Title ::  เพื่อน... กูรักมึงว่ะ

Main-Cast :: KAT-TUN

Co-Cast :: News

08

 

"กูว่า... กูคงรักมึงว่ะ" .... เอาล่ะมึง กูพูดไปแล้ว พูดประโยคที่กูไม่เคยคิดว่าจะได้มาพูดกะคนที่มีอวัยวะทุกอย่างเท่าๆกะกูมาก่อนในชีวิต แต่ตอนนี้กูก็พูดออกมาแล้ว .... ถ้ามามุกเงียบแล้วเดินหนีเป็นนางเอกหนังเกาหลีแบบที่บ้านไอ้เป็ดกูจะตามไปสัดกบาลให้หายมึนสักป้าบ เอาเด้!

"......."  

เงียบ...              .....       ทำไมวะ -*- .............

"ทัตซึยะ" ลองแย็บๆเรียกมันดูเผื่อจะตื่นจากฝันตอนเย็น.... ก็ไม่ตื่นแฮะ .....

ผมขมวดคื้วนั่งทับเข่ารอมันจนเมื่อยแต่มันก็ยังไม่มีอาการอะไรแสดงออกนอกจากจะนั่งท่าเดิม ที่เดิม และสีหน้าแบบเดิมเป๊ะ จนผมเริ่มกลัวๆว่ามันจะเส้นยึด เลยยกมือขึ้นแตะๆไปที่แก้มมันเบาๆ

แปะๆ .... ยังไม่ขยับ ลองอีกที

แปะๆๆ .... นิ่ม เอ้ย นิ่ง...

ผมชักสีหน้าใส่มันดู ก็ยังนิ่ง มือผมที่คาแตะไว้ที่แก้มก็ยังคาไว้ ... ผมเลยจัดการเริ่มบีบแก้มที่เดี๋ยวนี้ชักจะยื่นออกมาแข่งกะไอ้ยูดงึเบาๆ ดึงไปดึงมาชักมันมือ เลยเผลอดึงแรงจนปากที่ปิดสนิทของมันเขยื้อนเปิดออก ทำให้ผมเผลอหลุดหัวเราะขำออกมา

ปึ้ก!

สันฝ่ามือที่อยู่ก็โผล่เข้ามากระแทกกลางหน้าผากผมดังจนได้ยินเสียงชัดเจน ทำเอาผมละมือออกจากแก้มมันไปกุมหน้าผากทันที

"คนเค้าทำเฉยแล้วชักเอาใหญ่นะมึงนี่" คำพูดเสียงนิ่งๆของมันที่ดังออกมาทำเอาผมเลิกสนใจในความปวดหนึบๆที่หน้าผาก เงยหน้าขึ้นมองมันทันที ใบหน้าที่ยังคงสีหน้าเฉยนิ่งหากแต่แฝงแววหยิ่งทระนงที่น้อยคนจะรู้ว่านั่นคือยามที่มันอารมณ์ดีเป็นปกติแค่ไหน ทำเอาผมเผลอกระตุกยิ้มออกมา มันหันหน้าไปด้านข้างหนีผมอีกครั้ง แต่คราวนี้ ผมไม่ใส่ใจจะบังคับก็ดท่าทางที่อ่อนลง ผมก็โล่งใจไปว่าจะคุยได้รู้เรื่องมากกว่าตอนที่ท่าทางเหมือนคนสติหลุดตอนที่เข้ามาเจอมันนั่งหัวฟูในตนแรกน่ะนะ

"เอ้า! ก็เห็นนั่งให้ลูบตั้งนาน ก็นึกว่าชอบให้เล่นกูก็เลยจัดให้ เป็นไง ไออุ่นมือกู อุ่นละมุนดีใช่มะล่ะ" ผมว่าแล้วยักคิ้วให้มันที มันกลับทำหน้ายู่บนจมูกให้ผมซะนี่ ... ไอ้นี่นิ่ ฝ่ามือคนหล่อระดับอคานิชิทั้งทีช่วยทำหน้าให้มันดูเหมือนจะปลื้มมากกว่านี้ได้มะวะไอ้เวร

ผมง้างมือยกขึ้นตบลงบนหน้าผากมันอีกที คราวนี้ตั้งใจกะให้เจ็บจริง แต่มันดันยกมือขึ้นปัดออก .... ผมจะไม่อะไรเลยถ้ามันไม่แรงจนผมเริ่มรู้สึกเจ็บ....

"อย่าปัดมือกูทิ้งแบบนี้อีกนะ กูไม่ชอบ" ผมลุกขึ้นยืนออกปากบอกมัน เพราะตอนนี้ไม่อยากอารมณ์เสียในอะไรทั้งนั้น เพราะมีเรื่องที่ค้างไว้ต้องเคลียร์ ขณะที่ผมกำลังจะหันหลังลุกหยิบถุงที่ผมวางทิ้งไว้ มันก็กระชากข้อมือผมแรงๆจนผมต้องหันไปตามแรงมัน

"อย่ามาสั่งกู กูไม่ชอบเหมือนกัน" มันมองผมตาขวาง กัดปากแน่นด้วยความโกรธ ผมมองมันพร้อมกับพยายามสงบสติอารมณ์กับการกระทำของมัน ผมหลับตาครู่นึงแล้วเปิดออกมองไปที่มัน ผมพ่นลมหายใจออกมา ... กูเอาเถอะว่ะ ตาก็จ้องกูกะว่าถ้าแม่งมีเลเซอร์พิฆาตแบบเอ็กเม็นคงเอากูให้เป็นจุล แต่ตัวนี่เลอกสั่นซะ แถมไอ้ตาที่ว่าจ้องเขม็งนั่นก็เสือกแดงได้อีก .... เว้ยยยยยยย~  มึงรู้มั้ยเนี่ย ตั้งแต่กูรู้จักมึงมาเนี่ย เพิ่งรู้วันนี้เนี่ยแหละวะมึงมันโคตรจะน่ารักฉิบหายเลยเนี่ย!

"ปากน่ะ จะกัดให้เลือดเลยรึไง" ผมนั่งลงยองๆหน้ามันอีกครั้งแล้วเอานิ้วหัวแม่มือกดลงไปที่ปากมันกั้นไม่ให้ฟันกดลงไปที่เนื้อมากขึ้นเพราะตอนนี้ปากมันที่ปกติมักจะมีสีชมพูอ่อนๆแดงเถือกร่ำๆจะเป็นสีเลือดไปทั่วรอบปากนอกจากตรงที่โดยคมไรฟันกดไว้ ผมกลัวว่าจากสีแลอดคราวนี้มันจะมีน้ำเลือดออกมาจริงๆ

แป๊ะ! .... มันยกมือปัดมือผมออก ...  อีกแล้ว

ผมที่มือค้างอยู่กลางอากาศก็ไม่สนใจที่จะเอามันลง ได้แต่มองหน้ามันนิ่งๆ ในขณะที่มันก็จ้องตอบผมกลับด้วยตาที่ขวางกว่าเดิม คราวนี้ผมถอนหายใจด้วยความเหนื่อยออกมาแรงๆ ... ผมเกนื่อยกับอารมณืที่ดื้อด้านของมัน ใช่ ผมเหนื่อยแล้ว แล้วตอนนี้ผมก็ขอถอยไปตั้งหลัก เพาะความอดทนที่จะมานั่งทนอารมณ์ขึ้นลงให้ได้มากกว่านี้วันนี้อีกมากๆ แล้วจะหันมาคุยกับมันต่อ.... ถ้าเป็นวันนี้ เห็นทีคงได้จบลงที่ทะเลาะกันหัวแตกแบบทุกครั้งแน่ๆ

ผมลุกยืนแล้วหันหลังกำลังจะเดินออกมาจากห้องนั้น

"ไอ้ตอแหล!!!" ผมหยุดเท้าผมทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกนดังลั่นนั้นข้ามห้องมา เสียงตะโกนที่ดังลั่นข้ามห้องมันไม่ได้ทำให้ผมหยุดเดินหรอกครับ แต่เป็นหมอนอิงขนาดย่อมที่ไม่รู้ว่าตอนซื้อทางร้านมันอัดอิฐไว้ด้วยเพื่อการนี้โดยเฉพาะรึเปล่ามันปลิวมาตามแรงเขวี้ยงลอยลิ่วมาโดนหัวผมจนแทบหน้าทิ่มพื้นแบบนี้ -*- ....

"ไอ้สันดาน!!!" คำสรรเสริญผมดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับหมอนอิ่งใบที่สองที่ระดับความแข็งไม่แพ้ใบแรกลอยลิ่วมากระทบหลังผมอีกครั้ง .... เออ เอาให้พอใจมึงไปเลย กูจำได้ว่าที่มึงนั่งมันแค่สามใบ ล่อหัวกูไปสองละ เหลืออีกที กูทนได้! มา!! เอ้า!!! เดี๋ยวกูสมณาคุณพิเศษ หันหน้าให้เขวี้ยงเลยเอ้า !!!! 

ผมหมุนตัวกลับไปพอดีกับที่มันยกมือขึ้นสูงสุดแขน ทำให้ผมต้องแหกปากโวยออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เพราะของในมือมันคราวนี้ ไม่มช่หมอนอิ่งแข็งปั้กอีกแล้ว มันเป็นรีโมทสโตริโออันขนาดเท่าขวดน้ำ250cc ไม่ต้องพูดถึงความแข็ง หัวผมแตกได้สบายแน่ ถ้าเป็นแรงเขวี้ยงมันน่ะ!

"มึงจะเอาให้หัวกูแตกเลยรึไงวะ ไอ้เหี้ย!"

"กูอยากให้ปากมึงแตกมากกว่าอีก!!"  ว่าแล้วมันก็ขว้างมาทันที ผมก้มหลบทันพอกับที่เจ้ารีโมทสิ่งไม่มีชีวิตที่โชคร้ายกระทบกับผนังห้องเสียงดังเสนาะหูผมมาก พร้อมกับสภาพชิ้นส่วนที่แตกกระจายตัวออกล่วงหล่นลงสู่พื้น ผมไม่ยืนไว้อาลัยให้มันเท่าไหร่นัก นอกจากรีบกระโจนเข้าไปหาไอ้มัตซึยะที่ทำท่าจะหัวหยิบอะรซักอย่างขึ้นมาเขวี้ยงเล่น โดยที่มีหัวของผมเป็นเป้าซ้อมมือ

ผมฉวยจับมือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบหลอดแจกันเซรามิกไว้ได้ทัน ก่อนจะกระฉากมันลงให้ลมลงบนโซฟาแล้วจัดการกดมันไว้

มันไม่ดิ้นอย่างที่คิด แต่มันกลับจ้องหน้าผมด้วยรังสีฆ่าฟันที่ตอนนี้ผมยังอดเสียวสันหลังขึ้นมามั่งแล้ว แต่แล้วน้ำใสๆก็ดันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนไหลแหมะๆ อย่างไม่มีปี่ขลุ่ย ทำเอาผมตกใจรีบปล่อยมือลุกออกจากตัวมันแทบไม่ทัน

มันลุกพรวดไปนั่งเอาแขนปาดน้ำตาปื้ดๆอยู่ที่ปลายโซฟาอีกข้าง โดยที่มีผมนั่งมองมันอยู่ที่ปลายโซฟาอีกข้าง

ผมนั่งมองมันเงียบๆ ขณะที่มันพยายามจะเช็ดเอาน้ำตาออกไปให้หมด แต่ก็ไม่ยอมหมดจนมันต้องสบถออกมาอย่างหัวเสีย นั่นทำให้ผมได้ยินเสียงของมันที่สั่นเทา ... ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่มันเสียวแปล็บปวดอกขึ้นมาทันที

"กู... ชอโทษ"

"ขอโทษอะไร!!" เสียงตวาดของมันยังคงสั่น แต่มันก็รู้สึกดีกกว่าเสียงเบาๆ สั่นนั้นเยอะ ผมผินหน้าไปมองมันนิ่งๆ ตาแดงๆที่ยังคงรื้นน้ำตาอยู่ทำเอาผมต้องนิ่วหน้าลงเมื่อเห็นมัน

"ขอโทษที่ทำมึงร้องให้"

"ใครร้องให้เพราะมึง! อย่ามาหลงตัวเอง" ปลายเสียงที่เบาลงทำให้มันต้องรีบหันหน้าหนีผมออกไปด้านข้าง ผมรู้ว่าก้อนสะอื้นที่มันกลั้นไว้กำลังจุก และน้ำตาก็คงจะไหลอีกรอบ ผมกำมือแน่น ก่อนที่ตัดสินใจจะเลื่อนตัวไปนั่งใกล้มัน ผมเอื้อมมือไปคว้ามือที่กำลังเช็ดเนินแก้มแรงๆมาจับไว้แน่น 

แรงสะบัดทำให้ผมต้องออกแรงมากขึ้น จนกระทั่งมันแด แต่มันก็ยังไม่หันหน้ามาทางผม ผมก็นั่งจับมือมันไปเงียบเหมือนกัน ... ผมในตอนนี้ ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว เราะพูดไปก็รังแต่จะมีแต่เรื่องให้มันเรื้อรัง ผมอาศัยความเงียบที่มีอยู่คิดอะไรไปเรื่อยๆ ทั้งเรื่องมัน ว่าจะทำยังไงให้มันกลับมาเป็นปกติ ไม่สติแตกพร้อมที่จะเงียบแล้วฟังในแบบของมันทุกครั้ง จะทำยังไงกับงานพรุ่งนี้ถ้าตามันยังไม่หายบวม เมคอัพจะปิดมิดมั้ย? จะทำยังไงให้มันคุยดีๆด้วย จะทำยังไงให้มันเริ่มที่จะฟังในคไฃพูดพร้อมกับใช้เหตุผล วนไปวนมาซ้ำๆอยู่อย่างนั้น นานพอที่ผมจะเลิกคิดแล้วก็กลับไปมองมันต่อ ผมหันไปมองมันก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นมันมองผมอยู่ ไม่รู้ว่านานแล้วรึยัง แต่ก็รู้ว่าไอ้เหตุผลที่มันเคยมีขอบมันมันเริ่มจะกลับมา แล้วน้ำตามันก็เลิกไหลแม้ตามันจะยังแดงๆอยู่ก็ตาม

"จะจับไปอีกนานมั้ย?" คำถามเสียงนิ่งกับหน้าที่ผินมองนิ่งๆนั้นไม่ทำให้หัวผมที่หมุนติ้วจนจับอะไรก่อนอะไรหลังไม่ได้ให้หยุดลง

"แล้วมึงล่ะ จะตอบกูได้รึยัง?"

"ห๊ะ??"  คิ้วมันขมวดด้วยความไม่เข้าใจทันที

"ที่กูบอกว่ารักมึงน่ะ  มึงจะให้คำตอบกูได้รึยัง?" คราวนี้มันหน้าเครียดกับคำขยายคำถามทันที ... จะเครียดอะไรนักหนาวะ กูชักจะหงุดหงิดละนะ -*- แค่ตอยว่ารักกูนี่มันยากมากเลยรึไงละ เหี้ยเอ้ย!

"มึงจะคบกะกูก็แค่ตอบอือ ไม่คบก็บอกว่าไม่ ก็แค่นั้น ทำไมต้องมานั่งคิดให้เครียดด้วยวะ"  ผมหลุดส่งเสียงหงุดหงิดไปกับมัน ทีนี้มันเลยขึ้นบ้าง ตาที่เลิกขวางไปแล้วกลับมาขวางคิ้วขมวดเข้าหากันฉับเป็นอัตโนมัติ

"ไอ้เหี้ย! เรื่องนี่ไม่ควรเครียดเลยดิ่สำหรับมึงน่ะ!" ....

แล้วพวกผมก็เริ่มแหกปากใส่กันอีกครั้ง ...

"สัดกูเครียดจนกูตัดสินได้แล้วต่างหาก เหลือมึงน่ะแหละ ไอ้หัวช้า!" จะด่าว่าที่เมียว่าไอ้ควายก็กระไรอยู่ใช่มั้ยครับพี่น้อง

"ถุย! หัวช้า จะด่ากูควายก็ว่ามาเซ่!!"  อุแน่ะ อุส่าห์ใส่คำสุภาพเสือกมาขยายความเต็มเองนะเมีย มึงนี่มันฉลาดสมเป็นเมียกูจริงๆ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาชื่นชม มันเป็นเวลาไล่บี้ผู้ต้องหาให้รับผิด แล้วจับไปประหารรรรรร ... ไม่ใช่แระ มันเป็นเวลาไล่ต้อนคนเป็นเมียให้ยอมรับว่าเป็นเมียกูแต่โดยดีต่างหาก คิดดิ่วะ คิดดดดดด 

"มึงรับเองนะ"  พลั้งปากออกไปก่อน เดี๋ยวไดอะล็อกขาดแล้วมันจะต่อไม่ติด....

"กูไม่ได้รับ! แค่จะด่ามึงกลับว่าถ้ากูควาย มึงก็ไอ้โคตรควาย ควายเถื่อน!! ไร้สมอง! มีแต่สันดานดิบ! กามด้วย!!" อะโห หลายหมัดว่ะเมีย ทั้งควายเถื่อน ทั้งกาม เออ เออ จะด่าไรด่ามา เมียด่าว่าเมียรัก เพราะงั้นกูรับ!!

"เออ กูพอใจในความเถื่อนของกู กูยอมรับในตัวกูว่ากูกาม แล้วมึงล่ะ ยอมรับรึยัง!!"

"ยอมรับเชี่ยไรมึง!" หึหึ คำถามแบบนี้... ก็เข้าทางกูดิ่วะ เมีย~ โฮะๆๆๆ 

"ก็ยอมรับว่ามึงเป็นแฟนกูไง"  ฮ่า ฮ่า ฮ่า หน้าแม่งเหวอไปเลย เป็นไง ควายเถื่อนก็พัฒนาเป็นว่ะ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องตล่อมเอามึงทำเมียนี่ ไม่สิ ให้เมียยอมรับสถานะว่าเป็นเมียดิ่ รู้สึกควายตัวนี้มันจะฉลาดเป็นพิเศษว่ะ ก๊ากๆๆ

ไอ้ทัตซึยะแม่งห้มหน้าหลบตาผมทันที โอ๊ย อย่ามาทำท่าทางอย่างง้าน~ มันน่ารักเกินไป~ ก้มหน้างุดๆอยู่คนเดียว แต่แล้วก็หลุดพึมพำอะไรออกมาแม้ไม่ดังนัก แต่ผมก็ได่ยินชัดเจนแจ่มแจ๋ว

"ไอ้เหี้ย ไอ้ขี้ตู่" เสียงด่าหงุงหงิง ทำเอาผมเผลอยิ้มออกมา หึหึหึ  เออออออ  จะด่าไรก็ด่าไป~ เพราะหน้ามึงตอนนี้มันแดงแป๊ดโคตรน่ารัก น่ารักฉิบหาย น่ารักจนกูยอมอภัยทุกอย่างเลยว่ะ เมียกูนี่มันน่ารักอะไรอย่างนี้วะฮ่าๆๆ

"ยิ้มเหี้ยไร! แล้วจ้องกูอยู่ได้หน้ากูเหมือนพ่อมึงนักรึไง!!"  ทำเป็นขู่แฟ่ดตาขวาง อย่าเมีย อย่าเอาความเถื่อนที่ไม่มีมาปิดบังความน่ารัก มันปิดไม่มี๊ด~~

"ใครบอก หน้ามึงเหมือนเมียกูต่างหาก" อุ โฮะๆๆๆ  เจอมุกนี้ เมียที่รักเหวอไปอีกรอบเลยเหรอจ๊ะ หุหุหุ

"อะ...  ไอ้.... ไอ้สัด!! กูยังไม่ได้บอกว่าจะเป็นแฟนมึง! แถมไม่มีวันเป็นอีกต่างหาก!! ไม่มีวันโว้ยยยยยยย!!!"  หืมมมมม  ไม่มีวันงั้นเหรอออออ  น้อยไปดิ่ไอ้ทัตซึยะเอ้ย

"เอออออออ  วันนี้ไม่เป็นก็ไม่เป็นไร หึหึ แต่จะบอกอะไรไว้ให้มึงรู้อย่างว่ะ"  ผมว่าแล้วกระเถิบหน้าเข้าไปใกล้มัน ที่ตอนนี้รู้สึกเหมือนมันจะเอนหนีไปข้างหลังทีละนิด...

"เหี้ยไร  กะ.. ก็ว่ามาเด้ะ"

"มึงน่ะ จะต้องรักกูแน่ๆ แถไม่ต้องไต่เต้าจากตำแหน่งแฟนให้เสียเวลาด้วย เพราะมึงน่ะกูให้ข้ามขั้นมาเป็นเมียกูเต็มตัวแบบไม่ต้องมีข้อแม้ใดๆเลย รู้มั้ยจ๊ะ เมีย~"  ว่าแล้วก็ถือโอกาศเก็บสแปร์ ด้วยการจุ๊บลงไปที่แก้มนิ่มๆของมันทีนึงก่อนที่ผมจะวิ่งโร่ออกจากบ้านมันแทบไม่ทันเพราะแข้งยาวๆที่มันไล่หวดผมคราวนี้ ขืนทู่ซี้รับอย่างเคยๆ งานที่รับไว้มีหวังแคนเซิ่ลหมด เพราะต้องนอนรักษากระดูกที่หักให้ต่อกันติดเป็นเดือน

---------------------------- To be continued ---------------------------------------------------

ขายังบ่หาย แต่แว้บมาต่อเพราะดูพีวี เลิฟยัวเซล์ฟ ....  โคตรจะสุดยอดดดดด!!!!!!   อยากได้ซิงเกิ้ลง่า~~~~~

ตอนนี้เกือบจะดราม่า เพราะขึ้นต้นมาล่อซะเครียดเชียะ-*- .... ตอนจบตอนดันมาเบาได้เนอะ เหอ เหอ - -"

เฮ้อ~ ตอนนี้หัดเดินอยู่แม้จะยังติดๆเท้างอได้ไม่เต็มที่ แต่เดี๋ยวก็ต้องเป็นอย่างเดิมแน่ๆ แล้วในไม่ช้า จะได้ออกแรดได้ต่อ อะโฮะๆๆๆๆ

โอ๊ย~~~ ซอกคอช่างน่าซบเสียนี่กระไร~

(มาเซ่!!! - อิจิน ตวัดดาบขู่ลงดังวึ่บ!)

EDIT BY :: Ginoru @ D-ADDICT

อยากต่อดรีมจังเลยน้า~

 

Comment

Comment:

Tweet

แล้วเมื่อกี้เอ้ร้องไห้ทำไมล่ะนั่น...

อีคู่นี้ก็เถื่อนได้ใจจริงๆ
ไปเชื่ย กลับสัตว์ เอ่อ
เอ่อ อยู่กินกันนี่จะไปรอดมั้ยเนี่ย
หรือว่ามาโครทั้งคู่ 5555+
ไม่อยากคิดไปเอง รออ่านดีกว่า

มาต่อไวไวนะคะ

#5 By juminyy_RyoDa on 2010-03-13 17:45

เฮ....
พยายามเดินเข้าลูก 555+

ส่วนฟิค...เอ้น่ารักไม่ต้องพูดถึง...
อิจินก็ควายฉลาดดี ๆ นี่เอง
แถมฉลาดแกมโกงซะด้วย.....เอาดีเข้าไว้
แต่พี่ชอบ....แหม ๆ ๆ ถึงจะแค่ได้หอม แต่ไม่รู้ทำไม พี่ว่าตอนนี้ก็เหมาะ ๆ ดีนะ

เมกกิ้งเลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ น่ารักเน้ออออออออเฮ
แบบว่า จินเอ้ ๆ ๆ ๆ
ดีโมชั่นก็เหอะ.....จินเอ้เหมือนกันนะ แอบเห็นมันสะกิดเรียกกันด้วยอ่ะ....


แต่พีวีจริง ๆ ออกมา 5555+ คิมะ...เรพาะเห็นหน้าพี่คิกับคาเมะชัดกว่าชาวบ้าน
ไป๊เฮ ไปชิงตัวพี่คิกลับมาให้จุนโนะซะดี ๆ 555+

#4 By AiYuki_paewkawaii on 2010-02-26 14:54

เเอร๊ยยยยยยย
เข้ามาตามอ่าน สรุป อ่านจนมันได้กัน (เป็นสามีตามกดหมาย) เอ๋พี่เฮ ทามม้ายอิจินมันช่างด้านไร้จริตอะไรเเบบเน้ เเต่ก็ดีเเล้ว รวบรัดเอ้ อย่าให้ดิ้นหลุดล่ะ หุหุ
พีเอสสุ อิจฉาจินโว้ย คำก้อเมียสองคำก้อเมีย T^T

#3 By LALALALA on 2010-02-18 09:12

ฟิกธีม?? เล่นไงอ่า
แต่อย่าลืมนะ พลังงานด้านการแต่งฟิกของอีฉันเท่าคาเมะคานสองนิ้ว ฮ่าๆ

#2 By Hanabi on 2010-02-16 14:43

อุ๊กรี้ดวีดว้ายกระตู้ฮูเล่ อิอิ จินบอกรักจนทัตจังเอ๋อ ฮ่าๆ ขำ
เอ้ไม่เชื่อไอ้อ้วนตัวดีอ๊ะดี๊ ภาพพจน์ดีจัด แถมเจอตู่ว่าเป็นเมียเค้าแล้วอีก จินแกหน้าด้านมากกกก(แต่ชอบ)

ได้เมียสวยนะจิน คิคิ แถมเถือนด้วย ไม่พอ น่ารักได้อี๊กกกก คนไรเนี่ย ชอบทัตจังโหดแบบนี้และจินน่ารักแบบนี้(ฉันเอาอะไรมองว่ามันน่ารักฟระ 555)
แต่ตอนไปนะน้องเฮ เรื่องนี้คุณพี่ขอร้องงงงงง ฮิ้ววววว

ปล ขาเป็นไงมั่ง จะหายยังนี่ กินแต่ของดีมีประโยชน์เน้อ จะได้หายไวๆ

ปล2 พีทำเบอร์ใหม่เฮหาย แฮ่ๆ จดไว้ไหมมะรุอ่า

#1 By Hanabi on 2010-02-15 09:42

short fan-fiction