A bad dream-Keane

posted on 17 May 2010 21:20 by piengtavan

A bad dream-Keane 

Why do I have to fly
over every town up and down the line?
I'll die in the clouds above
and you that I defend, I do not love

ทำไมฉันถึงต้องโบยบิน
โฉบสูงขึ้นเหนือยอดตึก ร่อนลงต่ำขนานตามแนว
ฉันจะตายในหมู่เมฆเบื้องบน และเธอ ที่ฉันเฝ้าปกปักษ์นั้น
หาใช่ด้วยรักเลย

 I wake up, it's a bad dream,
No one on my side,
I was fighting
But I just feel too tired
to be fighting,
guess I'm not the fighting kind

  ฉันตื่นขึ้นมา มันคือฝันร้าย
ไม่มีใครอยู่เคียงข้างกาย ฉันยังคงสู้ต่อไป
แม้มันเหนื่อยล้าเหลือเกินกับการต่อสู้ที่เป็นอยู่
คิดว่านะ ฉันน่ะถอดใจที่จะสู้ต่อไปแล้วล่ะ

Where will I meet my fate?
Baby I'm a man, I was born to hate.
And when will I meet my end?
In a better time you could be my friend.

ณ ที่ใดหนาที่จะได้พานพบกับผลกรรมของฉัน?
ที่รัก ฉันคือผู้ชาย ก่อกำเนิดมาเพื่อความชิงชัง
แล้วเมื่อไหร่ จุดจบของฉันจะมาถึงซักทีนะ?
ในโอกาสที่ดีกว่าคราวนี้ หวังว่าเธอคงจะได้เป็นเพื่อนฉันนะ

chorus]
I wake up, it's a bad dream,
No one on my side,
I was fighting
But I just feel too tired
to be fighting,
guess I'm not the fighting kind.
Wouldn't mind it
if you were by my side
But you're long gone,
yeah you're long gone now.

ที่ฉันตื่นขึ้นมา มันคือฝันร้าย
ไม่มีใครข้างกาย แต่กระนั้นก็ยังต้องสู้ต่อไป
แต่มันเหนื่อยเกินไปแล้ว กับการต่อสู้ที่ต้องดำเนินไปอย่างนี้
คงเพราะฉันได้ถอดใจจากมันไปแล้วล่ะนะ
คงจะเป็นอะไรที่ดี ถ้าได้มีเธออยู่เคียงข้างฉัน
แต่ว่าเธอได้จากไปนานแล้ว
นั่นล่ะนะ ในตอนนี้เธอได้จากไปแสนนาน

Where do we go?
I don't even know,
My strange old face,
And I'm thinking about those days

จุดหมายคือที่ใด? ฉันไม่เคยได้รู้ถึงมันเลย
มองกลับไปยังฉันที่คนเก่าที่แปลกหน้า
แล้วหวนคิดถึงวันเหล่านั้นที่ได้ผ่านมา
--------------------------------------------------------------

ไม่เคยฟังเพลงนี้มาก่อน แต่อยากแปล(แต่จากเว็บที่ไปเจอ+แรงบันดาลใจ เค้าเรียกว่าถอดแหละ)

เห็นเค้าแปลแล้ว ไม่รู้ว่าทำไม อาจเพราะว่าง +อยากพัฒนาความคิดล่ะมั้ง อ้อ น่าจะบวกต้องการแรงบันดาลใจกับฟิกด้วยล่ะนะ ...

เท่าที่ฟังตาคีแอนร้อง บวกกะเนื้อเพลงที่ถอดได้ คิดว่า มันเป็นทหารอากาศขับแร๊พเตอร์โฉบอยนู่เหนือน่านฟ้าอิรัก อิหร่าน เคยเล็งเป้าระเบิดสมองชาวบารัดอะไรเถือกนี้อยู่ แล้วในที่สุดก็เบื่อที่จะตื่นขึ้นมาเพื่อฆ่าฟัน และคอยฝันถึงแต่ความตายที่เมื่อไหร่มันจะมาพามันไปจากโลกเบี้ยวๆใบนี้ซักที คิดว่าแกคงบอกว่า ให้กูลงนรกไปสู้รบการยมบาลเสียยังดีกว่าเอามิดไซล์ไล่จี้ตูดชาวบ้านที่มีเพียงปืนไรเฟิลตกยุคสะพายข้างอยู่ข้างล่างตูหลายสิบฟุตแบบนี้...

นี้คือคิดเอานะ แบบว่า ถอดมาได้แบบนี้อ้ะ ที่จริง อยากจะถอด ฝนเดือนพฤศจิฯมากกว่า เพราะจากที่ดูเอมวี บวกการฟังไปมาล้านรอบแล้วมันคือเพลงรักสามเศร้าของมันทั้งสามตัว อืม....  อยากถอดจังแฮะ

------------------

อ้างจาก [กันย์ซ่าป่วนโลก] จาก http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,12824.465/wap2.html   ความว่า

เพลงนี้ได้แรงบันดาลใจแบบเต็มๆมาจากบทกวีของ Yeats ครับ
บทกวีบทนั้นก็คือ "An Irish Airman Foresees His Death" ที่กล่าวถึงเพื่อนเขาซึ่งเป็นนักบินในสงคราม
ที่บินเป็นครั้งสุดท้าย และการบินครั้งนี้ก็ไม่ได้มาจากความรักชาติ ความรับผิดชอบ
หรือต้องการปกป้องรักษาคนที่อยู่เบื้องหลังเลยแม้แต่นิด
แต่มันมาจากชีวิตของเขาที่ไม่มีอะไรเลย เขามองไม่เห็นว่าชีวิตเขาจะดีขึ้นมาได้
มีเพียงอย่างเดียวคือต้องอยู่กับปัจจุบันให้ได้เพียงแค่นั้นเอง

-------------

เป็นว่าไอ้เฮตีความบ่ผิด แม้จะเขวบ้างอิตรง "คงจะดีถ้ามีเธออยู่เคียงข้าง แต่เธอได้ไปซะแล้ว" 

เล่นเอาซะ ตกลงนี่มึงเจอรักในสนามรบเหรอ? หรืออะไรวะ??  แล้วพออ่านคำอธิบายต่อมาของพี่แกเค้าก็ว่าเงี้ย

[แต่ความจริง คนที่ Yeats อ้างถึง ไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ เค้าทำอย่างอื่น แต่สุดท้ายต้องมาตายบนเครื่องบินรบนี่แหละYeats คงเลยอยากจะประชดประชัน ด่าถึงการทำสงคราม ที่ทำให้คนดีๆต้องตายไปมาก
เลยเปรียบเพื่อนเขาลงในบทกวี ที่ไม่ได้มีความตั้งใจในการทำสงครามเหมือนทหารคนอื่นๆหลายๆคนเลย
ถ้าว่ากันตามเพลงนี้ ก็คือเขียนตามบทกวีนั้น   แต่เอาเนื้อหาของบทกวีไปเป็นฝันร้าย
อาจจะเป็นฝันร้ายของคนที่เพิ่งจะถูกคนรักบอกเลิก อกหัก คนรักตาย
เพราะเชื่อว่าหลายๆคนเวลาอกหัก คงจะนอนไม่หลับ และพอนอนหลับ ก็จะฝันร้ายแน่ๆ
เห็นได้ชัดเลยจากท่อนนี้
I was fighting. But I just feel too tired to be fighting, guess I'm not the fighting kind.
Wouldn't mind it if you were by my side. But you're long gone, yeah you're long gone now.
เหนื่อย ไม่อยากสู้ต่อไปแล้ว สู้ยังไงเธอก็ไม่หวนคืนกลับมา...]

   หลงเข้ามาเจอเว็บนี้อนหาเนื้อเพลง โบฮีเมี่ยน เลยติดใจ แต่ก็แอบแขวะอารมณ์ศิลป์นักดนตรีมันไม่ได้ตรงที่ มึงจะใส่สัญลักษณ์อะไรลงไปนักหนาในเพลง แต่นะเพลงอมตะส่วนมากมันก็คงอยู่ตรงนี้แหละนะ เพราะ มันคงจะไม่มีอะไรน่าสนใจเลย ถ้าไร้เสน่ห์ต่อการค้นหาในความหายของสิ่งที่มีอยู่ แล้วยิ่งเป็นอะไรที่ยิ่งหายิ่งเจอยิ่งตีความยิ่งลึกลงไปเข้าไปอีก มันก็ควงจะเป็นสิ่งที่คงอยู่ไปตราบนาน ถ้ายังมีผู้เพียรพยายามเฝ้าค้นหามันใหม่ๆขึ้นมาล่ะนะ.....

อ่านของที่นี่ ก็นึกขึ้นมาได้ว่า ที่ตอนนี้ไร้ความสนใจในเพลงของสมัยนี้ เพราะมันไม่มีอะไรเลยนอกจากที่มันพ่นใส่ไมค์ลงมา ไร้ทั้งเนื้อหาและความเพราะพริ้ง ตกลง ดนตรีมันตายแล้วใช่มั้ย?

ไม่ต้องว่าไกลถึงอารมณ์ร่วมในการขับร้อง... หาได้ยากเย็นยิ่งกว่าความหมายของเพลงซะอีก...

 

edit @ 17 May 2010 22:21:42 by pierce

Comment

Comment:

Tweet

short fan-fiction