทั้งๆที่เสียงนั้นเอ่ยคำพูดกับตนเพียงครั้งเดียวก็ตามที

     ในขณะที่เด็กหนุ่มขยับจะอ้าปากเอ่ยเรียกชื่อของร่างนั้น สายลมก็พัดพาร่างของเด็กหนุ่มลอยจากไป .... เด็กหนุ่มพยายามขืนร่างตนไว้ แต่แล้วก็พบว่าร่างที่เคลื่อนไปตามสายลมนั้นไม่ใช่ร่างตน .... หากแต่เป็นร่างขาวนั้นต่างหาก ร่างของอุเอดะ ทัตซึยะกำลังลอยจากระยะห่างที่ไกลเกินเอื้อม ให้ออกไปไกลแสนไกล... 

   *----------------------------------------------------------------------------------*

rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr

 

!!!!!!!!!!!

 

               เด็กหนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นมาท่ามกลางเสียงแผดร้องของนาฬิกาปลุกสังกะสีเรือนเก่า ก่อนที่มันจะเงียบเสียงลงเมื่อเด็กหนุ่มเอื้อมมือไปกดปุ่มหยุดมันเสีย เด็กหนุ่มเบนใบหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างที่ตอนนี้เหล่ากลีบดอกไม้หลากสีต่างพากันชูช่อ พลิ้วไหวไปตามกิ่งก้านที่ขยับลู่ไปตามแรงลม

  "ยิ่งกว่าตอกย้ำอีกแฮะ" เสียงขึ้นจมูกคล้ายเป็นหวัดเอ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนที่จะทิ้งร่างลงนอนแผ่หราลงบนเตียงนอนอีกครั้งด้วยท่าทางคล้ายจะหมดแรงลุก แขนยาวยกขึ้นพาดทับหน้าผากมนดวงตาโตมองเหม่อไปที่เพดานหากแต่ปล่อยไหลจิตใจให้ทะลุออกไปไกลเกินกว่านั้นนัก และแล้วลมหายใจก็ถูกระบายออกมาเฮือกใหญ่

  "ฤดูใบไม้ผลิของแกมันผ่านไปเร็วเกินไปมั้ยวะ ไอ้โทโมะเอ๊ย~"

แล้วตาโตนั้นก็หลับลงอีกครั้ง แม้ว่าสตินั้นไม่สามารถจะหลับไหลไปด้วยอีกครั้งก็ตามที...

   ------------------------------------------PAST-------------------------------------

       เสียงเจี๊ยวจ๊าวที่เกิดจากสนามบอลตอนกลางวันมันก็ดูไม่แปลกเท่าไหร่ แต่ที่มันอาจดูขัดๆตาไปบ้างจากในความคิดโทโมฮิสะตอนนี้ก็คงจะเป็นร่างเพรียวลมหน้าหวานที่กำลังวิ่งไล่ลูกกลมสีดำสลับขาวหัวเราะร่าปะปนอยู่ในกลุ่มเหล่านักเตะตัวเบ้งนั่นล่ะนะ...

ภาพที่เห็นนั้นทำให้โทโมฮิสะเผลออมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ขณะที่สายตายังคงไล่ตามร่างเพรียวลมที่วิ่งตัวปลิวอยู่ในสนามอย่างเมามันส์ในเกมส์ที่ดูท่าฝ่ายร่างเพรียวนั้นจะเป็นต่ออยู่ไม่น้อย เมื่อโกล์ข้างเดียวกันนั้นเล่นได้เข้าขากันเป็นอย่างดี

    "มองตาเป็นมันอย่างงั้นน่ะ ไม่เข้าไปขอเบอร์เลยเล้า~"  เสียงแปลกหูหากแต่คำพูดที่เอ่ยออกมานั้นฟังยังไงก็ชวนหาหมัดชัดๆ ทำให้โทโมฮิสะต้องละสายตาออกจากสนามหญ้าแหงนหน้ามองไปตามเสียงที่ลอยลมมา...

   เจ้าของคำพูดที่เอ่ยลอยๆออกมานั้นยืนค้ำหัวตระหง่านเหนือร่างตน ดวงตาโน้นหรี่หลบแสงสะท้อนของแดดยามบ่ายแกเพื่อมองใบหน้าคนพูดให้ชัดเจนขึ้น แต่แล้วร่างนั้นก็ทรุดกายลงนั่งชันเข่าลงข้างๆตน พร้อมกับหันหน้ามาหาพร้อมรอยยิ้มละไม

    "ไง พูดจาจี้ใจดำเลยเถียงไม่ออกอ้ะดิ่" คนพูดว่าพร้อมยักคิ้วอย่างหยอกเย้า ทำเอาโทโมฮิสะที่ตีหน้าขรึมอยู่นั้นคลี่ยิ้มบางๆอย่างจงใจยั่ว พร้อมกับเอ่ยตอบคำด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ไร้สำเนียงส่อหาเรื่องแต่อย่างใด

    "เปล่าหรอก ... ก็แค่คิดอยู่ว่าเรากับนายรู้จักกันหรอก็เท่านั้น" พูดเสร็จก็ยิ้มนิ่งๆปิดท้าย หากแต่คนฟังนั้นหน้ามุ่ยลงทันที

    "โห มาดนิ่มๆ แต่พูดจาน่ายันเหมือนกันเนอะนายน่ะ... เอาเหอะ วันนี้อารมณ์ดี" คนพูดว่างั้น หากแต่ใบหน้ากลับไร้รอยยิ้มอย่างเช่นคราแรกที่เอ่ยทัก คนแปลกหน้าร่างสูงหันกลับไปมองที่สนามหญ้าที่มีเสียงเฮโลลั่นทีนึง เมื่อเห็นว่าเกมส์ผลาญพลังงานมหาสาลนั้นจบลงที่แต้มสามหนึ่งก็สะบัดยกยิ้มที่มุมปากข้างหนึ่ง ก่อนที่จะหันกลับมาหาโทโมฮิสะที่นั่งเกยคางไว้บนแขนที่ทับหัวเข่าอยู่

    "ฉันทาจิบานะ เคตะ ห้องเดียวกับนาย นั่งหลังนายยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้ง" 

  โทโมฮิสะยกคิ้วขึ้น หันหน้าไปมองคนข้างกายที่ยกมือค้างอยู่เป็นเครื่องหมายกระชับมิตร ดวงตาโตมองนิ่งประเมินผลชั่วครู่ก่อนที่จะยกคางออกจากท่อนแขนและยกมือเอื้อมไปจับตอบเคตะ

    "ยามะชิตะ โทโมฮิสะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน" 

 ท่าทีที่อ่อนลงของโทโมฮิสะเรียกรอยยิ้มบางของเคตะ และทั้งคู่ก็ละมือออกจากกัน ขณะที่โทโมฮิสะขยับกายจะลุกขึ้นเดินกลับเข้าชั้นเรียนเมื่อได้ยินเสียงกริ่งสัญญาณดังขึ้น คำพูดลอยๆของเคตะก็ทำให้ร่างของโทโมฮิสะหยุดชะงักทันที

     "ถ้านายชอบรุ่นพี่อุเอดะล่ะก็ บอกไว้ก่อนว่าเค้าไม่ว่างเพราะพ่อโกล์มือทองน่ะ เค้าตีตราไว้เรียบร้อยตั้งกะปีหนึ่งแล้ว"

  เคตะที่เห็นท่านิ่งของคนข้างกายก็ขยับมือยกขึ้นตบลงเลาๆบนบ่าแกร่งนั้น สัมผัสของฝ่ามือที่บ่าไม่สามารถเรียกให้ใบหน้าของโทโมฮิสะละออกจากสนามหญ้าได้ แล้วตลอดทั้ง เคตะก็ต้องนั่งเรียนอย่างตั้งใจเมื่อเลคเชอร์ที่ตนจดนั้นมีเอาไว้ให้เจ้าของที่นั่งข้างหน้าลอก ในเมื่อตอนนี้เจ้าตัวนั้นขอลาบ้านกลับอย่างกระทันหัน

 

   --------------------------------PAST-------------------------------------------------------------------

 

       

เสียงกริ่งสัญญาณของการปิดประตูดังกังวาลลากเสียงให้ได้ยินมาแต่ไกล หากแต่ในครานี้ โทโมฮิสะกลับสาวเท้าอย่างเอื่อยเฉื่อยราวกับเสียงนั้นเป็นเพียงเสียงระฆังโบสถ์ไม่ใช่สัญญาณเส้นตายของประตูเหล็กสีดำที่กำลังเคลื่อนปิดเขตแดนอย่างช้าๆ 

 

   ในเช้านี้ แม้สายลมจะเย็นรื่นซักเพียงใด หากแต่ก็ไมส่ามารถทำให้หัวใจของโทโมฮิสะรื่นไปตามสายลมได้ดั่งเช่นยามเช้าของเมื่อวาน เมื่อข่าวร้ายที่แสนหนาวเหน็บยังก้องอยู่ในหูไม่สร่างซา โดยที่ไม่ว่าคำพูดใดก็ไม่อาจปลอบประโลมได้ ก็ในเมื่อ มันเป็นศึกที่แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งชัดๆ!

 

     "เอ้าๆ !  ปีหนึ่งตัวสูงคนนั้นน่ะ !!  จะสายตั้งแต่ตสันที่สองที่ได้เรียนเชียวเหรอ!"  เสียงเอ่ยตะโกนขู่เร่าๆ แว่วได้ยินมาแต่ไกล พาให้โทโมฮิสะยอมแหงนหน้าขึ้นตอบคำ ในเมื่อเสียงนั้นเหมือนจะเป็นเสียงของสมาชิกสภานักเรียนที่ทำหน้าดักเหยื่ออยู่หน้าประตูเหล็กสีดำนั้น ไอ้ครั้นที่โทโมฮิสะจะไม่ตอบโต้อะไรเลยก็จะกลายเป็นขัดขืนทำเป็นหูทวนลมจนอาจโดนโทษบวกเพิ่มด้วยความหมั่นใส้ก็กระไรอยู่ ด้วยอารมณ์ที่เจ้าตัวไม่อยากเจอเรื่องยุ่งทั้งที่หัวใจยังขาดความชุ่มชื้นอยู่แบบนี้ซักเท่าไหร่ ปากิ่งขยับเอ่ยขานรับคำขณะทีพยายามสาวเท้าให้เร็วขึ้นเป็นธรรมเนียม แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักค้างเมื่อก้าวผ่านพ้นรั้วเหล็กที่เปิดออกเพื่อตนอีกครั้งนึง

 เมื่อพบว่าร่างที่ตะโกนเร่งตนนั้นเป็นร่างเพรียวลมที่คุ้นตาตั้งแต่พบเจอคราแรก ร่าวขาวนั้นยืนฉีกยิ้มขี้เล่นส่งให้ตนอยู่พร้อมกับที่ในมือถือบอร์ดพลาสติกสีแดงสดคาบกระดาษรายชื่อเอาไว้

 

     "ว่าไงนักวิ่งฝีเท้าเยี่ยม วันนี้ไหงไม่ใส่สปีดท็อปมาอย่างเมื่อวานล่ะ อุส่าห์รอดูเลยนะเนี่ย" เสียงทุ้มเอ่ยทักโทโมฮิสะด้วยน้ำเสียงสดใส จนร่างสูงเผลอยิ้มตอบกลับไป

     "อ้าวไม่ตอบซะงั้น...  เอาเถอะ เห็นเป็นปีหนึ่ง คราวนี้จะปล่อยไป .... " ร่างบางนั้นเอ่ยด้วยท่าทีของผู้เป็นต่อกลังยื่นข้อเสนอชิ้นงาม จนโทโมฮิสะอดที่จะเล่นตอบกลับด้วยท่าทางมีหวังอย่างสุดซึ้งกลับไปเสียไม่ได้ และด้วยท่าทางนั้นก็สามารถเรียกรอยยิ้มร่าของร่างบางที่คิดว่าตนเป็นต่อออกมาเสียยกใหญ่ ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะหุบลง แล้วตาคมนั้นจะหรี่จ้องมองร่างของรุ่นน้องที่สูงกว่าราวกับครูที่คาดโทษเด็กๆ

    "แต่คราวหลังน่ะ ไม่มีอีกแล้วน่ะ  ได้ โทโมะคุง"

จบคำ ร่างบางนั้นก็เดินตัวปลิวจากไป โดยท้งไว่ให้โทโมฮิสะทำหน้าอึ้งอยู่อย่างนั้นโดยที่คราวนี้ เจ้าตัวไม่ได้แสร้งทำแต่อย่างใด ก็ในเมื่อ เสียงทุ้มที่เปล่งออกมาจากปากแดงนั้นเพิ่งเอ่ยเรียกชื่อตนอย่างไม่ผิดเพี้ยน

 

-แล้วอย่างนี้ จะให้ตัดใจไม่ออกมาจากมุ้งมาสู้ได้ไงกันเล่า-

 

 

----------------------------------------To be con tinued--------------------------------

กว่าจะคลอด...  ข้ามปีดีดัก ... - -"

เอาเถอะ ขาเดี้ยงแบบนี้ มาหมกอยู่บ่านเพื่อนที่มีคอมแบบนี้ ... คาดว่า สามสี่วันนี้ คงวได้ต่อหลายเรื่องที่ค้างไว้อยู่ ไงๆ เพื่อนก็ไถออกมาจบร้อยเปอร์ไปเมื่อวานแล้ว วันนี้ก็เข็นชิกิที่ค้างข้ามปีมาแล้ว...

คาดว่า ไม่น ก็คงจะมีเรนื่องอะไรที่ไอ้เฮพอจะนึกได้ว่าค้างอยู่ตามออกมาละน้า~~

เหอ เหอ ....

สุดท้ายนี้ ขอบ่นทีเถอะ ...

เมื่อไหร่ไอ้เฮจะโชคดี แฮปปี้มีมันนี่เหลือเก็บมั่งว้าเฟร้ย!!! โฮก!!!!!!

 

 -----------------------------------------------------------------

 

 

กะว่ามันไม่น่าเบี้ยวแล้วนา บุ๊ยบุ่ย -3-

มาๆ มาแปะรูปคนงามเอาไว้เป็นแรงอธิฐานกัล!!!!

 

(น่ารักมะล่ะ อาฮุ )

 

ปล. พรุ่งนี้ตัดไหม หมอว่า คาดว่าน่าจะมีหนองในแผล(ตรงที่เนื้อหายไป)เพราะมันบวมแดง.... OHhhhhhhh!!!!!!!!!  w(TT [] TT)w

 

..... ทำม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย~

โอม ด้วยแรงแห่งอุเอดะ ขอให้ไอ้เฮไม่มีหนอง เท้าหายภายในสองอาทิตย์ที่จะถึงด้วยเถอะ สาธุ อาเมน ....

เพราะงั้น จากวันนี้ คาดแว่... อาจจะเริ่มเกิดอาการหมกใหกันอีกครา...

(TT..TT)

edit @ 26 Jan 2010 20:24:37 by pierce

Comment

Comment:

Tweet

ฮัลโหล
ไม่ได้เจอกันนาน ขอมาHNYย้อนหลังนะ
//ช้าไปมั้ยsad smile
มีความสุขมากๆ หายป่วยไวๆน้า^^

#3 By Giwi on 2010-01-28 11:50

กรี้ดด มาอีกรอบ หลังจากไปเขี่ยหาตอนแรกมา จำไม่ได้แล้วนะเนี่ยว่าเป็นคนขอคู่นี้เอง 555 แล้วฝันก้เป็นจริง อิอิ

เข้าเรื่อง .. อีตอนทัตจังโดนพายุพัดหายไปจากฝันมะพีนั่น แอบหวั่นใจว่าเอ้จะเป็นไรตายไหมวะเนี่ย...เค้ากลัว...อย่าน้าาาาาาเฮ
แถมแอบหลุดขำพรึดไปอีกตอนคนที่มาแอบแซวพีคือเคตะ ฮ่าๆๆ งั้นก้เดาได้เลยชิมิว่าเจ้าของผู้จองตัวทัตจังไว้เป็นผู้ได๋ อิอิอิอิอิอิ...ไม่ได้มาในบทเพื่อนก็มาเป็นคู่แข่งที่สูสีละว้า ก๊ากกก..ชอบบบบบบ

อย่าปล่อยให้รอนานนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะเอาพีดะจัสวันไนท์มาแลก อิอิ

#2 By Hanabi on 2010-01-25 14:49

เห๊..เรื่องไรเนี่ย ไม่เห็นจำได้ว่ามีคู่นี้ ขอกลับไปคุ้ยก่องน้าาาาาา ฮิ้ววววววว

พีดะ พีดะ คิๆๆ
(ขอเก็บจินเข้าตู้ไว้ลวนลามคนเดียวละกัน อิอิ)

#1 By Hanabi on 2010-01-25 14:00

short fan-fiction