Title::เพื่อน... กูมึงว่ะ
Main-Cast :: KAT-TUN
Sub-Cast :: Tomohisa Yamashita 

09

ลานเด็กเล่นยามย่ำค่ำของสวนสาธารณที่ถูกปกคลุมได้วยตนไม้ใหญ่นี้ แม้แสงตะวันจะยังคงเหลือแสงฉาบความสว่างแก่โลกบ้าง ทว่าในเงาของแมกไม้ที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมสวนนี้ไว้ แสงที่ว่านั้นจึงไม่สามารถที่จะทะลุส่องผ่านลงมาได้ ดังนั้นในยามนี้ สิ่งที่หลงเหลืออยู่บนลานเด็กเล่นที่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเหล่าเด็กน้อยเมื่อยามกลางวัน จึงมีเพียงแค่ร่องรอยของความสนุกสนานที่ฝากไว้บนผืนทราย และร่างผอมบางผิวขาวในชุดดำที่เป็นสีเดียวกับนัยต์ตาและเส้นผมนั่งเงียบๆอยู่บนชิงช้าเพียงเท่านั้น 

    ใบหน้าสวยที่เหม่อมองไปยังเบื้องหน้าตนนั้น กำลังถูกความหมองเศร้าของลานเด็กเล่นนี้ครอบคลุม มือเรียวจึงขยับยกขึ้นออกแรงยึดจับสายโซ่พร้อมกับที่ร่างบางนั้นเหนี่ยวกายไว้เอนแผ่นหลังไปทางด้านหลัง ดวงตาคมมองเหม่อไปยังท้องฟ้าที่กำลังถูกความมืดมิดเข้าครอบคลุมและหวนนึกถึงตัวของตนในตอนนี้

  ในทันทีที่เรียวคิ้วกระตุกเข้าหากันอีกครั้ง และฝ่าเท้าก็ขยับยันกับผืนทรายค้ำไว้เป็นหลัก ให้ร่างกายหลุดออกจากแรงเหวี่ยงขึ้นมานั่งตัวตรงบนชิงช้าอย่างปกติและสงบนิ่งได้อีกครั้ง ดั่งเดิม

   เรื่องราวที่ในยามเช้ามืดของวันกำลังวิ่งวนขัดกับท่าทางที่สงบนิ่ง นั่นคือสิ่งที่คาซึยะเรียกทัตซึยะว่า โปกเกอร์เฟซมือเอก แห่งคัตตุน โดยที่เจ้าตัวก็ยิ้มรับคำอย่างโดยดี ใช่ ในบรรดาสมาชิกทั้งหมด ถ้าจะถามถึงคนที่ทัตซึยะยอมลงให้มากที่สุดก็เห็นจะมีก็แค่เพียงคาเมนาชิ คาซึยะ คนที่ตนเอ็นดูไว้เป็นน้องชาย ในขณะที่บางครั้งก็เป็นแรงผลักดันด้วยความทะเยอทะยานที่มีอยู่ในตัว

  แม้ความทะเยอทะยานที่ว่านั้นจะก่อปัญหาขึ้นมาบ้างด้วยการสร้างความหงุดหงิดให้คนที่บังเอิญเห็นเพียงเศษเสี้ยวของเจ้าตัว ทัตซึยะยกยิ้มเมื่อคิดถึงตอนที่ตนก็โดนฤทธิ์นั้นเล่น แล้วรอยยิ้มก็เพิ่มขึ้นเมื่อนึกถึงเจ้าตัวชอบสร้างปัญหาอีกคนของวง โดยที่เจ้าตัวก็หาจะสะทกสะท้านกับคำครหาที่มีต่างๆนาๆนั้นซักนิดด้วยคำโต้ที่ว่า

   'ปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนน่ะ มันเพราะคนสร้างมันไม่มีกึ๋นจะแก้ แต่ฉันน่ะ ถึงจะสร้างแต่ก็แก้ด้วยกึ๋นตัวเองได้เว้ย'

   แต่ในชั่วแว่บของความคิด คำพูดของเจ้าจอมสร้างปัญหาที่เอ่ยไว้กับตนเมื่อเช้ามืดขอวันก็หวนกลับมา

'สัดกูเครียดจนกูตัดสินได้แล้วต่างหาก เหลือมึงน่ะแหละ '  ....

    ถ้าจะถามว่ามันพูดถูกมั้ยต่อไปล่ะก็ ไม่วายที่ร่างโปร่งนี้จะเผลอขยับหัวหงึกหงัก ก่อนที่จะนึกได้ในความตั้งใจตอนแรกแล้วสะบัดหัวพรืดปฏิเสธความคิดชั่ววูบให้มันกระเด็นออกไปให้ไกลๆ แล้วไม่นาน ก็ต้องกลับมานั่งเท้าคางถอนหายใจเฮือกๆ ในแบบตอนแรกต่อไป

...............................

    ภาพของคนร่างบางที่ใส่ชุดสีดำตัดกับสีผิว แต่กลมกลืนกับสีผมและนัยต์ตา นั่งโยกหัวหงึก แล้วเปลี่ยนมาสะบัดหัวพรืด ก่อนที่จบลงด้วยการถอนหายใจยาวเหยียดนี้ซ้ำไป-มา ทำเอาคนร่างสูงผิวเข้มที่วันนี้เกิดอาการอยากเดินเท้าในเส้นทางที่ร้างผู้คนสายใหม่มาเจอและเห็นเข้าโดยบังเอิญถึงกับหลุดหัวเราะพรืดออกมาเบาๆใน วงจรความสับสนของทัตซึยะซึ่งเกิดเป็นรอบที่สาม แต่แม้เสียงหัวเราะนั้นโทโมฮิสะจะพยายามทำให้มันเบาแค่ไหน ก็ยังไม่อาจหลุดรอดจากความสามารถในการได้ยินของทัตซึยะได้อยู่ดี

  หัวทุยหัวควับไปมองด้วยความเร็วโดยไม่ลืมที่จะสาดสายตาอาฆาตที่ดูเหมือนจะเลเวลอัพยามที่เส้นผมถูกย้อมด้วยสีดำและบรรยากาศที่อึมครึมเช่นนี้ หากแต่โทโมฮิสะ ผู้ที่ถูกเรียกว่า พ่อเทพบุตรหมายเลขสองแห่งจอนนี่ ที่สามารถฉีกยิ้มกระชากใจใครก็ได้ตามที่ปารถนา นั้นไม่มีคำว่าสะทกสะท้านในรังสีอาฆาตที่ทัตซึยะส่งมาให้ แต่ถึงยังงั้น ทัตซึยะก็หาได้สนใจ ปากอิ่มที่บิดงอลงจนใบหน้านั้นบึ้งตึงกว่าในยามปกติ ขยับเอ่ยกับคนที่ตนไม่คิดว่าจะเจอเป็นการส่วนตัว และในสถาณที่ใกล้บ้านตนแบบนี้

"หัวเราะอะไรครับ?" คำถามที่อยู่ในโทนเสียงธรรมดาขัดกับท่าทางที่ดูยังไงก็เห็นเป็นว่ากำลังพองขนเตรียมพร้อมจะกระโจนใส่ได้ทุกเมื่อนั้น ไม่ได้ทำให้หัวคิ้วของโทโมฮิสะกระตุกได้เท่าถ้อยคำแสนสุภาพที่คนตัวเล็กร่างขาวนี้เอ่ยกับตน ปากอิ่มที่มักจะยกยิ้มบางๆอยู่เสมอนั้น ชะงักค้างก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจปล่อยให้มันอยู่ในสภาพยามใบหน้าสงบนิ่ง ที่มักจะมีให้เห็นได้เสมอยามที่อยู่คนเดียวหรือแค่เพียงคนที่ตนวางใจได้เท่านั้น

   "อะไรนั่นน่ะ คำพูดที่ฟังดูสุภาพแบบนั้น?" โทโมฮิสะเอ่ยถามทัตซึยะกลับ ในขณะที่ตนเดินเข้าใกล้ร่างบางแล้วทิ้งตัวลงนั่งลงที่ชิงช้าข้างทัตซึยะ ขณะที่ทัตซึยะขยับออกห่างจากโทโมฮิสะเล็กน้อยในขณะที่ยังคงใช้สายตาข่มขู่อยู่ไม่คลายโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว โทโมฮิสะที่เป็นผู้เห็นทุกการกระทำของร่างบางตรงหน้าตนนี้ พยายามข่มใจพยายามจะไม่หลุดหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูปนขำขัน 

  "ว่าไงล่ะ ทัตจัง?" เรียวคิ้วโก่งของร่างบางขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินชื่อเล่นของตนถูกเอ่ยออกมาจากปากของคนตรงหน้า

  "ทัตซึยะครับ ผมพูดกับคุณด้วยคำสุภาพเพราะคุณคือรุ่นพี่ผมที่เข้ามาทำงานก่อน มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไงครับ โทโมฮิสะซัง"  เรียวคิ้วของโทโมฮิสะถูกยกขึ้นสูงเมื่อคำพูดของทัตซึยะนั้นจบลง

   "หืมมมม ระยะเวลาห่างกันแค่รุ่นเดียวนี่มันต่างกันขนาดนั้นเชียว แต่ว่านะ ทัตจังอายุมากกว่าผมนะ ความจริงตามมารยาทผมน่าจะพูดสุภาพด้วยมากกว่า... หรือว่าคุณไม่ถือเพราะว่าผมเป็นรุ่นพี่แล้วก็.... " โทโมฮิสะฉีกยิ้มใส่ตาทัตซึยะที่หน้านิ่วมากขึ้นทุกขณะที่ได้ยินคำพูดของโทโมฮิสะที่ดูเหมือนจะยั่วอารมณ์กันเล่น แต่ในขณะที่ทัตซึยะกำลังจะปัดความคิดที่ตนกำลังตัดสินว่าเป็นอคติที่คิดไปเองนั้น คำต่อที่โทโมฮิสะพูดค้างไว้ก็ต้องทำให้หยุดความคิดนั้นไปทันที

  "เห็นว่าเป็นเพื่อนไอ้จิน"

   จบคำพูดของโทโมฮิสะ ความโกรธที่ก่อตัวในระยะระอุแบบอุ่นๆจากการลุกใหม้เมื่อตอนตีหนึ่งที่เพิ่งจะมอดลงหยกๆ ก็ลุกพรึ่บขึ้นมาใหม่ในทันทีที่ทัตซึยะตัดสินว่าคนตรงหน้าตนกำลังล้อเลียนตนอยู่

   ใบหน้าหวานสะบัดหันหนีไปอีกทางทันที โดยปราศจากการพูดจาต่อคำใดๆ ต่างจากที่โทโมฮิสะคาดเดาเอาไว้ มีเพียงความเงียบงันพร้อมกับแผ่นหลังบางที่แผ่รังสีโกรธเคืองออกมาเนืองๆเท่านั้น เรียวคิ้วของคนร่างสูงผิวเข้มยกขึ้นอย่างประหลาดใจที่เห็นท่าทางที่ไม่เคยเห็นของร่างบาง โดยเรียวปากนั้นกำลังยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว โทโมฮิสะยกแขนขึ้นเท้าศอกลงกับเข่าแล้วเท้าคาง เอียงหัวทุยจ้องมองแผ่นหลังร่างบางนั้นเงียบๆโดยที่คิดว่าไม่นานเดี๋ยวใบหน้าสวยที่บูดบึ้งนั้นจะหันกลับมาเอ่ยคำจิกกัดเจ็บๆได้โดยไม่เป็นรองใครแม้แต่นิชิกิโด เรียว 

     เวลาผ่านไปหลายนาที ร่างบางก็ยังคงใช้ความเงียบและแผ่นหลังที่สงบนิ่งนั้นเข้าโจมตีตนอยู่อย่างเงียบๆ ท่าทางแบบนั้นทำเอาโทโมฮิสะเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า ตนได้ทำพลาดไปซะแล้ว ที่มาใช้มุกปั่นหัวคนอย่างอุเอดะ ทัตซึยะเล่นให้จนมุมหัวหมุนแบบนี้ 

   เรียวคิ้วของโทโมฮิสะเริ่มขยับเข้าหากัน พร้อมกับสมองกำลังวิ่งวนทำงานอย่างเต็มที่เพื่อคิดหาช่องทางที่จะแก้ปัญหา เพื่อที่จะเริ่มเชื่อมบทสนทนาใหม่โดยปราศจากการต่อสู้ใดๆโดยสิ้นเชิง แต่แล้วหัวสมองที่กำลังวิ่งวนชนรอบอยู่นั้นก็ถูกขัดจังหวะด้วยการเคลื่อนไหวของร่างบางนั้น ใบหน้าสวยที่หันหนีตนไปทางด้านหลังขยับหันมามองเหม่อไปยังด้านหน้า ดวงหน้าสวยนั้นดูสงบนิ่งอย่างประหลาดแล้วปากอิ่มของทัตซึยะก็เริ่มขยับเอื้อนเอ่ย...

   "ทำไมมาอยู่นี่ได้?"

   "หา?" คำพูดที่รัวเร็วไร้ที่มาและจบลงด้วนๆ ทำเอาโทโมฮิสะอุทานออกมาเป็นคำถามในทันที

   "ถามว่าทำไมถึงมาอยู่แถวนี้ได้ ปกติไม่เคยเห็นจะมาแถวนี้นี่" เสียงทุ้มของทัตซึยะเอ่ยทวนอธิบายคำถามนั้นซ้ำอย่างช้าๆ ให้กับคนข้างกาย 

   "อ่อ ... เอ้อ แค่เดินมาเรื่อยๆน่ะ " ด้วยความงุนงงกับคำถามที่ถูกถามมาอย่างไม่ทันตั้งตัว และปฏิกิริยาที่ดูสงบนิ่งอย่างเป็นปกติในแบบ อุเอดะ ทัตซึยะที่เปลี่ยนกลับมาจากความโกรธที่ดูเหมือนจะเดือดปุดๆอย่างรวดเร็วนั้นทำเอาโทโมฮิสะตั้งรับไม่ทัน  บทสนทนาที่ออกมานั้นเลยตะกุกตะกักอย่างที่ทัตซึยะไม่เคยได้ยิน

   หัวทุยของทัตซึยะผงกขึ้นลงอย่างเข้าใจในคำตอบ โดยไม่สนใจในอาการที่ดูงุนงงของโทโมฮิสะ ในขณะที่โทโมฮิสะนั้นกำลังมองจ้องไปที่ใบหน้าของทัตซึยะอย่างไม่วางตาด้วยความสงสัยที่มีอยู่เต็มหัว

   "นึกว่ารู้ว่าไอ้จินมันอยู่ที่ห้องผมซะอีก" ร่างบางเอ่ยคำออกมาโดยที่สายตายังคงเหม่อมองไปทางด้านหน้า ในขณะที่โทโมฮิสะก็เลิกจ้องที่ใบหน้าของทัตซึยะแล้วกรอกลูกตาขึ้นด้านบน

   "อ่า... อันนั้นก็รู้อยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าบ้านทัตจังอยู่ไหนน่ะซิ"

   "มันโทรไปบอก?" ทัตซึยะเบนใบหน้ากลับมา เอียงหัวมองโทโมฮิสะขณะที่มือเรียวก็รั้งสายโซ่ชิงช้าให้ไกวตัวเบาๆด้วยท่าทีสบายๆ

   "ก็นะ... แต่มันไม่ได้บอกบ้านทัตจังอยู่ที่ไหนน่ะ" ทัตซึยะผงกหัวขึ้นลงอีกครั้ง ก่อนผละมือข้างหนึ่งออกจากสายโซ่ แล้วยกขึ้นชี้ไปยังตึกสูงที่อยู่ไม่ไกลจากสวนนี้เท่าไหร่นัก

   "ตึกนั่นน่ะ บ้านของผม"

  โทโมฮิสะผงกหัวขึ้นมองตามไปยังเรียวแขน ก่อนที่จะเห็นตึกสูงตระหง่านอยู่ที่ปลายนิ้วชี้ของทัตซึยะ เสียงทุ้มครางรับรู้ในลำคอ ก่อนที่จะเหม่อมองไปที่นั่นเงียบๆครู่นึง

   "งั้นก็แสดงว่า ไอ้จินมันกำลงนอนขึ้นอืดอยู่ในนั้นล่ะซินะ" คำพูดของโทโมฮิสะทำให้รอยยิ้มของทัตซึยะผุดขึ้นบางๆที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนที่หัวทุยนั้นจะส่ายไหวไปมา ก่อนที่ร่างบางจะเอ่ยคำขยายคำตอบของตน

   "ถ้าให้เดาล่ะก็คงใช่ เพราะสันดานมันไร้มารยาทชอบเข้าห้องคนอื่นโดยพลการ แต่เอาชัวร์ๆล่ะก็ ผมไม่รู้หรอก ก็ตอนสุดท้ายที่เห็นก็ตอนที่กำลังไล่เตะมันให้ออกไปอยู่ล่ะนะ"

   "ฮะ ฮะ อย่างมันนี่นะยอมโดนเตะเปล่าๆฟรีๆ... สมเป็นทัตจังจังเลยน้า~"  เรียวคิ้วของทัตซึยะกระตุกเข้าหากันด้วยความสงสัยในสำเนียงยานคางของโทโมฮิสะ โทโมฮิสะที่เห็นดังนั้นก็ยกยิ้มให้ก่อนจะตอบคำถามของเรียวคิ้วมุ่นนั้น

  "ก็มันน่ะ ปกติจะเป็นคนไล่เตะคนอื่นเค้ามากกว่าที่จะยอมโดนเองนี่นา แล้วก็.. มันน่ะ เคยยอมใครให้ทำมันฟรีซะที่ไหน? ทัตจังว่าจริงมั้ยล่ะ" คำถามที่เหมือนไม่ต้องการคำตอบแย้งนั้นของโทโมฮิสะนั้นทำให้ทัตซึยะครุ่นคิดเพียงครู่ก่อนที่จะเอ่ยตอบออกมาอย่างคล้อยตาม โดยที่คำยืนยันคือเสียงหัวเราะลงลำคอของร่างสูงผิวเข้มที่ดังขึ้นมาทันทีหลังจากที่ร่างบางผิวขาวนี้ตอบคำถามตน

  และในขณะที่โทโมฮิสะกำลังขยับปากเพื่อเอ่ยคำต่อบทสนทนาอีกครั้ง เสียงเรียกเข้าของเจ้ามืถือเครื่องเล็กก็ดังขึ้นขัดคำพูดเสียก่อน

   ทัตซึยะลุกขึ้นจากชิงช้าพร้อมกับมือเรียวเอื้อมไปหยิบเอาเครื่องมือสื่อสารเครื่องเล็กที่กำลังแผดเสียงลั่นทำลายความเงียบในยามนี้ขึ้นมากดรับ โดยที่มีโทโมฮิสะนั่งเท้าคางมองดูอยู่ข้างๆ

  ในที่สุด ปลายสายนั้นก็ก็วางไปพร้อมกับฝาพับมือถือของทัตซึยะที่ปิดลง ใบหน้าสวยผินตามองไปยังโทโมฮิสะที่นั่งมองตนตาแป๋ว ก็เอ่ยบอกถึงธุระที่คนปลายสายบอกเมื่อครู่

   "ผู้จัดการน่ะ บอกว่าให้เข้าบริษัทตอนแปดโมงเช้าพรุ่งนี้"

  โทโมฮิสะครางรับรู้ในลำคอเกี่ยวกับธุระนั้น ก่อนที่ร่างสูงจะยันมือกับเข่าทั้งสองดันกายลุกขึ้นตามร่างบางที่ยืนมองตนอยู่

   "งั้น ตอนนี้ก็คงไม่กวนแล้วล่ะ งานเข้าเช้านี่นะ" โทโมฮิสะเอ่ยคำลา โดยที่มีทัตซึยะพยักหน้ารับรู้คำนั้นอยู่ข้าง ก่อนที่ทั้งคู่จะหันหลังเข้าหากันและชักเท้าก้าวเดินไปยังทางของตน แต่ในขณะที่ทัตซึยะกำลังทิ้งห่างจากโทโมฮิสะนั้น เสียงเรียกชื่อจากโทโมฮิสะที่ตะโกนมานั้นได้รั้งฝีเท้าเอาไว้ ร่างบางบิดตัวหมุนกลับไปหาร่างสูงผิวเข้มที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ตรงที่เดิมนั้นทำให้ทัตซึยะก้าวเท้าวิ่งกลับไปหาร่างสูงที่มองตนอยู่นิ่งๆนั้น

    "มีอะไรรึไง?" ทัตซึยะถาม

     "ทำไมอยู่ถึงหายโกรธผมเอาง่ายๆล่ะ?"

     "ผมก็แค่เหนื่อย ... ผมเหนื่อยกับการโกรธของตัวเอง ผมเหนื่อยกับความหงุดหงิดของตัวเอง ก็เท่านั้น"

คำตอบที่ฟังดูง่ายๆออกมาจากปากอิ่มของทัตซึยะ โทโมฮิสะหลุบตาลงเม้มริมฝีปากไปมาอย่างครุนคิด โดยที่ทัตซึยะยังคงยืนอยู่ตรงหน้าตน มองกิริยาของร่างสูงผิวเข้มอยู่ ในที่สุด หัวทุยของโทโมฮิสะก็ผงกขึ้นมา ตาใสของโทโมฮิสะในตอนนี้จ้องมองไปยังตาคมของทัตซึยะ แววตาเต็มไปด้วยความจริงจังอย่างที่ยากจะเห็นในดวงตาที่ทัตซึยะไม่เคยเห็นความแวววาวใดๆดั่งลูกแก้วลูกสวยสีดำขลับ

    "แล้วไอ้จิน ... ทัตจังหายโกรธมันเหมือนกับผมหรือยัง?"

คำถามที่ถูกเอ่ยออกไปจากเจ้าของดวงตาสีดำขลับ ที่ตอนนี้ทัตซึยะเห็นเงาทับซ้อนของคนที่ถูกเอ่ยชื่อถึงกำลังมองมาที่ตนด้วยดวงตาที่ดูเหงา และอ้างว้างอย่างที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น

    "เรื่องนั้น มันได้ง่ายๆซะที่ไหน" คำตอบที่เกือบจะแผ่วเบาออกมาจากปากของร่างบาง โดยที่ทัตซึยะกำลังรู้สึกโหวงในช่องท้องอย่างประหลาด

    "ตอนนี้ทัตจังกำลังเกลียดมันจากเรื่องวันนั้นงั้นเหรอ?" 

 ในสมองของทัตซึยะวิ่งวนเพิ่มรอบอีกครั้งในขณะที่เจ้าตัวครุ่นคิดหาคำตอบของคำถามที่ก่อนหน้านี้ตนพยายามหาทางออกให้กับมันด้วยการตัดสินว่ามันคือความโกรธอย่างง่ายดาย หากแต่ในวันนี้ ร่างบางกลับยากที่จะตัดสินมันได้ง่ายๆอย่างในวันนั้น ในวันที่เกิดเรื่องอันแสนวุ่นวาย เรื่องที่ทำให้ชีวิตของตนต้องจมอยู่กับเส้นทางที่ตนไม่คิดว่าจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องอะไรกับมันมากมายเท่าไหร่นัก

"ไม่ได้เกลียด... ก็แค่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเท่านั้น.." ทัตซึยะเอ่ยคำจบ ร่างบางก็หันหลังกลับเดินออกจาสวนนี้ออกไปโดยไม่หันกลับมามองร่างของโทโมฮิสะที่ยืนมองแผ่นหลังเล็กนั้นที่กำลังเล็กลงทุกที ทุกที จนลับตาไป คำตอบถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็นปกติ หากแต่โทโมฮิสะกลับจับความสั่นไหวได้จากคำตอบนั้น

ดวงตาโตของโทโมฮิสะหรี่ลงจ้องมองไปยังทิศที่ร่างบางหายลับไป ก่อนที่หัวทุยจะก้มลงและส่ายไหวน้อยๆ

  "นี่มันเคสหนักเลยนะ ไอ้จินเอ๊ย" เสียงทุ้มขึ้นจมูกของโทโมฮิสะดังขึ้นเบาเมื่อเจ้าตัวเอ่ยพึมพำกับตน ก่อนที่เจ้าตัวจะหันหลังกลับเดินไปในทางที่จากมา...

------------------------------------To be continued ---------------------------------------------    

เรื่อยๆมาเรียงๆ นกบินเฉียงไปทั้งหมู่ ~ ...

ตอนนี้ไอ้เฮเอามาอ่านตอนปรู๊ฟคำ ก็ได้ยินมันขึ้นมาในหัวทันที ... ทำไมน้า~ เพราะมันเหมือนกับเพลงมั้ง เรื่อยๆมาเรียงๆ ดีดด้วยคอร์ดสบายๆ แต่ก็ได้เรื่องอะไรมากมาย ... ตอนนี้ มันได้เรื่องอะไรคืบหน้ามั่งรึเปล่าล่ะ? ...

ถ้าถามตอนี้(กำลงพิมพ์)กะไอเฮล่ะก็ .. .  -ไม่รู้ค้าบ!! -

ก็หัวกะลังหมุนติ้วเลยนี่นา .... เอ้อ ....

เอาเป็นว่า คำด่า คำชม ไอ้เฮรับหมด ใครที่ตามอ่านอยู่ก็... อย่าเพิ่งทิ้งมันไปน้า

แล้วก็ ไม่ถูกใจอะไร อ่านแลวหลับรึยังไงก็ฝากไว้ที ไอ้เฮห่างจากการคิดมานานอยู่ (ก็นานพอที่มันจะฝืดปื้ดแบบนี้ล่ะน่า)  เพราะงั้น ชี้แนะทีน้า~~

ขอบคุณทุกเม้นล่วงหน้าค้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

--------------------------------

- รูปกันบล็อกเบี้ยวคราวนี้ ขอเป็นหวานใจคนใหม่ไอ้เฮแทนคนงามคนเก่านะ ...

ไอ้เฮ :: มาม๊า หนูจาเอา จาเอา!!/ชี้ไปที่น้องนางด้วยนัยตาประกายกล้า

ฮ้า~   ตอนนี้ เพ้อเธอมาได้สาม-สี่เดือนเต็มหลังจากสบตาเธอกับ waking up in vegas ...

ร้ากกกกกกกกกกกก เคธี๊~~~~~~~

edit @ 24 Jun 2010 19:28:08 by pierce

edit @ 25 Jun 2010 18:52:40 by pierce

edit @ 4 Feb 2013 13:27:58 by pierce

Comment

Comment:

Tweet

ก๊อก ก๊อก พี่น้องคร้าบ ป่านนี้แล้ว จิน กับทัตจังเป็นไงแล้วบ้างอะครับ
คิดถึงละนะ

#5 By (125.27.41.211) on 2010-10-06 11:31

บิ้มเพราะไปทำมานิ อิอิ แต่สวยก็เอาเถอะ 55
ปล ตอนนี้พี่กำลังชองเฮีย อดัม แลมเบิก ก๊าก น่ารักได้อีก

#4 By Hanabi on 2010-07-12 15:03

ก็ หนูเคธี่เธอ...


แบบว่า ~บึ้มกิ่วบึ้ม~

เห็นแล้วใจสะท้อน อร๊างไปทั้งทรวง
และใบหน้าอันคมขำ ที่ชอบหลิ่วหูหลิ่วตาเวลาเธออยู่ในเอมวี มันจี๊ดดดดดดดดดดดด....

อ้ะพี่นัท
กริ๊ว~ cry

#3 By pierce on 2010-07-08 07:43

จินนอนอืดไร้บท เดี๋ยวก้ยุให้เป้นพีเอ้ซะนิ อิอิ
รู้สึกช่วงนี้เอ้ในเรื่องจะสับสนในชีวิตนะ 555 จะรอดูดิว่ามันจะหลุดพ้นจากชิงช้าอันเดิมนี้ยังไง ให้จินพาไปนั่งรถไฟเหาะดิ เผื่อเอ้จะคิดไรออก

ปล นึกไงหลงเจ่เคธี่ได้เนี่ย 555

#2 By Hanabi on 2010-07-07 15:02

อ๋าน้องเฮ ๆ ๆ ๆ

รู้สึกว่าพี่จะมาอ่านช้าไปใช่ไหม หลังจากที่เฮบอกไปตั้งเกือบอาทิตย์ 555+

แล้วก็นะ รู้สึก พีดะ จะยังคงฟีเวอร์อยู่ใช่ไหม?

ตอนนี้มะพีมาเรียง ๆ เคียง ๆ ข้างน้องนางคนสวยของพี่อ่ะ 555+

เอาล่ะ อยากรู้ว่าเพื่อนมันจะลงเอยกันยังไง

ปล....รักนะจุ๊บ ๆ ของพี่ นานแค่ไหนก็จะรอ ไม่ได้กดดันแต่ให้ไว 555+

#1 By AiYuki_paewkawaii on 2010-06-29 17:19

short fan-fiction